การเมือง
รมว.ดีอี ชูโมเดลความรับผิดชอบร่วมบนเวที MWC Shanghai 2026 ดึงทุกภาคส่วนสกัดภัยออนไลน์
สำนักข่าวบริคอินโฟ – รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นำเสนอแนวทางแก้ปัญหาภัยออนไลน์บนเวทีระดับโลกที่นครเซี่ยงไฮ้ ผลักดันโมเดลความรับผิดชอบร่วมที่ดึงสถาบันการเงิน ผู้ให้บริการโทรคมนาคม และแพลตฟอร์มดิจิทัล มาร่วมรับผิดชอบความเสียหายหากหละหลวม พร้อมโชว์ความสำเร็จของศูนย์ AOC 1441 ที่สามารถลดเวลาอายัดบัญชีม้าเหลือเพียง 15 นาที ชี้ปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์เป็นวาระระดับโลกที่ทุกประเทศต้องเร่งแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อรับมือร่วมกัน
นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี เข้าร่วมการประชุม GSMA Roundtable ภายใต้งาน Mobile World Congress (MWC) Shanghai 2026 ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยระบุว่าความท้าทายหลักในการรับมือกับภัยออนไลน์ในปัจจุบัน ไม่ได้มีเพียงเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าของกลุ่มมิจฉาชีพ แต่ยังรวมถึงช่องว่างในการประสานงานระหว่างหน่วยงาน ซึ่งประเทศไทยได้เร่งสร้างกลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐ สถาบันการเงิน ผู้ให้บริการโทรคมนาคม แพลตฟอร์มดิจิทัล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ตอบสนองต่อเหตุการณ์ได้อย่างรวดเร็ว
หนึ่งในกลไกสำคัญของไทยที่นำมาแสดงบนเวทีนี้คือ ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ หรือ AOC 1441 ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางประสานงานตลอด 24 ชั่วโมง ศูนย์แห่งนี้ช่วยลดระยะเวลาในการอายัดบัญชีมิจฉาชีพจากเดิมที่ต้องใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ลงมาเหลือเฉลี่ยเพียง 15 นาที ทำให้เพิ่มโอกาสในการระงับความเสียหายและติดตามเส้นทางการเงินได้ทันท่วงทีมากยิ่งขึ้น
นอกจากการพัฒนาระบบปฏิบัติการ ประเทศไทยยังได้ปรับปรุงกฎหมายเพื่อรองรับการแลกเปลี่ยนข้อมูล และกำลังผลักดันหลัก ความรับผิดชอบร่วม (Shared Responsibility) ซึ่งจะกำหนดให้สถาบันการเงิน ผู้ให้บริการโทรคมนาคม และแพลตฟอร์มดิจิทัล ต้องมีบทบาทในการป้องกันและรับผิดชอบร่วมกันหากละเว้นมาตรการที่เหมาะสม โดยกระทรวงดีอีระบุว่าหลักการนี้ไม่ได้มีเพื่อเพิ่มบทลงโทษแก่ภาคธุรกิจ แต่เป็นการสร้างแรงจูงใจให้เกิดการบูรณาการเพื่อปกป้องประชาชน และลดการปัดความรับผิดชอบระหว่างหน่วยงาน ควบคู่ไปกับการรักษาสมดุลด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานอิสระ

ในขณะเดียวกัน ประเทศไทยยังเดินหน้าสร้างเสริมทักษะความเข้าใจและใช้เทคโนโลยีดิจิทัล หรือ Digital Literacy โดยผลักดันให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญเทียบเท่ากับโครงข่ายอินเทอร์เน็ต มุ่งเน้นการให้ความรู้ในระบบการศึกษา สถานประกอบการ และกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของกลุ่มมิจฉาชีพ พร้อมกันนี้ยังประกาศความพร้อมในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับนานาประเทศ เพื่อสร้างระบบนิเวศดิจิทัลระดับภูมิภาคที่ปลอดภัย
นายไชยชนก กล่าวทิ้งท้ายบนเวทีว่า “เมื่อสแกมเมอร์สามารถแบ่งปันวิธีการหลอกลวงกันได้อย่างไร้พรมแดน ประเทศต่าง ๆ จึงจำเป็นต้องร่วมมือกันแบ่งปันแนวทางในการปกป้องประชาชนให้มากขึ้น เพราะความไว้วางใจในโลกดิจิทัล คือรากฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่ปลอดภัย ยั่งยืนในอนาคต”
