ข่าว
นักวิชาการ-ภาคธุรกิจ ผ่าทางรอดเศรษฐกิจไทย จี้แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง พ้นกับดักรายได้ปานกลาง
สำนักข่าวบริคอินโฟ – นักวิชาการและภาคธุรกิจร่วมผ่าวิกฤตโครงสร้างเศรษฐกิจไทยในเวทีเสวนา RE-THINK THAILAND ชี้ประเทศเสี่ยงติดกับดักรายได้ปานกลาง ท่ามกลางปัญหาความเหลื่อมล้ำ เอสเอ็มอี (SME) เผชิญภาวะหนี้เสีย (NPL) พุ่งสูง ขณะที่แรงงานเสี่ยงตกงานนับหมื่นคนจากการมาของเทคโนโลยี พร้อมชำแหละ 4 จุดบอดเศรษฐกิจที่เงินไม่หมุนเวียน ส่งออกสินค้าเทคโนโลยีต่ำ ชี้ทางรอดต้องเร่งสร้างคนเก่ง ยกระดับนวัตกรรม และหยุดนโยบายแจกเงินเพื่อเลี้ยงไข้ภาคเกษตร
ดร.นณริฏ พิศลยบุตร นักวิชาการอาวุโส สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ระบุว่า เศรษฐกิจไทยกำลังเติบโตช้าและรายได้ต่อหัวต่ำ หากไม่เร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ อาจไม่หลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง ทางออกที่ยั่งยืนคือการสร้างคนเก่งระดับฮีโร่เพื่อขับเคลื่อนประเทศแบบก้าวกระโดด ซึ่งเห็นผลไวกว่าการพัฒนาภาคเกษตรแบบกระจายตัว นอกจากนี้ยังต้องอุดรอยรั่วไหลของรายได้จากแพลตฟอร์มบริการต่างชาติ และนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้
ด้าน รศ.ดร.วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ชี้ให้เห็นถึงปัญหา 4 ประการ หรือ “4 Bug” ที่เป็นข้อบกพร่องเชิงโครงสร้าง ได้แก่ การอัดฉีดเงินของภาครัฐที่ไม่ทำให้เงินหมุนเวียนในระบบ การส่งออกที่พึ่งพาสินค้าเทคโนโลยีต่ำ (Low-Tech) การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่ไม่สร้างอุตสาหกรรมใหม่หรือยกระดับแรงงาน เช่น ในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และภาคเกษตรที่รัฐบาลใช้การดูแลแบบเลี้ยงไข้มากกว่ารักษาให้หายขาด เกษตรกรจึงยังมีรายได้ต่ำและหนี้สินสูง ข้อเสนอคือต้องหยุดการแจกเงิน หันมาเพิ่มผลิตภาพทางการเกษตร และสร้างระบบนิเวศสำหรับอุตสาหกรรมไฮเทค

ดร.ธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย (EconThai) เตือนถึงความเสี่ยงด้านแรงงานจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี โดยคาดว่าในช่วง 3-4 เดือนข้างหน้า อาจมีพนักงานในสถาบันการเงินตกงานหลักหมื่นคนจากการเปลี่ยนผ่านสู่ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้า ดร.ธนิต ให้ความเห็นว่า สิ่งที่น่ากังวลของคนทำงาน คือกลุ่ม Gen X และ Gen Y ที่กำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญ ต้องทำตัวอย่างไรไม่ให้ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เพราะแนวโน้มธุรกิจในอนาคตใช้คนน้อยลง และเน้นแต่คนเก่ง ขณะที่เครื่องจักรและหุ่นยนต์ก็มีราคาถูกลงเรื่อยๆ จึงอยากแนะนำว่าคนวัยทำงาน 40 ปีขึ้นไป จำเป็นจะต้องเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของตัวเอง ที่สำคัญคือทักษะเหล่านั้น ต้องไม่ใช่ลอกมาจากในตำราแต่ต้องทำด้วยตัวเอง อีกอย่างคืออย่าปล่อยให้เกิดภาวะเบิร์นเอาท์ในการทำงานเกิดขึ้น
ขณะที่ นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานกิตติมศักดิ์และประธานยุทธศาสตร์สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย (Federation of Thai SMEs) เปิดเผยข้อมูลที่น่ากังวลว่า เอสเอ็มอี (SME) กำลังเผชิญความเสี่ยงเป็นหนี้เสีย (NPL) เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 18 ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 เป็นร้อยละ 22 ในไตรมาสแรกของปี 2569 แม้จะมีสัดส่วนถึงร้อยละ 84 ของระบบเศรษฐกิจแต่กลับมีอำนาจต่อรองต่ำ ทางรอดคือต้องเลิกแข่งขันด้านราคา หันมาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต สร้างนวัตกรรม และปรับตัวเข้าสู่ห่วงโซ่ธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำ รวมถึงใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วย ภาครัฐเองต้องเร่งลดข้อจำกัดทางกฎหมายที่เป็นต้นทุนแฝง เพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน และผลักดันให้เกิดผู้ส่งออกทางตรง (Direct Exporter) เพื่อพาประเทศก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลางอย่างยั่งยืน

สำหรับงานสัมมนาสาธารณะ “RE-THINK THAILAND : รื้อ ปรับ ขยับเศรษฐกิจ หาทางรอดให้คนไทย” จัดขึ้นเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2569 โดยสถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย หลักสูตรผู้บริหารการสื่อสารมวลชนระดับกลางด้านกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (บสก.) รุ่นที่ 12 ณ อาคารอเนกประสงค์ เอสซีจี (SCG) สำนักงานใหญ่บางซื่อ
