ข่าว
ทรัมป์สั่งเปลี่ยนชื่อเรียก AI เป็น Super Intelligence ชี้คำเดิมฟังดูปลอม ขณะที่นักวิชาการเตือนอาจสร้างความเข้าใจผิด
สำนักข่าวบริคอินโฟ – โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประกาศผลักดันให้เปลี่ยนคำเรียกเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาเป็น ซูเปอร์อินเทลลิเจนซ์ (Super Intelligence: SI) โดยระบุว่าคำว่าปัญญาประดิษฐ์ทำให้เทคโนโลยีนี้ฟังดูเป็นของปลอม พร้อมสั่งการให้เอกสารราชการทั้งหมดของสหรัฐฯ ปรับเปลี่ยนมาใช้ชื่อใหม่นับจากนี้ และแสดงความหวังว่าทั่วโลกจะเปลี่ยนตาม
ทรัมป์กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UN General Assembly) ณ นครนิวยอร์ก ว่า คำว่า Super มีความแม่นยำมากกว่าคำว่า Artificial
การประกาศเปลี่ยนชื่อครั้งนี้เกิดขึ้นหลังทรัมป์เปิดให้ผู้ติดตามบนแพลตฟอร์มทรูธโซเชียล (Truth Social) โหวตเลือกชื่อใหม่ อาทิ Superior Intelligence, Extreme Intelligence และ Supreme Intelligence โดยชื่อ Super Intelligence ได้รับคะแนนโหวตสูงสุด
ทั้งนี้ ทรัมป์เคยสั่งเปลี่ยนชื่อทางภูมิศาสตร์ในแผนที่และเอกสารราชการของสหรัฐฯ มาแล้ว เช่น ทะเลสาบออนแทริโอ และอ่าวเม็กซิโก
อย่างไรก็ตาม บรรดานักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีมองว่า การเปลี่ยนชื่อนี้เป็นเรื่องที่อาจสร้างความเข้าใจผิดและไม่น่าจะได้รับการยอมรับในอุตสาหกรรม ไซมอน ค็อกแลน (Simon Coghlan) อาจารย์ด้านจริยธรรมดิจิทัลจากมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น (University of Melbourne) ระบุว่า ซูเปอร์อินเทลลิเจนซ์หมายถึงระบบที่มีความสามารถในการพัฒนาตนเอง และคำนี้กล่าวเกินจริงเมื่อเทียบกับขีดความสามารถของ AI ในปัจจุบัน
เช่นเดียวกับ โกกิล ไจด์กา (Kokil Jaidka) นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ และ เบน เหลียง (Ben Leong) อาจารย์ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (National University of Singapore: NUS) ที่เห็นตรงกันว่า วงการเทคโนโลยีและนักวิจัยสงวนคำว่าซูเปอร์อินเทลลิเจนซ์ไว้ใช้กับระบบสติปัญญาที่เหนือกว่ามนุษย์ในอนาคตตามนิยามทางทฤษฎี ซึ่งเทคโนโลยีปัจจุบันยังไปไม่ถึงระดับดังกล่าว
ในขณะที่คนใกล้ชิดของทรัมป์เริ่มหันมาใช้คำดังกล่าว โดย อีธาน ไคลน์ (Ethan Klein) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของสหรัฐฯ (US Chief Technology Officer) โพสต์สนับสนุนว่าสหรัฐฯ จะยังคงเป็นผู้นำโลกด้าน SI ส่วน ไมเคิล วอลต์ซ (Michael Waltz) เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ ระบุว่าเห็นด้วยกับการเปลี่ยนชื่อดังกล่าว ทว่า เอวาน โซโลมอน (Evan Solomon) รัฐมนตรีด้าน AI ของแคนาดา แสดงความเห็นในทางตรงกันข้าม โดยระบุว่าชาวแคนาดาไม่ได้มีความกระตือรือร้นในการเปลี่ยนชื่อสิ่งต่างๆ
การประกาศเปลี่ยนชื่อดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสเรียกร้องจากผู้บริหารและนักวิจัยด้านเทคโนโลยีที่ต้องการให้รัฐบาลสหรัฐฯ ออกกฎระเบียบควบคุมอุตสาหกรรม AI เนื่องจากความกังวลว่าอาจส่งผลกระทบต่อมนุษยชาติ แต่ทรัมป์ปฏิเสธข้อกังวลเหล่านี้ พร้อมยืนยันว่าจะไม่ขัดขวางการเติบโตของเทคโนโลยีที่จะมีขนาดใหญ่กว่าการปฏิวัติอุตสาหกรรม และระบุว่าสหรัฐฯ จะไม่ยอมเสียเปรียบให้จีนซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญ ทั้งนี้ ทรัมป์มีกำหนดการพบหารือกับ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนในสัปดาห์นี้ ซึ่งคาดว่าจะมีการหยิบยกประเด็น AI ขึ้นมาหารือร่วมกัน
