การเมือง
ชัชชาติ เบอร์ 9 ชูนโยบายเปลี่ยนขยะเป็นเงิน ดันศูนย์ขยะชุมชน 1,000 แห่ง ตั้งเป้าลดฝังกลบเหลือ 30%
สำนักข่าวบริคอินโฟ – นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 9 ลงพื้นที่หาเสียงชูนโยบายยกระดับการจัดการขยะจากแคมเปญไม่เทรวมสู่แนวคิดการเปลี่ยนขยะให้เป็นเงิน โดยตั้งเป้าสร้างศูนย์ขยะชุมชน 1,000 แห่งทั่วพื้นที่เมืองหลวง พร้อมดึงกลุ่มอาชีพซาเล้งเข้าสู่ระบบการจัดการอย่างเป็นทางการ และเตรียมพัฒนาระบบกำจัดขยะเพื่อลดสัดส่วนการฝังกลบให้เหลือเพียง 30% จากปริมาณขยะทั้งหมดเพื่อลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม
ปัจจุบัน กรุงเทพมหานคร หรือ กทม. มีปริมาณขยะสูงถึงเกือบ 10,000 ตันต่อวัน ซึ่งในอดีตต้องนำไปฝังกลบถึง 70% และลดลงมาเหลือเกือบ 50% ในปัจจุบัน นายชัชชาติจึงเสนอแนวทางจัดการขยะตั้งแต่ต้นทางด้วยการแบ่งขยะออกเป็น 5 ประเภท ได้แก่ ขยะทั่วไป ขยะอินทรีย์ ขยะอันตราย ขยะรีไซเคิล และเพิ่มหมวดขยะรีไซเคิลมูลค่าต่ำ เช่น ถุงพลาสติกและกล่องอาหาร ซึ่งสามารถนำเข้ากระบวนการแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มได้ โดยขณะนี้มีครัวเรือนเข้าร่วมแยกขยะแล้วประมาณ 1 ล้านครัวเรือน จากเป้าหมายทั้งหมด 3 ล้านครัวเรือน
สำหรับการขับเคลื่อนนโยบาย จะมีการขยายศูนย์จัดการขยะชุมชนตามแบบต้นแบบที่ชุมชนสงวนคำ เขตหนองแขม ให้ครบ 1,000 แห่ง ควบคู่ไปกับการพัฒนาศูนย์จัดการและแปรรูปวัสดุ หรือ MRF เพื่อรับคัดแยกขยะรีไซเคิลมูลค่าต่ำ นอกจากนี้ยังมีแผนจ้างงานคนในชุมชนเพื่อชักลากขยะในพื้นที่ที่รถเก็บขยะเข้าไม่ถึง ยกระดับอาชีพซาเล้งให้ขึ้นทะเบียนเก็บขยะอย่างเป็นระบบ และจ้างงานกลุ่มเปราะบางเป็นอาสาสมัครดูแลจุดทิ้งขยะ พร้อมเชื่อมโยงเข้ากับโครงการ บีเคเค ฟู้ดแบงก์ (BKK Food Bank) เพื่อบริหารจัดการอาหาร ทั้งนี้หากประชาชนพบปัญหาเจ้าหน้าที่นำขยะไปเทรวมกัน สามารถแจ้งผ่านแอปพลิเคชัน ทราฟฟี่ฟองดูว์ (Traffy Fondue) ได้ทันที
นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ระบุว่าหากชุมชนจัดการขยะได้เองบางส่วนตั้งแต่ต้นทาง จะช่วยลดปริมาณขยะที่ต้องส่งไปยังโรงกำจัดขยะหนองแขมและอ่อนนุชได้ ทางด้านพื้นที่อ่อนนุชซึ่งเคยมีปัญหากลิ่นรบกวนจากโรงหมักปุ๋ย สัญญาจ้างจะสิ้นสุดภายในปี 2570 และจะถูกปรับเป็นระบบปิดทั้งหมด พร้อมแผนพัฒนาเป็นสวนป่าขนาด 200 ไร่ ส่วนโรงกำจัดขยะหนองแขมจะมีการเพิ่มเตาเผาขนาด 1,000 ตันเพื่อทดแทนการฝังกลบ และจะเป็นพื้นที่นำร่องสร้างโรง MRF แห่งแรกของ กทม.
นายชัชชาติได้กล่าวย้ำถึงความสำคัญของการดึงขยะกลับมาเป็นทรัพยากรว่า “ต่อไปขยะจะเป็นทรัพยากรสำคัญ อยากให้ชุมชนร่วมกัน จะมีการตั้งศูนย์แยกขยะในทุกชุมชน เพราะว่าศูนย์แยกขยะทำให้สามารถมีรายได้กลับมาสู่ชุมชนได้ เช่นจากการเก็บขวดพลาสติกต่าง ๆ ทำให้ประชาชนมีรายได้เสริมเข้ามาด้วย” พร้อมยืนยันถึงการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมว่า “ในอนาคตภาพรวมการฝังกลบของเราจะเหลืออยู่แค่ประมาณ 30% เพราะการฝังกลบไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่วนที่อ่อนนุชซึ่งเคยมีปัญหาเรื่องกลิ่นจากโรงหมักปุ๋ย 2 โรง ขนาด 1,600 ตันนั้น สัญญาทั้งหมดจะสิ้นสุดลงภายในปีหน้า และจะเปลี่ยนระบบให้เป็นระบบปิดทั้งหมด”
