Connect with us

ข่าว

นักวิชาการมหิดลชี้กฎหมาย CSDDD สหภาพยุโรป พลิกโฉมธุรกิจโลก แนะไทยเร่งสร้างระบบนิเวศความยั่งยืนรับมือ

Published

on

ดร. ชมเกตุ งามไกวัล จากมหาวิทยาลัยมหิดล เผยบทวิเคราะห์กฎหมาย CSDDD ของสหภาพยุโรป ชี้กระทบห่วงโซ่อุปทานไทย แนะเร่งสร้างระบบนิเวศความยั่งยืนและสิทธิมนุษยชนเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน

สำนักข่าวบริคอินโฟ – ดร. ชมเกตุ งามไกวัล อาจารย์ประจำสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล และผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนของโครงการ FIT for FAIR เผยแพร่บทวิเคราะห์เกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยการตรวจสอบรอบด้านด้านความยั่งยืนของภาคธุรกิจของสหภาพยุโรป หรือ Corporate Sustainability Due Diligence Directive (CSDDD) โดยระบุว่า กฎหมายดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือทางการค้าฉบับใหม่ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญในการกำกับดูแลธุรกิจระดับโลก ซึ่งปรับเปลี่ยนมุมมองจากการทำกิจกรรมเพื่อสังคมเชิงสมัครใจ หรือ CSR ไปสู่การบังคับใช้กระบวนการตรวจสอบรอบด้านด้านความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทาน

หัวใจสำคัญของกฎหมาย CSDDD อยู่ที่การส่งเสริมให้ภาคธุรกิจดำเนินกระบวนการตรวจสอบรอบด้านอย่างต่อเนื่อง บนหลักการบริหารจัดการความเสี่ยงที่ให้ความสำคัญกับประเด็นที่มีความรุนแรงหรือมีโอกาสเกิดผลกระทบสูง โดยภาคธุรกิจไม่ได้ถูกคาดหวังให้ขจัดความเสี่ยงทั้งหมด แต่ต้องแสดงให้เห็นถึงความพยายามอย่างเหมาะสม ผ่านหลักฐานที่สะท้อนว่ากระบวนการต่าง ๆ ได้เกิดขึ้นจริง ทั้งการประเมินความเสี่ยง การรับฟังผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การติดตามผล และการจัดการข้อร้องเรียน ดังนั้น ทักษะการบันทึก จัดเก็บ และบริหารจัดการข้อมูลจึงกลายเป็นพื้นฐานสำคัญในการแสดงความโปร่งใสและรับมือกับความเสี่ยง

แม้บริษัทไทยจำนวนมากอาจไม่ได้อยู่ภายใต้ขอบเขตการบังคับใช้โดยตรงของกฎหมายฉบับนี้ แต่ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในฐานะห่วงโซ่อุปทานระดับโลก ทั้งในภาคเกษตร อาหาร ยางพารา อาหารทะเล และอุตสาหกรรมการผลิต ความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลที่น่าเชื่อถือ การมีระบบติดตามความเสี่ยง และการมีช่องทางรับฟังเสียงของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จึงเป็นสิ่งจำเป็นต่อความสามารถในการแข่งขันไม่แพ้ปัจจัยด้านต้นทุนหรือประสิทธิภาพการผลิต โดยความท้าทายนี้ไม่สามารถแก้ไขได้โดยภาคธุรกิจเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม และชุมชนท้องถิ่น

ในระยะยาว การตอบสนองต่อกฎหมาย CSDDD ของประเทศไทย ไม่ควรจำกัดอยู่เพียงแค่การเตรียมความพร้อมของภาคธุรกิจ แต่รวมถึงการพัฒนาระบบนิเวศที่สนับสนุนการดำเนินกระบวนการตรวจสอบรอบด้านอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งระบบข้อมูล กลไกการมีส่วนร่วม และกระบวนการรับเรื่องร้องเรียน โดยกฎหมายฉบับนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการทบทวนความโปร่งใสของห่วงโซ่อุปทานไทย เนื่องจากความสามารถในการแข่งขันในอนาคตจะขึ้นอยู่กับการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และการสะท้อนให้เห็นว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจสามารถดำเนินควบคู่ไปกับการเคารพสิทธิมนุษยชนและการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมได้อย่างแท้จริง

Advertisement

Continue Reading
Advertisement