การเมือง
โจ ชัยวัฒน์ พรรคประชาชน คว้าเบอร์ 10 ชิงผู้ว่าฯ กทม. ชู 10 นโยบายเมืองแคร์คน พร้อมประกาศงดติดป้ายหาเสียง
สำนักข่าวบริคอินโฟ – นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร หรือ โจ ตัวแทนจาก พรรคประชาชน จับสลากได้หมายเลข 10 ในการเปิดรับสมัคร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 โดยนำทีมบริหารและว่าที่ผู้สมัคร สก. ทั้ง 50 เขต เดินทางมาด้วยรถโดยสารพลังงานไฟฟ้า (EV) เพื่อเน้นย้ำจุดยืนด้านการประหยัดพลังงานและลดมลภาวะ พร้อมเปิดตัวแคมเปญ 10 นโยบายหลักภายใต้แนวคิดเมืองแคร์คน และประกาศงดติดป้ายหาเสียงของผู้ว่าฯ เพื่อลดขยะและการกีดขวางทางสัญจร
การรับสมัครเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม. จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 พฤษภาคม ถึง 1 มิถุนายน 2569 นายชัยวัฒน์เดินทางมาพร้อมกับทีมบริหาร ได้แก่ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร, นายวรภพ วิริยะโรจน์, นางสาวเพียงพนอ บุญกล่ำ, นายเดชรัต สุขกำเนิด, ศ.ดร.อมร พิมานมาศ, นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม และ นพ.ไพโรจน์ บุญศิริคำชัย โดยนายชัยวัฒน์ระบุว่า นโยบายของพรรคเป็นการขยายผลจากวิสัยทัศน์กรุงเทพง่ายๆ โดยตั้งเป้าให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีสวัสดิการดูแลประชาชนและเปิดโอกาสให้ทุกคนได้เติบโตอย่างมีคุณภาพ “เพื่อขยายวาระทำให้กรุงเทพง่ายขึ้น วันนี้เราได้เปิดตัว 10 นโยบายหลัก ที่คัดเลือกมาจากกว่า 40 นโยบาย ภายใต้คอนเส็ป เมืองแคร์คน นี่คือภารกิจที่จะทำให้วิสัยทัศน์เป็นจริง เมืองแคร์คน ดูแลคน เพราะคนคือผู้สร้างเมือง เราแคร์คน ดูแลคน เพื่อให้คนกลับมาเป็นพลังของเมือง เมืองแคร์คน เป็นชุดนโยบายที่จะทำให้กรุงเทพเป็นเมืองที่ทุกคนอยู่ได้ ตั้งตัวง่าย และใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างมีคุณภาพ”
สำหรับ 10 นโยบายหลักของ พรรคประชาชน ครอบคลุมการดูแลคนทุกช่วงวัย ได้แก่ การยกเลิกส่วยและเพิ่มพื้นที่ค้าขายค่าเช่าถูก การจัดแคมเปญสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs ด้วยรางวัลรวม 10 ล้านบาทต่อเดือน การปรับศูนย์ฝึกอาชีพเป็นแพลตฟอร์มเพิ่มทักษะเพื่อสร้างงาน 2 แสนตำแหน่งภายใน 4 ปี การเพิ่มศูนย์ดูแลผู้สูงวัย 10 แห่งใกล้ชุมชน การจ้างงาน 5,000 ตำแหน่งเพื่อดูแลผู้ป่วยติดเตียงฟรี การยกระดับศูนย์เด็กเล็กด้วยงบ 2 ล้านบาทต่อศูนย์ซึ่งรองรับตั้งแต่ 6 เดือนและเปิดถึง 18.00 น. การแก้ปัญหาใบส่งตัวและขยายโควตาสิทธิบัตรทอง 1 ล้านคนใน กรุงเทพมหานคร การเพิ่มเส้นทางรถเมล์ที่มีหลังคาและที่นั่งรอทุกป้าย การฟื้นฟูคลอง พัฒนาเรือเมล์และเส้นทางจักรยาน ไปจนถึงการจัดสรรงบประมาณแบบมีส่วนร่วมให้ประชาชนร่วมออกแบบการพัฒนาเขตในวงเงิน 7-13 ล้านบาทต่อเขต
ในด้านกลยุทธ์การหาเสียง นายชัยวัฒน์ระบุว่าจะไม่มีการติดตั้งป้ายหาเสียงของผู้ว่าฯ ซึ่งคาดว่าจะสามารถลดปริมาณป้ายได้กว่า 3 หมื่นป้าย โดยจะติดเฉพาะป้ายของ สก. ในจำนวนที่น้อยกว่ากฎหมายกำหนด 1-2 เท่า เพื่อลดการกีดขวางทางสัญจร เมื่อถูกตั้งคำถามถึงความแตกต่างจากผู้ว่าฯ คนปัจจุบัน นายชัยวัฒน์ชี้แจงว่า ตนเน้นการแก้ไขปัญหาทุจริตที่ต้นตอ โดยเฉพาะการตรวจสอบเงื่อนไขการจัดซื้อจัดจ้าง (TOR) นอกจากนี้ยังพร้อมเป็นแกนนำในการจัดการปัญหาที่อยู่นอกเหนืออำนาจโดยตรงของ กทม. เช่น สิทธิบัตรทอง การขยายเส้นทางรถเมล์ หรือการจัดหาที่อยู่อาศัยราคาถูก โดยจะทำงานเชิงรุกในการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานอื่น ๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯ โดยไม่มีข้ออ้างเรื่องข้อจำกัดทางอำนาจ
