ข่าว
ส่องภาพจำลอง รถไฟผลิตในไทย คอนเซ็ปต์ อินทรีย์เมฆา และ Siamese Train “สิริพงศ์” สั่ง สทร. ลุยแก้จุดตัดรถไฟ 22 แห่ง ดันผลิตรถไฟไทย
สำนักข่าวบริคอินโฟ – นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม มอบนโยบายสำคัญให้แก่ สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) หรือ สทร. เร่งแก้ปัญหาอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดทางรถไฟ นำร่อง 22 แห่งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมผลักดันการผลิตรถไฟด้วยฝีมือคนไทย เพื่อสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนภายในประเทศ เตรียมเปิดตัวรถไฟต้นแบบหลายโครงการ ทั้งรถไฟไฮบริดอินทรีย์เมฆา รถไฟท่องเที่ยว Siamese Train และการปรับปรุงรถไฟชั้น 3 เป็นรถปรับอากาศ ภายในปี 2569-2572

การมอบนโยบายครั้งนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ณ อาคารศูนย์บริหารทางพิเศษ กรุงเทพฯ โดยนายสิริพงศ์ เน้นย้ำให้ สทร. นำข้อมูลงานวิจัยด้านระบบอาณัติสัญญาณมาใช้จริงเพื่อลด อุบัติเหตุทางลักผ่าน นโยบายเร่งด่วนในปี 2569 คือการร่วมมือกับ การรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. และ กรมการขนส่งทางบก หรือ ขบ. พัฒนาระบบความปลอดภัยบริเวณจุดตัดทางรถไฟประเภท ก ซึ่งมีเครื่องกั้น จำนวน 22 จุดในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลเป็นระยะแรก โดยใช้เงินจากกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน หรือ กปถ. เข้ามาสนับสนุน นอกจากนี้ยังให้ขยายผลการใช้กล้องวงจรปิดเชื่อมสัญญาณไฟจราจรเพื่อเตือนล่วงหน้าก่อนที่ขบวนรถไฟจะมาถึง




รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ยังได้ผลักดันให้เกิดการสร้างหัวรถจักรและตู้โดยสารภายในประเทศอย่างเป็นรูปธรรมในระยะเวลาอันสั้น เพื่อสร้างการจ้างงานและเศรษฐกิจหมุนเวียน พร้อมทั้งเสนอให้นำแนวคิดรถสองระบบ หรือ รถ Dual-Mode Vehicle (DMV) ที่วิ่งได้ทั้งบนถนนและรางมาศึกษาความเป็นไปได้ เพื่อช่วยลดผลขาดทุนของ รฟท. ซึ่งก่อนหน้านี้ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. และ รฟท. ได้เห็นด้วยในหลักการแล้ว

สำหรับความคืบหน้าโครงการสำคัญของ สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง มีหลายส่วนที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการพัฒนา รถไฟไทย ไฮบริดภายใต้ชื่อ อินทรีย์เมฆา (Insee Mekha) ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากง้าว ออกแบบโดยความร่วมมือกับสถานทูตอิตาลี ประจำประเทศไทย และบริษัท บลู เอ็นจิเนียริ่ง (Blue Engineering S.r.l.) ปัจจุบันอยู่ระหว่างผลิตรถไฟต้นแบบ 1 ขบวน มูลค่า 400 ล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2572 ส่วนโครงการรถไฟท่องเที่ยวหรู Siamese Train ที่ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ดัดแปลงจากตู้รถไฟ เจอาร์ เวสต์ (JR West) ที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว จำนวน 5 ตู้ คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2569
นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงตู้โดยสารรถไฟชั้น 3 ให้เป็นรถปรับอากาศ ซึ่งอยู่ระหว่างพัฒนาตู้ต้นแบบด้วยงบประมาณ 12 ล้านบาท คาดว่าจะเสร็จในปี 2569 เพื่อลดการนำเข้ารถไฟจากต่างประเทศ รวมไปถึงความสำเร็จในการจดอนุสิทธิบัตรวัสดุโฟมดูดกลืนเสียงจากยางพาราธรรมชาติสำหรับใช้เป็นกำแพงกันเสียงใน เทคโนโลยีระบบราง ซึ่งนายสิริพงศ์กำชับว่าต้องกำหนดราคากลางให้เหมาะสม ไม่กระทบกลไกตลาดยางพาราในประเทศ
ในตอนท้าย นายสิริพงศ์ได้เน้นย้ำให้ร่วมมือกับ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. เพื่อนำงานวิจัยไปต่อยอดใช้งานจริง ทั้งนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำมาตรฐานระบบรางที่ สทร. จัดทำขึ้น ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบไฟฟ้าและอาณัติสัญญาณ ไปปรับใช้เพื่อยกระดับความปลอดภัยให้แก่ประชาชนผู้ใช้บริการต่อไป
