Connect with us

ข่าว

รัฐบาลเปิดโครงการไทยช่วยไทย หนุนรถพุ่มพวงช่วยกระจายสินค้าราคาประหยัดทั่วประเทศ เปิดรับสมัคร 1-7 พ.ค. นี้

Published

on

รัฐบาลโดยกระทรวงมหาดไทย เปิดโครงการไทยช่วยไทย หนุนเครือข่ายรถพุ่มพวงกระจายสินค้าราคาประหยัด ช่วยลดค่าครองชีพประชาชน สมัครออนไลน์ 1-7 พ.ค. 2569 นี้

สำนักข่าวบริคอินโฟ – รัฐบาลเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากผ่านโครงการ ไทยช่วยไทย โดยกระทรวงมหาดไทย (มท.) เชิญชวนผู้ประกอบการ รถพุ่มพวง หรือรถเร่จำหน่ายสินค้าทั่วประเทศ เข้าร่วมเครือข่ายกระจายสินค้าราคาประหยัด เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชนในชุมชนและพื้นที่ห่างไกล พร้อมสนับสนุนมาตรการลดต้นทุนการเดินรถและการจัดสรรสินค้าในราคาพิเศษ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง

สำหรับการสนับสนุนในโครงการนี้ ภาครัฐมุ่งเน้นไปที่การลดอุปสรรคด้านต้นทุนของผู้ค้ารายย่อย โดยจะมีการสนับสนุน ค่าน้ำมัน เพื่อบรรเทาภาระการเดินรถ รวมถึงการจัดสรรสินค้าราคาประหยัดจากแหล่งผลิต เพื่อให้ผู้ประกอบการนำไปจำหน่ายต่อให้แก่ประชาชนในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ถือเป็นการใช้ประโยชน์จากเครือข่ายรถพุ่มพวงที่มีความใกล้ชิดกับชุมชนในการเป็นช่องทางส่งต่อความช่วยเหลือจากภาครัฐ

ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการผ่านระบบออนไลน์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เวลา 08.30 น. จนถึงวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 เวลา 23.59 น. ผ่านทางเว็บไซต์ของกรมการปกครอง https://mobilemarket.bora.dopa.go.th โดยระบบเปิดให้สมัครได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ค้ารายย่อยทั่วประเทศ

กระบวนการถัดมาภายหลังจากการสมัครผ่านเว็บไซต์ ผู้สมัครจะต้องเดินทางไป ยืนยันตัวตน ณ ที่ว่าการอำเภอ หรือผ่านทางกำนันและผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ของตนเอง ระหว่างวันที่ 1 – 8 พฤษภาคม 2569 โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ และมีกำหนดการประกาศผลผู้ที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการในวันที่ 12 พฤษภาคม 2569

Advertisement

ทางด้านนางสาว ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ให้ข้อมูลถึงวัตถุประสงค์ของโครงการนี้ว่า “โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการสนับสนุนเศรษฐกิจฐานราก ผ่านการใช้เครือข่ายท้องถิ่นในการกระจายสินค้าราคาประหยัดให้เข้าถึงประชาชนอย่างทั่วถึง พร้อมช่วยลดภาระค่าครองชีพและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อยในระดับชุมชน”

Continue Reading
Advertisement