Connect with us

ข่าว

SCGD กางแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี ดัน EBITDA แตะ 4.5 พันล้านบาท มุ่งขยายตลาดไทยและเวียดนาม

Published

on

สำนักข่าวบริคอินโฟ – บริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGD ประกาศแผนการดำเนินงาน 5 ปี เพื่อมุ่งสู่การเติบโตในภูมิภาคอาเซียน โดยตั้งเป้าหมายสร้างกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) แตะระดับ 4,500 ล้านบาท และเพิ่มกำไรต่อหุ้น (EPS) ขึ้นเป็น 2 เท่า ภายในปี 2574 หลังวางโครงสร้างธุรกิจหลักในกลุ่มกระเบื้องและสุขภัณฑ์มาอย่างต่อเนื่อง

นายนำพล มลิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ SCGD เปิดเผยว่า บริษัทรักษาความสามารถในการทำกำไรได้ดีตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา แม้ต้องรับมือกับภาวะตลาดในประเทศที่ชะลอตัวและความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท สำหรับระยะต่อไป บริษัทจะขับเคลื่อนผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่ การขยายธุรกิจสู่กลุ่มสินค้าใหม่ การปรับโครงสร้างรวมศูนย์การผลิตในอาเซียน และการเร่งขยายตลาดในประเทศเวียดนามเพื่อใช้เป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออก

ทั้งนี้ บริษัทได้ต่อยอดสายผลิตภัณฑ์นอกเหนือจากกระเบื้องและสุขภัณฑ์ ไปสู่กลุ่มสินค้าตกแต่งภายในอย่างครบวงจร อาทิ วัสดุปูพื้น SPC สุขภัณฑ์อัจฉริยะ ประตู หน้าต่าง และเฟอร์นิเจอร์ห้องครัวและห้องน้ำ ซึ่งมียอดขายเติบโตมากกว่า 90% ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานหลักในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยี ร่วมกับการขยายความร่วมมือกับพันธมิตรระดับสากล และขยายช่องทางจำหน่ายในภูมิภาค เช่น ตลาดประเทศมาเลเซีย

SCGD กางแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี ตั้งเป้าดัน EBITDA แตะ 4,500 ล้านบาท และเพิ่ม EPS โต 2 เท่า ภายในปี 2574 รุกขยายสินค้าใหม่และยกระดับฐานการผลิตในไทยและเวียดนาม

ด้านการบริหารต้นทุน SCGD ดำเนินโครงการรวมศูนย์การผลิตกระเบื้องเซรามิกและ Glazed Porcelain ในประเทศไทย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุนต่อหน่วย และขยายสัดส่วนสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง คาดว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2570 ซึ่งจะช่วยเพิ่ม EBITDA อีกราว 380 ล้านบาทต่อปี

ขณะเดียวกัน บริษัทยังวางตำแหน่งให้ประเทศเวียดนามเป็นตลาดยุทธศาสตร์และฐานการผลิตเพื่อการส่งออกของภูมิภาคอาเซียน ผ่านแบรนด์ PRIME ซึ่งมีความพร้อมด้านเครือข่ายและผลิตภัณฑ์หลากหลาย เพื่อกระจายสินค้าไปยังฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย โดย SCGD ตั้งเป้าหมายระยะสั้นให้ EBITDA แตะระดับ 3,500 ล้านบาท ภายในปี 2571 ก่อนจะขยับสู่ 4,500 ล้านบาท ในปี 2574 ตามแผนงาน

Advertisement