ข่าว
“ยศชนัน” ชูวิทยาศาสตร์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียว ตั้งเป้าปี 73 ดันจีดีพีโต 3% พร้อมรับความเสี่ยงแทนนักวิจัย
สำนักข่าวบริคอินโฟ – ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ กระทรวง อว. (MHESI) เปิดวิสัยทัศน์ในงานประชุมวิชาการประจำปี NAC2026 มุ่งเน้นการใช้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นกลไกหลักในการเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่ เศรษฐกิจยั่งยืน โดยตั้งเป้าหมายใหญ่ภายในปี พ.ศ. 2573 (ค.ศ. 2030) ในการเพิ่มสัดส่วนจีดีพีจาก เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) อีกร้อยละ 3 พร้อมลดความเสี่ยงด้านคาร์บอนลงร้อยละ 30 และสร้างนวัตกรรมเชิงพาณิชย์ให้ได้ 5,000 รายการ เพื่อรับมือกับมาตรการทางการค้าระหว่างประเทศที่เข้มงวดขึ้น
ในเวทีเสวนาหัวข้อ “Net Zero: Beyond the Environment Shaping Lives and Economies” ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ระบุว่ารัฐบาลมีนโยบายขับเคลื่อน โมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) ต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นไปที่ เศรษฐกิจเพื่อสุขภาวะ (Wellness Economy) ครอบคลุมทั้งด้านอากาศ อาหาร และเครื่องมือแพทย์ การดำเนินธุรกิจในยุคใหม่ต้องตรวจสอบลึกถึงห่วงโซ่มูลค่าว่าไม่มีการเอาเปรียบแรงงานและมีความเป็นธรรมในการจ่ายค่าตอบแทน ขณะที่การพัฒนานวัตกรรมจะต้องตอบโจทย์ตั้งแต่กระบวนการผลิตไปจนถึงระบบโลจิสติกส์อย่างครบวงจร
สำหรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย กระทรวง อว. (Ministry of Higher Education, Science, Research and Innovation) ได้วางกลยุทธ์ผ่าน 2 เครื่องยนต์หลัก เครื่องยนต์แรกคือการยกระดับอุตสาหกรรมเดิม ทั้งเกษตรแม่นยำ (Precision Agriculture) และภาคบริการเพื่อเพิ่มผลิตภาพ ส่วนเครื่องยนต์ที่สองคือการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ผ่าน เทคโนโลยีขั้นแนวหน้า (Frontier Industries) เช่น อุตสาหกรรมอวกาศ และ ยานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV (Electric Vehicle) เพื่อสร้างโอกาสใหม่ในเวทีโลก
ในประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) รองนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่าเรื่องนี้มีความสำคัญเท่ากับความมั่นคงของชาติ เนื่องจากมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนเข้าพรมแดน หรือ CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism) กำลังกลายเป็นกำแพงภาษีรูปแบบใหม่ หากผู้ประกอบการไทยไม่ปรับตัวจะสูญเสียขีดความสามารถทางการแข่งขันทันที การพัฒนานวัตกรรมจึงต้องใช้กลยุทธ์ Backcasting หรือการตั้งเป้าหมายในอนาคตปี 2030 เป็นตัวตั้งแล้ววางแผนย้อนกลับมาสู่ปัจจุบัน เพื่อให้การทำงานของนักวิจัยตอบโจทย์ความต้องการของประเทศอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ กระทรวง อว. ยังได้กำหนดบทบาทใหม่ใน 3 มิติ คือ การเป็นผู้สร้างระบบนิเวศ (Ecosystem Builder) การเป็นผู้บูรณาการระบบ (System Integrator) และการเป็นตัวเร่งการขยายผล (Accelerator) เพื่อสนับสนุนให้นักนวัตกรสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนทั้งในและต่างประเทศได้สะดวกขึ้น โดยมุ่งเป้าพัฒนากำลังคนให้ได้ถึง 20 ล้านคนภายในปี 2573
“ขอให้คำมั่นต่อนักวิจัยว่า ผมพร้อมเป็นผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง หากมีแรงปะทะหรือผลกระทบใดเกิดขึ้น พร้อมจะเป็นผู้รับความเสี่ยงแทน ขอให้นักวิจัยทุกท่านทำหน้าที่เป็นกองหน้าและเดินหน้าขับเคลื่อนงานได้อย่างเต็มกำลัง” ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ กล่าว
