ข่าว
สำนักงาน กสทช. ผนึกกำลังพันธมิตรลงพื้นที่ย่านเยาวราช เร่งตรวจรื้อถอนสายสื่อสารตามแผนงานปี 2568-2569
สำนักข่าวบริคอินโฟ – สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ สำนักงาน กสทช. (NBTC) ผนึกกำลังหน่วยงานพันธมิตรและผู้ประกอบการโทรคมนาคม ลงพื้นที่ย่านเยาวราชเพื่อตรวจสอบการรื้อถอนสายสื่อสาร ตั้งแต่บริเวณแยกทรงสวัสดิ์ถึงแยกราชวงศ์ ระยะทาง 0.60 กิโลเมตร โดยมุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนสู่รูปแบบโครงข่ายสายปลายทางร่วมกัน หรือ Single Last Mile เพื่อจัดระเบียบสายสื่อสารและยกระดับทัศนียภาพของย่านเศรษฐกิจสำคัญตามแผนงานระดับประเทศ
การดำเนินการในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการนำสายสื่อสารลงใต้ดิน พ.ศ. 2568 – 2569 ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประกอบด้วย การไฟฟ้านครหลวง (MEA) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) กรุงเทพมหานคร (BMA) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม โดยการลงพื้นที่เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 เป็นการติดตามผลต่อเนื่องหลังจากเริ่มรื้อถอนในพื้นที่เยาวราชมาตั้งแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา
นายสุทธิศักดิ์ ตันตะโยธิน รองเลขาธิการ กสทช. สายงานกิจการโทรคมนาคม ระบุว่าโครงการในย่านเยาวราชได้ดำเนินงานเข้าสู่พื้นที่โซน 4 อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่มีความหนาแน่นของโครงข่ายสูง การนำรูปแบบ Single Last Mile มาใช้จะช่วยลดความซ้ำซ้อนของสายสื่อสาร และเป็นการใช้ทรัพยากรโครงสร้างพื้นฐานร่วมกันให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อเป้าหมายในการปรับปรุงทัศนียภาพและเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสาร
“สำนักงาน กสทช. ได้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เร่งดำเนินการจัดระเบียบและนำสายสื่อสารลงใต้ดินอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายหลักในการปรับปรุงทัศนียภาพเมืองและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการสื่อสารแก่ประชาชน เพื่อเป็นไฮไลต์สำคัญในปี 2569 พลิกโฉมเยาวราชสู่ Single Last Mile เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีความหนาแน่นของโครงข่ายสูง การใช้โครงข่ายสายปลายทางร่วมกัน จะทำให้ลดการซ้ำซ้อนของสายสื่อสาร และเป็นการใช้ทรัพยากรโครงสร้างพื้นฐานร่วมกันให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งย่านเยาวราชเป็นพื้นที่สำคัญ เป็นย่านเศรษฐกิจและแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม” นายสุทธิศักดิ์ กล่าว
นอกจากการปรับปรุงความสวยงามของพื้นที่แล้ว แผนการดำเนินงานดังกล่าวยังมุ่งเน้นไปที่การลดความเสี่ยงด้านอัคคีภัยและเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวรวมถึงผู้ประกอบการในพื้นที่ โดยได้รับความร่วมมือจากกลุ่มผู้ประกอบการโทรคมนาคมในการบูรณาการทำงานร่วมกัน เพื่อให้กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนในย่านนี้ให้น้อยที่สุด พร้อมผลักดันเป้าหมายการเป็น Smart City อย่างยั่งยืนต่อไป
