Connect with us

ข่าว

เอไอเอส บิสซิเนส เปิดตัวโซลูชัน Work from Anywhere หนุนเอสเอ็มอีไทยรับมือเศรษฐกิจผันผวนด้วยแพ็กเกจ 5G เริ่มต้น 99 บาท

Published

on

เอไอเอส บิสซิเนส เปิดตัวโซลูชัน Work from Anywhere พร้อมแพ็กเกจ SME 5G และ AIS Fibre เริ่มต้นเพียง 99 บาทต่อเดือน สนับสนุนนโยบาย WFH เสริมศักยภาพธุรกิจไทยในยุคเศรษฐกิจผันผวน

สำนักข่าวบริคอินโฟ – เอไอเอส บิสซิเนส (AIS Business) ประกาศเดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการและภาคธุรกิจไทย ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีความไม่แน่นอนและความตึงเครียดในภูมิภาค โดยการพัฒนาโซลูชัน Work from Anywhere เพื่อรองรับการทำงานยุคใหม่ที่เน้นความคล่องตัวผ่านเครือข่าย 5G และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ซึ่งสอดรับกับนโยบายภาครัฐที่ส่งเสริมให้หน่วยงานต่างๆ ปรับใช้รูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่นอย่าง Work From Home (WFH) เพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพสูงสุดในทุกสถานการณ์

สำหรับการขับเคลื่อนในครั้งนี้ เอไอเอส บิสซิเนส (AIS Business) ได้ออกแบบแพ็กเกจด้านการเชื่อมต่อสำหรับลูกค้านิติบุคคลโดยเฉพาะ เพื่อแก้ปัญหาข้อจำกัดด้านสถานที่ในการทำงาน โดยครอบคลุมทั้งการใช้งานแอปพลิเคชันสำคัญ การเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายมือถือ และการเพิ่มประสิทธิภาพอินเทอร์เน็ตไฟเบอร์ภายในที่พักอาศัยหรือสำนักงาน ซึ่งเน้นความสำคัญไปที่การเข้าถึงเครื่องมือพื้นฐานอย่าง Microsoft Office 365 และการประชุมออนไลน์ผ่าน Zoom ที่กลายเป็นหัวใจหลักของการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน

ในส่วนของรายละเอียดแพ็กเกจสำหรับ SME และลูกค้านิติบุคคลนั้น ประกอบด้วยแพ็กเกจเสริม SME 5G Work Anywhere ราคา 99 บาทต่อเดือน ที่รองรับการใช้งานแอปพลิเคชันทำงานหลักได้แบบไม่จำกัด และขยับขึ้นมาเป็นราคา 229 บาทต่อเดือน สำหรับผู้ที่ต้องการปริมาณอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้น 25GB พร้อมใช้งาน AIS WiFi ได้ไม่จำกัด เพื่อความคล่องตัวในการทำงานนอกสถานที่ นอกจากนี้ยังมีบริการ Speed BOOST สำหรับลูกค้า เอไอเอส ไฟเบอร์ (AIS Fibre) ในราคา 99 บาทต่อเดือน เพื่อเพิ่มความเร็วอินเทอร์เน็ตสูงสุด 1000/500 Mbps และปรับรูปแบบความเร็วให้เหมาะสมกับการประชุมหรือการอัปโหลดไฟล์ขนาดใหญ่

ทั้งนี้ เอไอเอส บิสซิเนส (AIS Business) ระบุถึงเป้าหมายในการดำเนินงานว่า ต้องการยกระดับจากผู้ให้บริการโครงข่ายสู่การเป็น Trusted Digital Partner หรือพันธมิตรดิจิทัลที่ไว้วางใจได้ เพื่อส่งเสริมให้องค์กรไทยสามารถปรับตัวสู่รูปแบบการทำงานยุคใหม่ได้อย่างมั่นใจ พร้อมทั้งสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอัจฉริยะ (Intelligent Infrastructure) ที่แข็งแกร่งเพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถเดินหน้าต่อได้แม้จะเผชิญกับปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก

Advertisement
Continue Reading
Advertisement