Connect with us

ข่าว

จ็อบส์ดีบี เผยดัชนีความสุขคนทำงานไทยรั้งอันดับ 3 ในเอเชียแปซิฟิก พบกลุ่ม เจน Z เสี่ยงภาวะหมดไฟสูงสุด

Published

on

Jobsdb by SEEK เผยข้อมูลสำคัญชี้ให้เห็นว่ากลุ่มแรงงาน Gen Z กำลังกลายเป็นกำลังหลักในตลาดงานไทย แนะองค์กรเร่งปรับตัวทั้งในด้านวัฒนธรรมองค์กร ความยืดหยุ่น และโอกาสในการเติบโต เพื่อดึงดูดและรักษาคนทำงานรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพสูง

สำนักข่าวบริคอินโฟ – จ็อบส์ดีบี บาย ซีค (Jobsdb by SEEK) เปิดเผยรายงานดัชนีความสุขในที่ทำงานประจำปี 2568 พบว่า คนทำงานชาวไทย มีระดับความสุขโดยรวมอยู่ที่ 67% ซึ่งถือเป็นอันดับ 3 ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รองจากอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจระบุว่าคนไทยกว่า 80% ให้ความสำคัญกับ งานที่มีคุณค่า มากกว่าแค่ค่าตอบแทน ขณะที่เกือบครึ่งหนึ่งของกลุ่มตัวอย่างยังต้องเผชิญกับ ภาวะหมดไฟ (Burnout) และความเครียดสะสม ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญที่องค์กรต้องเร่งแก้ไขเพื่อรักษาบุคลากรในระยะยาว

ผลการศึกษาจากกลุ่มตัวอย่างกว่า 1,000 คนในประเทศไทย ชี้ให้เห็นว่าปัจจัยที่สร้างความสุขให้พนักงานมากที่สุดคือ ทำเลที่ตั้งของสถานที่ทำงาน (70%) ตามมาด้วยโอกาสในการเรียนรู้ทักษะใหม่ (66%) และหน้าที่ความรับผิดชอบในแต่ละวัน (65%) แต่สิ่งที่น่ากังวลคือช่องว่างระหว่างความคาดหวังและสิ่งที่ได้รับจริง โดยเฉพาะเรื่อง ปริมาณงานและความกดดัน ซึ่งมีพนักงานเพียง 53% เท่านั้นที่รู้สึกพึงพอใจกับภาระงานที่ได้รับจริงในปัจจุบัน

ดวงพร พรหมอ่อน กรรมการผู้จัดการ Jobsdb by SEEK ระบุถึงความสำคัญของความสุขในองค์กรว่า พนักงานที่มีความสุขมีแนวโน้มที่จะทุ่มเททำงานเกินความคาดหมายสูงถึง 86% ในขณะที่กลุ่มที่ไม่มีความสุขมีสัดส่วนเพียง 54% นอกจากนี้ความสุขยังเป็นเครื่องมือเสริมภาพลักษณ์องค์กร เพราะพนักงานกลุ่มนี้จะแนะนำบริษัทต่อผู้อื่นมากกว่ากลุ่มที่ไม่มีความสุขถึง 35% แม้ค่าตอบแทนจะเป็นพื้นฐานในการดึงดูดคนเก่ง แต่การสร้างความรู้สึกว่างานที่ทำมีคุณค่าและได้รับการยอมรับ คือกุญแจสำคัญที่ช่วยให้พนักงานผูกพันกับองค์กรอย่างยั่งยืน

เมื่อเจาะลึกตามกลุ่มช่วงอายุ พบว่า เจน Z (Gen Z) อายุ 18-29 ปี เป็นกลุ่มที่มีความสุขต่ำที่สุดเพียง 59% และมีอัตราภาวะหมดไฟสูงถึง 51% เนื่องจากเป็นช่วงเริ่มต้นการทำงานที่ต้องปรับตัวสูง ตรงกันข้ามกับกลุ่ม เบบี้บูมเมอร์ (Baby Boomers) ที่มีความสุขสูงสุดถึง 75% และมีแนวโน้มลาออกต่ำที่สุดเพียง 33% ส่วนกลุ่ม มิลเลนเนียล (Millennials) จะให้ความสำคัญกับความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน (Work-Life Balance) และกลุ่ม เจน X (Gen X) ที่เน้นความก้าวหน้าและการยอมรับในผลงานตามระดับประสบการณ์

รายงานฉบับนี้ย้ำว่า องค์กรไม่สามารถใช้มาตรฐานเดียวในการบริหารจัดการพนักงานทุกกลุ่มได้ แต่ต้องออกแบบ สวัสดิการและการดูแลเฉพาะบุคคล (Personalized Management) เช่น การมีระบบพี่เลี้ยงสำหรับเด็กจบใหม่ หรือการเพิ่มความยืดหยุ่นในรูปแบบการทำงานให้กับกลุ่มคนวัยสร้างครอบครัว เพื่อยกระดับประสบการณ์การทำงานและลดปัญหาการสูญเสียบุคลากรคุณภาพ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจในยุคที่มีการแข่งขันสูง

Advertisement
Continue Reading
Advertisement