ข่าว
เปิด 5 ข้อเท็จจริงวิกฤตทรัพยากรน้ำโลก เนื่องในวันอนุรักษ์น้ำโลก พร้อมแนวทางจัดการน้ำอย่างยั่งยืน
แม้โลกจะเป็นดาวเคราะห์ที่ปกคลุมด้วยน้ำเป็นส่วนใหญ่ แต่ปริมาณ น้ำจืด ที่มนุษย์สามารถเข้าถึงและนำมาใช้ประโยชน์ได้จริงกลับมีสัดส่วนเพียง 1% เท่านั้น ท่ามกลางวิกฤต การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความต้องการใช้น้ำที่พุ่งสูงขึ้น ทำให้การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำกลายเป็นวาระสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องเร่งดำเนินการ โดยเฉพาะในภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมที่ครองสัดส่วนการใช้น้ำรวมกันกว่า 90% ของโลก ซึ่งหากไม่มีการบำบัดน้ำเสียอย่างเหมาะสม จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบนิเวศและทางรอดของมวลมนุษยชาติในอนาคต

ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ระบุถึงข้อเท็จจริงที่น่าสนใจว่า จากปริมาณน้ำทั้งหมดบนโลก 97% เป็นน้ำเค็ม และอีก 2% ถูกกักเก็บในรูปแบบธารน้ำแข็ง ทำให้เหลือน้ำจืดเพียง 1% ที่หมุนเวียนให้มนุษย์ใช้ หากเปรียบเทียบกับน้ำ 100 แก้ว จะมีน้ำที่ดื่มได้จริงเพียง 1 แก้วเท่านั้น โดยในปัจจุบันภาคเกษตรกรรมเป็นกลุ่มที่ใช้น้ำมากที่สุดถึง 70% ตามมาด้วยภาคอุตสาหกรรม 19% และภาคครัวเรือน 11% ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าในระดับมหภาคมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความยั่งยืนของทรัพยากร

ประเด็นเรื่อง น้ำเสีย เป็นอีกหนึ่งความท้าทายระดับโลก โดยรายงานจาก UN-Water พบว่ามีน้ำเสียจากภาคอุตสาหกรรมเพียง 27% เท่านั้นที่ผ่านการบำบัดอย่างปลอดภัย ส่วนที่เหลืออีกกว่า 70% ยังคงมีการปนเปื้อนมลพิษและไหลกลับสู่ธรรมชาติโดยไม่ผ่านกระบวนการที่เหมาะสม สำหรับในประเทศไทย บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด ได้มีการลงทุนติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียที่สามารถหมุนเวียนน้ำกลับมาใช้ใหม่ได้มากกว่า 80% ในส่วนที่ไม่สัมผัสอาหาร เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้ได้มากที่สุด
ในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม เบื้องหลังการผลิตเครื่องดื่ม 1 ลิตร จำเป็นต้องใช้น้ำมากกว่าปริมาณที่บรรจุในขวด เนื่องจากต้องใช้ในขั้นตอนการทำความสะอาด การผสมสูตร และการปรับอุณหภูมิ โดยค่าเฉลี่ยการใช้น้ำ ทั่วโลกอยู่ที่ 2.38 ลิตร ต่อการผลิตเครื่องดื่ม 1 ลิตร อย่างไรก็ตาม โรงงานของ ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ทั้งในจังหวัดระยองและสระบุรี สามารถบริหารจัดการจนลดอัตราการใช้น้ำลงเหลือต่ำกว่า 1.4 ลิตร ต่อเครื่องดื่ม 1 ลิตร ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลกเกือบครึ่งหนึ่ง

กรมทรัพยากรน้ำ ให้ข้อมูลว่าการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนต้องอาศัยการทำงานแบบบูรณาการระดับลุ่มน้ำ โดยเปิดให้ภาครัฐ เอกชน และชุมชน เข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่วันนี้ ทั้งการอนุรักษ์ ฟื้นฟูแหล่งน้ำ และการเตรียมพร้อมรับมือภัยแล้งหรืออุทกภัย ซึ่งทาง ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ได้ดำเนินโครงการด้านสังคมอย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการ มิซุอิกุ: สอนน้องรักษ์น้ำ และโครงการ คน-น้ำ-ดี เพื่อฟื้นฟูป่าต้นน้ำและสร้างฝายชะลอน้ำ ตอกย้ำค่านิยม การเติบโตอย่างยั่งยืน หรือ Growing for Good ในการรักษาต้นทุนทางธรรมชาติไว้ให้คนรุ่นหลัง
