ข่าว
กกพ. เสนอ 3 ทางเลือกค่าไฟงวด พ.ค. – ส.ค. 69 เคาะราคา 3.95 – 4.59 บาทต่อหน่วย
สำนักข่าวบริคอินโฟ – คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือ กกพ. (ERC) มีมติเปิดรับฟังความคิดเห็นการปรับค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่าเอฟที) สำหรับงวดเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2569 โดยเสนอ 3 แนวทาง ซึ่งอาจส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้นจากงวดปัจจุบันมาอยู่ที่ช่วง 3.95 – 4.59 บาทต่อหน่วย สาเหตุหลักมาจากราคาก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกและ LNG ที่พุ่งสูงขึ้นจากสถานการณ์ความไม่สงบระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนที่กระทบต้นทุนการผลิตไฟฟ้า
ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยว่าในการประชุมครั้งที่ 10/2569 เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569 ที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางการบริหารจัดการต้นทุนค่าไฟฟ้าเพื่อลดผลกระทบต่อค่าครองชีพ แม้จะมีปัจจัยลบด้านราคาพลังงานที่จ่อแตะ 20 เหรียญต่อล้านบีทียู แต่ กกพ. ยังมีกลไกการใช้เงินเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกิน (Claw back) และการบริหารภาระต้นทุนคงค้าง (AF) เพื่อรักษาสมดุลระหว่างค่าไฟที่เหมาะสมและเสถียรภาพทางการเงินของ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (PTT)
สำหรับ 3 ทางเลือกที่เปิดรับฟังความคิดเห็น ประกอบด้วย กรณีที่ 1 จ่ายคืนภาระต้นทุนคงค้างให้ กฟผ. ทั้งหมด เพื่อคืนสภาพคล่องให้หน่วยงาน จะส่งผลให้ค่าเอฟทีอยู่ที่ 80.60 สตางค์ต่อหน่วย และค่าไฟฟ้าเฉลี่ยปรับเพิ่มเป็น 4.59 บาทต่อหน่วย หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 18 กรณีที่ 2 เรียกเก็บตามต้นทุนจริงประจำงวดโดยให้ กฟผ. แบกรับภาระหนี้คงค้าง 35,928 ล้านบาทไว้ก่อน จะทำให้ค่าเอฟทีอยู่ที่ 29.66 สตางค์ต่อหน่วย และค่าไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.08 บาทต่อหน่วย หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 และ กรณีที่ 3 นำเงิน Claw back จำนวน 9,472 ล้านบาท มาช่วยลดภาระ จะทำให้ค่าเอฟทีลดลงเหลือ 16.23 สตางค์ต่อหน่วย และค่าไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.95 บาทต่อหน่วย หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 2 จากงวดปัจจุบัน
ดร.พูลพัฒน์ ระบุว่า “แม้ต้นทุนเชื้อเพลิงจะปรับตัวสูงขึ้น แต่ กกพ. ยังมีเครื่องมือในการบริหารจัดการเพื่อลดผลกระทบต่อผู้ใช้ไฟฟ้า ทั้งการพิจารณาใช้เงินเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกินและการทยอยบริหารภาระต้นทุนคงค้างอย่างเหมาะสม ส่งผลให้สามารถรักษาสมดุลระหว่างการสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงกับการดูแลค่าไฟฟ้าให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม พร้อมทั้งรักษาเสถียรภาพทางการเงินของ กฟผ. และ ปตท. ควบคู่ไปกับความมั่นคงของระบบพลังงานในภาพรวมได้”
รายละเอียดการเปรียบเทียบสมมติฐานที่ใช้คำนวณค่าเอฟที กับงวดก่อนหน้า
| สมมุติฐาน | หน่วย | พ.ค. – ส.ค. 58 (ค่าไฟฟ้าฐาน) [1] | ม.ค. – เม.ย. 69 (ประมาณการ) [2] | พ.ค. – ส.ค. 69 (ประมาณการ) [3] | เปลี่ยนแปลง [3]-[2] |
| – ราคา Pool Gas | บาท/ล้านบีทียู | 264 | 281 | 347 | +66 (+23.49%) |
| อ้างอิงน้ำมันดิบดูไบ | USD/บาเรล | 70.0 USD/บาเรล | 85.0 USD/บาเรล | +15.0 USD/บาเรล | |
| – ราคาน้ำมันเตา | บาท/ลิตร | 15.20 | 24.70 | 28.34 | +3.64 (+14.74%) |
| – ราคาน้ำมันดีเซล | บาท/ลิตร | 25.86 | 25.09 | 27.72 | +2.63 (+10.48%) |
| – ราคาลิกไนต์ (กฟผ.) | บาท/ตัน | 569.70 | 820.00 | 820.00 | 0 (0%) |
| – ราคาถ่านหินนำเข้าเฉลี่ย (IPPs) | บาท/ตัน | 2,826 | 3,232 | 3,107 | -125.21 (-3.87%) |
| สัดส่วนก๊าซธรรมชาติใน Pool Gas – อ่าวไทย – เมียนมา – LNG | พันล้านบีทียู/วัน | 3,682 2,514 854 314 | 4,517 2,182 418 1,917 | 3,749 1,531 413 1,805 | +768 (+17.0%) -651 (-29.8%) -5 (-1.2%) -112 (-5.8%) |
| วิธีการคิด Pool Gas ที่ใช้ผลิตไฟฟ้า | Gulf Gas /Pool Gas | Two Pools | Single Pool* | โครงสร้างราคา ก๊าซธรรมชาติใหม่** | – |
| การใช้น้ำมันในการผลิตไฟฟ้า | ล้านลิตร/เดือน | ไม่อยู่ในแผน | ตามความจำเป็น | ตามความจำเป็น | – |
| ราคา Spot LNG | USD/ล้านบีทียู | – | 11.60 | 18.80 | +7.2 (+61%) |
| อัตราแลกเปลี่ยน | บาท/USD | 33.05 | 32.00 | 31.27 | –0.73 (-2%) |
** ดำเนินการตามมติ กพช. เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568
นอกจากนี้ สำนักงาน กกพ. ยังแสดงความกังวลถึงปริมาณการใช้ไฟฟ้าในช่วงฤดูร้อนที่มักจะพุ่งสูงขึ้นตามสภาพอากาศ ซึ่งอาจทำให้ประชาชนต้องจ่ายค่าไฟในอัตราก้าวหน้าที่สูงขึ้น จึงขอความร่วมมือให้ร่วมกันประหยัดพลังงานเพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ ประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์ของสำนักงาน กกพ. ได้ตั้งแต่วันที่ 25 – 31 มีนาคม 2569 ก่อนจะมีการสรุปและประกาศใช้อย่างเป็นทางการต่อไป
