Connect with us

ข่าว

สช. ผนึกภาคีถอดบทเรียน 2 ปี จี้รัฐบาลประกาศ “บุหรี่ไฟฟ้า” เป็นวาระแห่งชาติ

Published

on

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) และภาคีเครือข่าย เสนอรัฐบาลยกระดับปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าเป็นวาระแห่งชาติ หลังพบนักสูบหน้าใหม่พุ่งสูง ย้ำต้องคงกฎหมายห้ามนำเข้าและจำหน่ายเด็ดขาด

สำนักข่าวบริคอินโฟ – สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดเวทีถอดบทเรียนการขับเคลื่อนนโยบาย “การปกป้องเด็กและเยาวชนจากบุหรี่ไฟฟ้า” หลังพบสถิตินักสูบหน้าใหม่พุ่งสูงขึ้นกว่า 1.7 ล้านคนในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา พร้อมเสนอให้รัฐบาลยกระดับการแก้ไขปัญหาเป็น วาระแห่งชาติ เพื่อเพิ่มความเข้มข้นในการปราบปรามและเฝ้าระวังอย่างเป็นระบบ หลังพบช่องว่างทางกฎหมายและการรุกคืบของตลาดออนไลน์ที่ยากต่อการควบคุม

ที่ประชุมได้สรุปผลการดำเนินงานตามมติสมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็นตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งได้รับการรับรองจากหน่วยงานภาคีเครือข่ายกว่า 264 แห่ง โดยมีจุดเปลี่ยนสำคัญคือมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2568 ที่เห็นชอบ 5 มาตรการหลัก ได้แก่ การพัฒนาองค์ความรู้ การสร้างการรับรู้ภัยอันตราย การเฝ้าระวังบังคับใช้กฎหมาย การพัฒนาเครือข่าย และการยืนยันนโยบาย ห้ามนำเข้าและจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาสะท้อนว่าการปราบปรามอย่างจริงจังเพียงช่วงระยะเวลาสั้นๆ สามารถสร้างผลลัพธ์ได้มหาศาลเมื่อเทียบกับการดำเนินงานปกติทั้งปี

รัฐบาลเอาจริง! สั่งปราบปราม พอตเค บุหรี่ไฟฟ้าผสมยาเค ระบาดหนัก โทษผู้เสพ-ผู้ขาย สูงสุดถึงติดคุก-เสียชีวิต

ศ. พญ.สุวรรณา เรืองกาญจนเศรษฐ์ รองผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) หรือ Tobacco Control Research and Knowledge Management Center (TRKC) เปิดเผยว่า รัฐบาลจำเป็นต้องคงกฎหมายห้ามนำเข้าและจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง พร้อมเสนอให้ยกเป็นวาระแห่งชาติเพื่อบูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วน โดยระบุว่า “หากรัฐบาลเอาจริงเอาจัง เราสามารถลดการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อป้องกันเด็กและเยาวชนให้ปลอดภัยได้ ซึ่งเห็นผลชัดเจนจากการกวาดล้างใหญ่เพียง 1 เดือนในช่วงปีที่ผ่านมา”

จากการระดมความคิดเห็นพบปัญหาสำคัญคือ หน่วยงานรัฐบางส่วนยังมีทิศทางไม่ตรงกันในการป้องกันการแทรกแซงจากอุตสาหกรรมยาสูบ และการขาด กฎหมายเฉพาะ (Specific Law) ทำให้การจัดการบุหรี่ไฟฟ้าต้องใช้กฎหมายหลายฉบับส่งผลต่อการตีความและอำนาจการสั่งการ นอกจากนี้รูปแบบการค้าที่เปลี่ยนไปสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ทำให้การติดตามจับกุมทำได้ยากขึ้น รวมถึงความตระหนักรู้ในสถานศึกษาและกลุ่มผู้ปกครองที่ยังไม่เท่าทันสถานการณ์การแพร่ระบาดในปัจจุบัน

แฟ้มภาพซินหัว : นักเรียนถือภาพจำลองบุหรี่พร้อมสัญลักษณ์ห้ามสูบ ระหว่างกิจกรรมวันงดสูบบุหรี่โลก ในเมืองหานตัน มณฑลเหอเป่ยทางตอนเหนือของจีน วันที่ 29 พ.ค. 2015

ด้านข้อมูลทางวิชาการ รศ. ดร.พญ.เริงฤดี ปธานวนิช จากคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี เปิดเผยสถิติปี 2567-2568 พบว่าประชาชนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ โดยกว่า 1 ใน 3 เป็นกลุ่มที่เพิ่งเริ่มสูบภายในปีเดียวและไม่เคยสูบบุหรี่ธรรมดามาก่อน เป็นการยืนยันว่าบุหรี่ไฟฟ้าไม่ใช่เครื่องมือลดอันตรายตามที่กล่าวอ้าง แต่เป็นช่องทางสร้างนักสูบหน้าใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและวัยรุ่น ซึ่งประเทศที่ใช้มาตรการสั่งแบนอย่างเด็ดขาดมีอัตราการสูบในเยาวชนต่ำกว่าประเทศที่ทำให้ถูกกฎหมายอย่างเห็นได้ชัด

นอกจากมาตรการปราบปราม ที่ประชุมยังเสนอให้มีการพัฒนาชุดสิทธิประโยชน์เพื่อการบำบัดผู้เสพติดบุหรี่ผ่าน สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) หรือ National Health Security Office (NHSO) ให้ครอบคลุมทั้งค่ายา ค่าตรวจทางห้องปฏิบัติการ และค่าบริการทางการแพทย์ เพื่อจูงใจให้ผู้เสพเข้าสู่กระบวนการเลิกบุหรี่มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีอัตราการเข้ารับการรักษาเพียง 10% เท่านั้น โดย สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) หรือ National Health Commission Office (NHCO) เตรียมรวบรวมข้อเสนอทั้งหมดเสนอต่อคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เพื่อกำหนดทิศทางการทำงานร่วมกับกลไกเขตสุขภาพทั่วประเทศต่อไป

Advertisement
Continue Reading
Advertisement