Connect with us

การเมือง

พรรคประชาธิปัตย์เสนอ 2 มาตรการแก้วิกฤตน้ำมันดีเซล จี้รัฐลดภาษีสรรพสามิต-เก็บค่าธรรมเนียมลาภลอยโรงกลั่น

Published

on

นายกรณ์ จาติกวณิช

สำนักข่าวบริคอินโฟ – พรรคประชาธิปัตย์ โดย นายกรณ์ จาติกวณิช ออกโรงเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาราคา น้ำมันดีเซล โดยเรียกร้องให้รัฐบาลปรับปรุงการบริหารจัดการให้เกิดความธรรมแก่ทุกฝ่าย หลังพบโครงสร้างราคาผิดเพี้ยนจนเกิดสภาวะน้ำมันขาดแคลนหน้าสถานีบริการน้ำมัน พร้อมชี้เป้า 5 ปมวิกฤตที่กระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนและภาคเศรษฐกิจในวงกว้าง

นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้า พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า รัฐบาลและโรงกลั่นไม่ควรปล่อยให้ประชาชนแบกรับภาระราคาน้ำมันเพียงฝ่ายเดียว โดยทางพรรคมีข้อเสนอเร่งด่วน 2 ประการ คือ ให้รัฐบาลประกาศ ลดภาษีสรรพสามิต ทันทีลิตรละ 6 บาท และดำเนินการเก็บค่าธรรมเนียม “ลาภลอย” จากฝั่งโรงกลั่นในอัตราลิตรละ 3 บาท ซึ่งมาตรการนี้จะช่วยลดภาระการชดเชยของ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ได้ถึงลิตรละ 9 บาท หรือประหยัดเงินงบประมาณได้วันละ 600 ล้านบาท

สำหรับสถานการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นบริเวณหน้าปั๊มน้ำมัน นายกรณ์ระบุว่าปัญหาไม่ได้เกิดจากปริมาณน้ำมันสำรองไม่เพียงพอ แต่เป็นผลมาจากโครงสร้างราคาที่ผิดพลาด เนื่องจากราคาขายส่งภาคอุตสาหกรรมสูงกว่าราคาขายปลีกหน้าปั๊ม ส่งผลให้ภาคธุรกิจหันมากว้านซื้อน้ำมันที่สถานีบริการแทน ประกอบกับการส่งน้ำมันจากคลังลดลงจนทำให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนกและขาดความเชื่อมั่นต่อการควบคุมสถานการณ์ของภาครัฐ

“ตอนนี้สถานการณ์น้ำมันที่หน้าปั๊มขาดแคลน ขณะที่รัฐบาลส่งสัญญาณว่า Stock น้ำมันมีเพียงพอ แต่บริหารผิดพลาด เนื่องจากราคาที่ตลาดดีเซลมีสองราคา คือราคาขายส่งให้ภาคอุตสาหกรรม และราคาหน้าปั๊ม โดยที่ราคาส่งปัจจุบันสูงกว่าราคาหน้าปั๊มมาก เพราะไม่ได้รับการชดเชยจากกองทุนน้ำมัน จึงทำให้ภาคอุตสาหกรรมมาซื้อหน้าปั๊มแทนและทำให้เกิดการขาดแคลน” นายกรณ์กล่าว

Advertisement

นอกจากนี้ พรรคประชาธิปัตย์ ยังได้วิเคราะห์ถึง 5 ประเด็นวิกฤตที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไข ได้แก่ ความเป็นธรรมเรื่องส่วนต่างกำไรของโรงกลั่น (Margin) ที่ยังสูงสวนทางกับภาระประชาชน, วิกฤตการเข้าถึงน้ำมัน, ผลกระทบลูกโซ่ที่ลามไปถึงราคาปุ๋ยและสินค้าอุปโภคบริโภค, ต้นทุนการขนส่งที่ฉุดรั้งภาคการท่องเที่ยวและการส่งออก รวมถึงความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาวโดยเฉพาะการจัดหา ก๊าซ LNG เพื่อผลิตไฟฟ้า

ในช่วงท้าย นายกรณ์เน้นย้ำถึงหัวใจสำคัญของการฝ่าวิกฤตครั้งนี้ว่า “มาตรการนี้จะช่วยให้กองทุนน้ำมันทำหน้าที่ดูแลราคาได้ต่อเนื่องข้ามช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นช่วงที่ประชาชนมีความต้องการใช้พลังงานสูง สิ่งที่ประชาชนต้องการในยามวิกฤต คือการวางแผนที่เป็นระบบ การสื่อสารที่โปร่งใส และการบริหารจัดการที่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย” โดยรัฐบาลต้องเร่งสร้างความเข้าใจและนำข้อเสนอไปปรับปรุงเพื่อให้ประเทศไทยก้าวข้ามความท้าทายด้านพลังงานได้อย่างยั่งยืน

Continue Reading
Advertisement