ข่าว
ต่างชาติแห่ลงทุนไทย มกราคม 69 ยอดพุ่ง 113 ราย มูลค่าทะลุ 3.3 หมื่นล้านบาท
สำนักข่าวบริคอินโฟ – รัฐบาลเปิดเผยสถิติการลงทุนของชาวต่างชาติในประเทศไทย ประจำเดือนมกราคม 2569 พบว่ามีนักลงทุนเข้ามาประกอบธุรกิจภายใต้ พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 จำนวนทั้งสิ้น 113 ราย เพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นมูลค่าการลงทุนรวม 33,779 ล้านบาท ซึ่งขยายตัวสูงถึง 46% พร้อมส่งผลให้เกิดการจ้างงานแรงงานไทยเพิ่มขึ้นอีก 262 คน หรือเติบโตขึ้น 15% โดยกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายและธุรกิจบริการสมัยใหม่ยังคงเป็นแรงดึงดูดหลักในการเข้ามาขยายฐานการผลิตและบริการในไทย
นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุรายละเอียดว่า ในจำนวนนักลงทุน 113 ราย แบ่งเป็นการลงทุนผ่านการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว จำนวน 24 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวอีก 89 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ (BOI) รวมถึงการได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและการใช้สิทธิตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ
สำหรับสถิตินักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนสูงสุด 5 อันดับแรก พบว่า ประเทศจีน (China) ครองอันดับหนึ่งด้วยจำนวน 26 ราย คิดเป็น 23% ของธุรกิจต่างชาติทั้งหมด มีมูลค่าการลงทุน 5,390 ล้านบาท เน้นหนักในกลุ่มธุรกิจแปรรูปไม้ สถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ตามมาด้วย ประเทศญี่ปุ่น (Japan) จำนวน 25 ราย ซึ่งแม้จะมีจำนวนรายน้อยกว่าจีนแต่มีมูลค่าการลงทุนสูงสุดถึง 15,315 ล้านบาท โดยมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจจัดหาวัตถุดิบ การพัฒนาซอฟต์แวร์ และการผลิตมอเตอร์ไฟฟ้า
ในส่วนของอันดับอื่น ๆ ประกอบด้วย สหรัฐอเมริกา (USA) จำนวน 16 ราย มูลค่าลงทุน 420 ล้านบาท เน้นธุรกิจบริการทางวิศวกรรม โฆษณา และซอฟต์แวร์แพลตฟอร์ม ตามด้วย ประเทศสิงคโปร์ (Singapore) จำนวน 12 ราย มูลค่าลงทุน 5,513 ล้านบาท โดดเด่นในกลุ่มบริการคลาวด์ (Cloud Service) และการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ และอันดับที่ 5 คือ ฮ่องกง (Hong Kong) จำนวน 10 ราย มูลค่าลงทุน 587 ล้านบาท ซึ่งเน้นธุรกิจบริการทางเทคนิคและการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า
นางสาวอัยรินทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “การลงทุนของต่างชาติที่เข้ามาส่วนใหญ่มาจากการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI สูงถึง 55 ราย คิดเป็น 49% ของจำนวนการอนุญาตทั้งหมด มูลค่าลงทุน 17,226 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาล ที่มุ่งเน้นอุตสาหกรรมอนาคต หรือ Future Industries เช่น เทคโนโลยีขั้นสูง ดิจิทัล AI ยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาด และเกษตรอาหาร” โดยประเภทธุรกิจที่ได้รับอนุญาตผ่านช่องทางนี้สูงสุดคือธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า ธุรกิจบริการที่มีมูลค่าสูง และธุรกิจบริการด้านคอมพิวเตอร์
