ข่าว
ผกก.สภ.ลาดหลุมแก้ว แจงปม “แอล” ชายคลั่งพกปืนเป็นเรื่องครอบครัว ยืนยันไม่ได้บุกโรงเรียน เร่งไล่ล่าตัวหลังขู่ฆ่ายกครัว
สำนักข่าวบริคอินโฟ – พ.ต.อ.ดุษฎี หิรัญรัตน์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรลาดหลุมแก้ว ออกมาชี้แจงกรณีข่าวชายคลุ้มคลั่งมีอาวุธปืนจนนำไปสู่การสั่งปิดโรงเรียนหลายแห่งในพื้นที่อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี โดยยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นปัญหาความขัดแย้งภายในครอบครัว ไม่ได้มีการบุกรุกเข้าไปก่อเหตุภายในสถานศึกษาตามที่มีกระแสข่าวแพร่สะพัดในโลกออนไลน์ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการติดตามตัวผู้ก่อเหตุอย่างใกล้ชิด พร้อมประสานสถานศึกษาเพื่อสร้างความเข้าใจและลดความตื่นตระหนก
เหตุการณ์ความวุ่นวายนี้สืบเนื่องมาจาก นายนพรัตน์ หรือ แอล อายุ 30 ปี ผู้ก่อเหตุรายสำคัญที่มีพฤติกรรมใช้ความรุนแรง ได้เดินทางมายังบ้านพักในตำบลระแหง อำเภอลาดหลุมแก้ว เมื่อคืนที่ผ่านมา เนื่องจากเกิดความไม่พอใจที่ภรรยาไปแจ้งความดำเนินคดีกับตนเอง จึงได้ก่อเหตุจับตัวพ่อตาเป็นตัวประกันเพื่อข่มขู่กดดันให้ภรรยากลับมาหา พร้อมคำขู่ว่าจะทำร้ายร่างกายพ่อตาหากไม่ปฏิบัติตาม อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมาพ่อตาสามารถหลบหนีออกมาได้โดยไม่ได้รับบาดเจ็บ
พ.ต.อ.ดุษฎี หิรัญรัตน์ ผกก.สภ.ลาดหลุมแก้ว ให้ข้อมูลว่า “เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นปัญหาภายในครอบครัว ไม่ได้มีการก่อเหตุคลุ้มคลั่งในที่สาธารณะ หรือภายในโรงเรียนตามที่มีข่าวเผยแพร่” พร้อมระบุเพิ่มเติมว่ายังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ในพื้นที่อำเภอลาดหลุมแก้ว ส่วนกรณีที่โรงเรียนหลายแห่งประกาศหยุดเรียนฉุกเฉินในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 นั้น ทางเจ้าหน้าที่กำลังเร่งประสานงานเพื่อสื่อสารข้อเท็จจริงให้ผู้ปกครองและนักเรียนได้รับทราบเพื่อลดความกังวล
จากการตรวจสอบประวัติพบว่า นายนพรัตน์ เป็นบุคคลอันตรายที่อยู่ระหว่างการหลบหนีคดีจากพื้นที่จังหวัดชลบุรี โดยเมื่อกลางดึกวันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผู้ก่อเหตุได้ใช้ปืนขนาด 11 มม. ยิงใส่รถกู้ภัยบนมอเตอร์เวย์สาย 7 ช่วงพัทยา-อู่ตะเภา หลังไม่พอใจที่เจ้าหน้าที่เข้าไปสอบถามขณะจอดรถทะเลาะกับภรรยาข้างทาง นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังตรวจพบใบกระท่อมสดกว่า 51 ถุง น้ำหนักรวม 500 กิโลกรัม อยู่ภายในรถกระบะของผู้ก่อเหตุอีกด้วย
พฤติกรรมของผู้ก่อเหตุรายนี้เข้าข่ายใช้ความรุนแรงซ้ำซาก โดยมีการทำร้ายร่างกายภรรยาจนได้รับบาดเจ็บสาหัสก่อนจะชิงรถซาเล้งชาวบ้านหลบหนีไปก่อนหน้านี้ ขณะนี้ สภ.ลาดหลุมแก้ว และ สภ.ห้วยใหญ่ ได้ประสานข้อมูลเพื่อรวบรวมหลักฐานออกหมายจับในข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว ทำให้เสื่อมเสียเสรีภาพ และความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน แม้ผู้ก่อเหตุจะเคยติดต่อขอเข้ามอบตัวแต่ยังไร้วี่แวว เจ้าหน้าที่จึงต้องระดมกำลังติดตามตัวมาดำเนินคดีอย่างเร่งด่วนเนื่องจากเป็นบุคคลที่มีอาวุธและมีประวัติข่มขู่ฆ่ายกครัว
