ข่าว
สวทช. นำเทคโนโลยีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อลุยพื้นที่บ้านโป่ง แก้ไขวิกฤตโรคใบด่างมันสำปะหลังด้วยท่อนพันธุ์สะอาด
สำนักข่าวบริคอินโฟ – ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ หรือ ไบโอเทค (BIOTEC) ภายใต้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เร่งขยายผลการใช้เทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ (Tissue Culture) และเทคนิคการขยายพันธุ์ด้วยท่อนพันธุ์ขนาดเล็ก (Mini-stem Cutting) เพื่อผลิตท่อนพันธุ์มันสำปะหลังสะอาดในพื้นที่อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี มุ่งหวังตัดวงจรการระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลังที่ส่งผลกระทบต่อผลผลิตและอุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทยอย่างรุนแรงมาตั้งแต่ปี 2551 โดยตั้งเป้าให้ชุมชนสามารถผลิตและกระจายท่อนพันธุ์ปลอดโรคได้เองเพื่อความยั่งยืนในอนาคต
ดร.แสงสูรย์ เจริญวิไลศิริ นักวิจัยไบโอเทค สวทช. ในฐานะหัวหน้าโครงการฯ เปิดเผยว่า สถานการณ์โรคใบด่างส่งผลกระทบต่อเนื่องตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ปัญหาการขาดแคลนท่อนพันธุ์ของเกษตรกร ไปจนถึงการขาดแคลนวัตถุดิบในภาคอุตสาหกรรม โครงการนี้จึงนำนวัตกรรมการผลิตต้นพันธุ์ปลอดโรคมาใช้ โดยบูรณาการร่วมกับการเทคโนโลยีการตรวจวินิจฉัยโรคด้วยวิธี ELISA และ Immunochromatographic Strip Test เพื่อติดตามโรคในแปลงปลูกและป้องกันการระบาดที่มีแมลงหวี่ขาวเป็นพาหะ ซึ่งโครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพิเศษแม่โขง-ล้านช้าง (LMCS) เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตในระดับภูมิภาค

ในการดำเนินงานภาคสนาม สวทช. ได้ร่วมมือกับ บริษัท อุตสาหกรรมแป้งมันบ้านโป่ง จำกัด (Banpong Tapioca Flour Industrial) เพื่อจัดตั้งห้องปฏิบัติการและฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ในการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่ออย่างครบวงจร พร้อมทั้งจัดทำแปลงสาธิตปลูกมันสำปะหลังสายพันธุ์พิรุณ 4 เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพการเติบโต จากการติดตามผลพบว่าต้นจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อและเทคนิค Mini-stem cutting มีอัตราการรอดชีวิตสูงกว่า 95% และมีแนวโน้มให้จำนวนกิ่งพันธุ์ที่มากกว่าการปลูกด้วยท่อนพันธุ์ปกติทั่วไป
ดร.ยินดี ชาญวิวัฒนา นักวิจัยทีมธนาคารเนื้อเยื่อพืช ไบโอเทค อธิบายเสริมถึงนวัตกรรมนี้ว่า เทคโนโลยี Tissue Culture คือการนำเนื้อเยื่อส่วนปลายยอดมาเลี้ยงในสภาพปลอดเชื้อและควบคุมสภาพแวดล้อมอย่างเข้มงวด ทำให้สามารถผลิตต้นแม่พันธุ์ที่ปราศจากไวรัสใบด่างได้ 100% และเพิ่มจำนวนได้มหาศาลโดยไม่ต้องรอฤดูกาล ขณะที่ ดร.วรากร รัตนอารีกุล จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (KMUTT) ราชบุรี ระบุว่าเทคนิค Mini-stem Cutting ช่วยให้ตัดแบ่งท่อนพันธุ์ได้มากกว่าปกติ 2-3 เท่า ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการเร่งกระจายพันธุ์สะอาดสู่เกษตรกร
ด้าน นายกิตติ สุขสมิทธิ์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายซัพพลายเชน บริษัท อุตสาหกรรมแป้งมันบ้านโป่ง จำกัด กล่าวถึงความร่วมมือครั้งนี้ว่า “การได้รับถ่ายทอดเทคโนโลยีช่วยให้บริษัทสามารถผลิตต้นพันธุ์ปลอดโรคได้จริง แม้ในช่วงแรกจะมีความซับซ้อน แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือต้นพันธุ์ที่แข็งแรง ช่วยเพิ่มผลผลิตต่อไร่ให้กับเกษตรกร เมื่อเกษตรกรมีกำไรและจูงใจในการปลูก โรงงานก็จะมีวัตถุดิบป้อนเข้าสู่ระบบการผลิตอย่างสม่ำเสมอและมั่นคง”
ดร.แสงสูรย์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ความสำเร็จของโครงการนี้คือการเปลี่ยนจากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ไปสู่การสร้างระบบนิเวศการผลิตที่ยั่งยืน ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานวิจัยและภาคเอกชนพิสูจน์ให้เห็นว่า ความมั่นคงของอุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทยเริ่มต้นจากต้นทางคือการมีท่อนพันธุ์สะอาด ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการก้าวข้ามวิกฤตโรคระบาดในระยะยาว
