Connect with us

ข่าว

ยูนิเซฟ เผยวิดีโอเตือนภัยฝุ่น PM2.5 กระทบพัฒนาการสมองเด็กและทารกในครรภ์เสี่ยงเสียชีวิต

Published

on

องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย เผยวิดีโอเตือนภัยฝุ่น PM2.5 ชี้ผลกระทบรุนแรงต่อทารกในครรภ์และพัฒนาการสมองเด็ก พบเด็กไทยกว่า 13.6 ล้านคนเสี่ยงอันตรายจากมลพิษทางอากาศ

สำนักข่าวบริคอินโฟ – องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย (UNICEF Thailand) เผยแพร่วิดีโอรณรงค์ชุดใหม่เพื่อย้ำเตือนถึงอันตรายของ มลพิษทางอากาศ หรือ ฝุ่น PM2.5 ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของเด็ก หญิงตั้งครรภ์ และทารกในครรภ์ โดยชี้ให้เห็นว่าอนุภาคขนาดเล็กเหล่านี้สามารถแทรกซึมเข้าสู่กระแสเลือดและทำลาย พัฒนาการสมองของเด็ก ได้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา พร้อมระบุสถิติที่น่ากังวลว่าเด็กไทยกว่า 13.6 ล้านคน กำลังเผชิญความเสี่ยงจากวิกฤตทางอากาศในปัจจุบัน

วิดีโอชุดนี้ได้รับความร่วมมือจาก จิรวรรณ โอฬารรัตน์มณี เยาวชนจากจังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้ถ่ายทอดเสียงบอกเล่าเรื่องราว โดยเธอเป็นหนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการสูญเสียมารดาด้วยโรคมะเร็งปอด อันเนื่องมาจากการสะสมของฝุ่นพิษในร่างกายเป็นเวลานาน ซึ่งข้อมูลจากยูนิเซฟระบุว่า ฝุ่นละอองขนาดเล็ก ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ แต่ยังสามารถเดินทางไปยังอวัยวะสำคัญและ ขัดขวางการเจริญเติบโตของสมอง ในช่วงวัยที่เด็กกำลังเรียนรู้การคิดและการควบคุมอารมณ์ ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อการดำเนินชีวิตไปตลอดช่วงอายุ

จิรวรรณ โอฬารรัตน์มณี กล่าวถึงความรุนแรงของสถานการณ์นี้ว่า “สำหรับเรา ฝุ่น PM2.5 ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ใช่แค่ปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่มันคือเรื่องของสุขภาพ อนาคต และโลกที่เราจะอยู่ร่วมกัน ทุกวันนี้ผลกระทบมีให้เห็นชัดเจน เราเลยอยากเป็นอีกเสียงที่บอกว่า PM2.5 ร้ายแรงและใกล้ตัวกว่าที่คิด อยากเห็นรัฐบาล บริษัทขนาดใหญ่ และผู้มีอำนาจ จัดการกับปัญหานี้อย่างจริงจัง และช่วยปกป้องพวกเราทุกคนจากอากาศที่เป็นพิษ”

สำหรับความเสี่ยงในกลุ่ม แม่ตั้งครรภ์ พบว่าเมื่อสูดดมอากาศที่มีการปนเปื้อนสูง ฝุ่นพิษสามารถส่งต่อไปยังทารกผ่านกระแสเลือด เพิ่มความเสี่ยงต่อการ คลอดก่อนกำหนด ทารกมีน้ำหนักตัวแรกเกิดต่ำกว่าเกณฑ์ หรือร้ายแรงที่สุดคือการเสียชีวิตในครรภ์ นอกจากนี้ รายงาน Over the Tipping Point ของยูนิเซฟในปี 2566 ยังเน้นย้ำว่ามลพิษทางอากาศคือสาเหตุหลักของการเสียชีวิตในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีทั่วโลก โดยมีค่าเฉลี่ยสูงถึง 2,000 คนต่อวัน

Advertisement

องค์การยูนิเซฟ (UNICEF) ได้ให้คำแนะนำแก่ผู้ปกครองเพื่อลดความเสี่ยง โดยควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งในวันที่ค่ามลพิษสูง สวมหน้ากากอนามัยที่สามารถกรองฝุ่นขนาดเล็กได้ และดูแลความสะอาดของอากาศภายในที่พักอาศัย รวมถึงการส่งเสริมโภชนาการที่เหมาะสมเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเด็กในระยะยาว ท่ามกลางวิกฤต การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ที่ทวีความรุนแรงขึ้นในประเทศไทย

Continue Reading
Advertisement