ข่าว
ศูนย์แถลงข่าวร่วมฯ ชี้แจงสื่อต่างประเทศ ยันไทยไม่ได้ใช้กำลังยึดดินแดนกัมพูชา หลังถูกวิจารณ์เสียภาพลักษณ์ในสายตาโลก
สำนักข่าวบริคอินโฟ – ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา ของไทย ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีการรายงานข่าวของสื่อมวลชนต่างประเทศบางสำนัก ที่นำเสนอข้อมูลว่าประเทศไทยใช้กำลังเข้า ยึดดินแดน ของกัมพูชา และสั่งห้ามชาวกัมพูชา กลับบ้านพัก โดยยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวไม่ตรงกับข้อเท็จจริงและสถานะทางกฎหมายของพื้นที่ พร้อมระบุว่าการปฏิบัติการของฝ่ายไทยเกิดขึ้นภายในอาณาเขตของไทย หรือในพื้นที่ใกล้เคียงที่มี ข้ออ้างสิทธิทับซ้อน ซึ่งยังอยู่ระหว่างกระบวนการเจรจาทวิภาคี ไม่ใช่การรุกรานแต่อย่างใด

ในแถลงการณ์ระบุว่า การดำเนินการของไทยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน ป้องกันการละเมิด อธิปไตย และบูรณภาพแห่งดินแดน รวมถึงเพื่อควบคุมสถานการณ์และลดระดับความตึงเครียด ไม่ให้ความขัดแย้งขยายตัว โดยยึดมั่นใน กฎบัตรสหประชาชาติ และหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ใช้กำลังเท่าที่จำเป็นและได้สัดส่วน ทั้งนี้ ไทยยังคงยืนยันแนวทางสันติวิธีและการเจรจาเพื่อแก้ไขปัญหา พร้อมขอความร่วมมือสื่อมวลชนให้นำเสนอข่าวสารอย่างรอบด้านและใช้ถ้อยคำที่สะท้อนสถานะทางกฎหมายของพื้นที่อย่างถูกต้อง เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในประชาคมโลก
การออกแถลงการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลัง นายประวิตร โรจนพฤกษ์ ผู้สื่อข่าวอาวุโส ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดีย โดยอ้างอิงรายงานจาก อัลจาซีร่า (Al Jazeera) สื่อทีวีภาษาอังกฤษระดับโลก ซึ่งระบุว่าไทยใช้กำลังทหารเข้ายึดดินแดนกัมพูชา โดยในรายงานข่าวนั้นไม่มีการระบุถึงคำว่า พื้นที่ทับซ้อน (Disputed Territories) ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตาผู้ชมทั่วโลกดูคล้ายกับประเทศในตะวันออกกลางที่ใช้กำลังแย่งชิงดินแดน
นายประวิตร ตั้งข้อสังเกตต่อกรณีนี้ว่า เหตุใดนักข่าวต่างประเทศจึงรายงานในลักษณะดังกล่าว เป็นเพราะความล้มเหลวในการสื่อสารของกระทรวงการต่างประเทศ หรือเพราะข้อมูลที่คนภายนอกได้รับทำให้ไม่เชื่อมั่นในฝ่ายไทย พร้อมระบุว่าสถานการณ์นี้ทำให้ไทยถูกมองเป็นผู้รุกรานและเป็นตัวร้ายในสายตานานาชาติ ซึ่งถือเป็นความเสียหายต่อชื่อเสียงของประเทศที่ประเมินค่าไม่ได้
ทั้งนี้ นายประวิตร ยังกล่าวทิ้งท้ายถึงสังคมไทยที่อาจมองข้ามประเด็นนี้ โดยระบุว่าการอยู่ในห้องแห่งเสียงสะท้อน (Echo Chamber) และสนับสนุนสงครามอย่างขาดสติ จะยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยพังทลายลงต่อหน้าต่อตา และเรียกร้องให้คนไทยที่มีสติไม่ควรนิ่งเฉยต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
