ข่าว
Maxim เผยเทรนด์ปี 2025 ผู้ใช้บริการรถยนต์ไฟฟ้าพุ่ง 90% นครราชสีมา-อุดรธานี ครองแชมป์ใช้งานสูงสุด
สำนักข่าวบริคอินโฟ – Maxim (แม็กซิม) ประเทศไทย เปิดเผยข้อมูลทิศทางอุตสาหกรรมการเดินทางและบริการจัดส่งเดลิเวอรีในปี 2025 พบแนวโน้มการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการใช้บริการผ่าน รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่มีจำนวนผู้ใช้งานทั่วประเทศเพิ่มขึ้นกว่า 90% สะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการเดินทางอย่างยั่งยืนในพื้นที่หัวเมืองหลักทั่วประเทศไทย
จากการรวบรวมข้อมูลในพื้นที่ที่ Maxim (แม็กซิม) เปิดให้บริการรถยนต์ไฟฟ้า ได้แก่ เชียงใหม่ ภูเก็ต หาดใหญ่ ขอนแก่น นครราชสีมา กรุงเทพมหานคร และอุดรธานี พบว่าการเติบโตนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเปลี่ยนผ่านด้านพาหนะเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวเร่งให้เกิดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่น เช่น การขยายตัวของการติดตั้งสถานีชาร์จและการวางแผนเส้นทางเดินรถที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลดีต่อการลดมลพิษทางอากาศและมลพิษทางเสียงในเขตเมือง รวมถึงช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานในระยะยาว
ผลสำรวจระบุชัดเจนว่า จังหวัดนครราชสีมา และ จังหวัดอุดรธานี เป็นสองพื้นที่ที่มีจำนวนผู้ใช้งาน รถยนต์ไฟฟ้า (EV) สูงที่สุดในกลุ่มพื้นที่ให้บริการทั้งหมด ตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็นเมืองศูนย์กลางระดับภูมิภาคที่พร้อมขับเคลื่อนนโยบายการเดินทางสีเขียว นอกจากนี้ในด้านสถิติผู้ใช้งานพบว่ากลุ่มผู้หญิงมีความนิยมใช้บริการสูงถึง 64% ในขณะที่ผู้ชายมีสัดส่วน 36% โดยปัจจัยหลักมาจากความเชื่อมั่นในเรื่องความเงียบ ความสะดวกสบาย และภาพลักษณ์ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ในส่วนของยานยนต์ไฟฟ้าที่ผู้ให้บริการเลือกนำมาใช้มากที่สุด 3 อันดับแรก ประกอบด้วย Neta V (เนต้า วี) คิดเป็น 24.5% ตามด้วย MG4 EV (เอ็มจี 4 อีวี) 23.4% และ BYD Dolphin (บีวายดี ดอลฟิน) 14.8% ซึ่งรถยนต์รุ่นดังกล่าวมีจุดเด่นเรื่องต้นทุนการดำเนินงานที่ต่ำ เหมาะสมกับการให้บริการในเขตเมืองที่มีการจราจรหนาแน่น ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้แก่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม
นายพงศ์พัฒน์ อักษราวรกานต์ กรรมการผู้จัดการ Maxim ประเทศไทย กล่าวถึงทิศทางในอนาคตว่า “Maxim ประเทศไทยมองว่า แนวโน้มการเติบโตของการเดินทางด้วยพลังงานไฟฟ้าควบคู่กับการปรับตัวของอัตราค่าบริการจะเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมการเดินทางและการจัดส่งในปี 2025 และในอนาคตซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนเมืองที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้โดยสารและสร้างโอกาสทางรายได้ให้แก่ผู้ให้บริการในอุตสาหกรรมการเดินทางโดยรวม”
