ข่าว
มาลี กรุ๊ป กางแผนบุก 4 ตลาดใหญ่ จีน-เกาหลี-อินโดฯ-ตะวันออกกลาง ตั้งเป้าโต 15% มุ่งสู่บริษัทสุขภาวะระดับโลก
สำนักข่าวบริคอินโฟ – บริษัท มาลี กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MALEE ประกาศยุทธศาสตร์เชิงรุกมุ่งสู่การเป็น Global Wellbeing Company ภายในปี 2571 โดยเน้นการขยายฐานรากในตลาดต่างประเทศ 4 ภูมิภาคหลัก ได้แก่ จีน เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย และตะวันออกกลาง ชูผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าว Malee COCO และน้ำผลไม้มาลี (Malee) เป็นสินค้าหลัก พร้อมเตรียมส่งนวัตกรรมเครื่องดื่มกลุ่ม Functional Drink บุกตลาดโลก หลังโชว์ผลประกอบการ 9 เดือนแรกของปี 2568 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในเกาหลีใต้ที่ครองแชมป์ยอดขายอันดับหนึ่งทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์
นายเอกรินทร์ พินิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาลี กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทกำลังเดินหน้าตามแผนขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อส่งมอบสุขภาวะระดับโลกอย่างเต็มรูปแบบภายในปี 2571 โดยกำหนด 4 ประเทศเป้าหมายที่มีศักยภาพสูง ได้แก่ ประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีความต้องการน้ำมะพร้าวเติบโตแบบก้าวกระโดด ประเทศเกาหลีใต้ ที่มีกำลังซื้อสูง ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งมีความได้เปรียบด้านฐานการผลิตร่วมทุน (Joint Venture) และมาตรฐานฮาลาล รวมถึงกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ที่มีพฤติกรรมการบริโภคสอดคล้องกับผลิตภัณฑ์ของบริษัท
สำหรับกลยุทธ์หลักในการรุกตลาดต่างประเทศประกอบด้วย การสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งผ่านกิจกรรมการตลาด (Brand & Activation) การเจาะตลาดเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง (Market Focus) การบริหารจัดการที่ยืดหยุ่น (Agility) และการปรับสินค้าให้เหมาะสมกับรสนิยมท้องถิ่น (Localization) รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ (NPD) เพื่อรองรับความต้องการเฉพาะของแต่ละพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีการใช้จุดแข็งจากฐานการผลิตทั้งในประเทศไทยและเวียดนาม เพื่อบริหารจัดการต้นทุนให้เกิดการประหยัดต่อขนาด (Economy of Scale) และเพิ่มความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
ในส่วนของนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ มาลี (Malee) มุ่งเน้นการสร้างความแตกต่างด้วยกลุ่มเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพเชิงป้องกัน (Health & Wellness) โดยนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้ อาทิ Malee COCO Liposos และ Malee Power Plants ที่มีส่วนผสมของพรีไบโอติกส์และโพสไบโอติกส์ เพื่อตอบโจทย์เมกะเทรนด์โลกที่ผู้บริโภคต้องการเครื่องดื่มที่ให้คุณประโยชน์เฉพาะด้านมากกว่าแค่ความสดชื่น โดยใช้น้ำมะพร้าวน้ำหอมของไทยเป็นหัวหอกในการบุกตลาด ควบคู่กับการผนึกกำลังพันธมิตรในการพัฒนาสินค้าใหม่ (Co-creation)
นายเอกรินทร์ระบุว่า ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 ผลิตภัณฑ์ Malee COCO มียอดขายเติบโตขึ้น 16% โดยได้รับแรงส่งจากการดึง ‘จางหลิงเฮ่อ’ (Zhang Linghe) นักแสดงชื่อดังมาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับเอเชียแปซิฟิก ช่วยสร้างการรับรู้ในวงกว้าง โดยเฉพาะในเกาหลีใต้ที่แบรนด์สามารถรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดได้อย่างเหนียวแน่นทั้งในห้างสรรพสินค้าและช่องทางออนไลน์
“บนเส้นทางสู่เป้าหมาย Global Wellbeing Company ในปี 2571 เรายึดมั่นว่าสุขภาพที่ดีคือรากฐานของชีวิตที่มีความสุข และพร้อมขับเคลื่อนพันธกิจ Creating Healthier Choices, Happier Living Through Innovation inspired by Nature ผ่านการบูรณาการความเชี่ยวชาญด้านน้ำผลไม้เข้ากับเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์ล้ำสมัย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและให้แบรนด์ Malee เป็นมากกว่าเครื่องดื่ม แต่เป็นผู้ดูแลสุขภาพแบบองค์รวมของผู้คนทั่วโลก” นายเอกรินทร์กล่าว
ปัจจุบัน บริษัท มาลี กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศอยู่ที่ประมาณ 40% และตั้งเป้าการเติบโตเฉลี่ยที่ 10-15% ต่อปีในช่วงปี 2569-2571 โดยวางเป้าหมายปรับโครงสร้างรายได้ในปี 2571 ให้มีสัดส่วนจากต่างประเทศ 55% และในประเทศ 45% ผ่านการขยายตลาดในกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าว นม น้ำผลไม้ และเครื่องดื่มโปรตีนจากพืช (Plant Based) ทั้งในรูปแบบธุรกิจตราสินค้าของตนเองและธุรกิจรับจ้างผลิต (Contract Manufacturing) ให้กับแบรนด์ชั้นนำระดับโลก
