Connect with us

ข่าว

Red Hat OpenShift 4.20 เปิดตัว เพิ่มความปลอดภัย-ขยายขีดจำกัด AI และ Virtualization บน Hybrid Cloud

Published

on

เจาะลึกเทรนด์เวอร์ชวลไลเซชันปี 2025 และอนาคต องค์กรต้องเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอย่างไร เพื่อรักษาความได้เปรียบในการแข่งขัน

สำนักข่าวบริคอินโฟ – เร้ดแฮท (Red Hat) ผู้ให้บริการโซลูชันโอเพ่นซอร์สชั้นนำระดับโลก ประกาศเปิดตัว Red Hat OpenShift 4.20 ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันแพลตฟอร์มแบบ Hybrid Cloud เวอร์ชันล่าสุดที่ขับเคลื่อนด้วย Kubernetes โดยเวอร์ชันใหม่นี้มุ่งเน้นการเสริมความแข็งแกร่งด้าน ความปลอดภัย ของแพลตฟอร์มหลัก ด้วยการรองรับอัลกอริทึมการเข้ารหัสหลังควอนตัม (post-quantum cryptography: PQC) สำหรับทราฟฟิกหลักของ control plan พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพเพื่อเร่งการใช้งาน AI workloads และขยายขีดความสามารถด้าน เวอร์ชวลไลเซชัน (Virtualization) ให้ครอบคลุมทุกสภาพแวดล้อมเพื่อสนับสนุนแนวคิด Digital Sovereignty ขององค์กร

Red Hat OpenShift 4.20 ถูกพัฒนาขึ้นโดยมี ความปลอดภัย เป็นหัวใจสำคัญ เพื่อตอบสนองความต้องการขององค์กรที่ต้องการแพลตฟอร์มที่เสถียรและเชื่อถือได้ในการเชื่อมโยงแอปพลิเคชันและบริการต่าง ๆ ทั่วระบบ IT ทั้งหมด นอกจากนี้ยังรองรับแนวคิดการเป็นเจ้าของ อธิปไตยทางดิจิทัล (Digital Sovereignty) ที่ทำให้องค์กรสามารถควบคุมระบบคลาวด์ได้อย่างสมบูรณ์ และกำหนดได้อย่างชัดเจนว่าแอปพลิเคชันและข้อมูลใดควรทำงานอยู่ภายในหรือภายนอกองค์กร การเสริมความปลอดภัยในครั้งนี้รวมถึงการรองรับเบื้องต้นสำหรับ PQC สำหรับ mTLS เพื่อปกป้องการสื่อสารที่สำคัญระหว่างส่วนประกอบของ control plan ในระยะยาว นอกจากนี้ยังมีการเปิดให้ใช้งานทั่วไปของ Red Hat Advanced Cluster Security 4.9 เพื่อช่วยให้ลูกค้าจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลด้านความปลอดภัยได้ง่ายขึ้น

เวอร์ชันล่าสุดนี้ยังมอบความสามารถในการเร่งโครงการ AI ให้เข้าสู่การใช้งานจริงได้เร็วและน่าเชื่อถือมากขึ้น โดยนำเสนอ LeaderWorkerSet (LWS) API for AI workloads เพื่อลดความซับซ้อนในการจัดการเวิร์กโหลด distributed AI ขนาดใหญ่ผ่านการจัดการและจัดระเบียบระบบอัตโนมัติ นอกจากนี้ Image volume source for AI workloads ยังช่วยลดระยะเวลาในการผสานรวมโมเดลใหม่ ๆ เข้ากับระบบภายในไม่กี่นาทีโดยไม่ต้องสร้างแอปพลิเคชันคอนเทนเนอร์ใหม่ คุณสมบัติเหล่านี้ช่วยเสริมการทำงานของ Red Hat OpenShift AI หรือแพลตฟอร์ม AI อื่น ๆ ให้ลูกค้าสามารถเปลี่ยนโครงการ AI จากขั้นทดลองไปสู่การใช้งานจริงได้ง่ายขึ้น

ในด้าน เวอร์ชวลไลเซชัน (Virtualization) Red Hat ได้เพิ่มประสิทธิภาพให้กับ Red Hat OpenShift Virtualization อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกค้าสามารถจัดการ Virtual Machines (VMs) ควบคู่ไปกับคอนเทนเนอร์และแอปพลิเคชัน Cloud-Native ได้จากแพลตฟอร์มเดียว การเพิ่ม CPU load-aware rebalancing และ Arm support ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรสำหรับเวิร์กโหลด Virtual ต่าง ๆ นอกจากนี้ OpenShift Virtualization ยังขยายการรองรับ Hybrid Cloud ไปยังการใช้งานแบบ bare-metal บน Oracle Cloud ซึ่งช่วยให้องค์กรควบคุมโครงสร้างพื้นฐาน IT และการจัดวางข้อมูลได้มากขึ้น และยังมีฟังก์ชันการถ่ายพื้นที่เก็บข้อมูล (storage offloading functionality) ที่ปรับปรุงใหม่ ช่วยให้การย้าย VMs จากโซลูชัน Virtualization แบบดั้งเดิมไปยัง OpenShift Virtualization ทำได้เร็วขึ้นอย่างมาก

Advertisement

Mike Barrett, vice president and general manager, Hybrid Cloud Platforms, Red Hat กล่าวว่า “Red Hat OpenShift 4.20 มอบเครื่องมือต่าง ๆ เพื่อรวม โครงสร้างพื้นฐานไอที ของลูกค้าให้เป็นหนึ่งเดียว ตั้งแต่ Virtual Machines แบบดั้งเดิมไปจนถึง Virtual Machines ที่ใช้แนวทางที่ทันสมัย ในขณะเดียวกันก็ยังคงไว้ซึ่ง มาตรการด้านความปลอดภัยที่เข้มงวด ความมั่นใจ และความสามารถในการควบคุมการใช้งาน ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดที่จะมาถึงในปี 2569”

การวางตลาดของ Red Hat OpenShift 4.20 พร้อมให้บริการแล้ว นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์เพิ่มเติมที่เน้นการควบคุมและการระบุตัวตน เช่น Bring-Your-Own OpenID Connect ที่ช่วยให้ลูกค้าใช้โครงสร้างพื้นฐาน OIDC ที่มีอยู่เดิมเพื่อควบคุมข้อมูลผู้ใช้ได้ดียิ่งขึ้น และ Two-node OpenShift with arbiter ที่ช่วยลดต้นทุนโครงสร้างพื้นฐานด้วยฟอร์มแฟกเตอร์ที่มี High-Availability (HA) บนฟุตพริ้นท์ที่เล็กลง

Advertisement