Connect with us

ข่าว

นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลเตือน! อันตรายจาก AI เสี่ยงทำลายงาน แม้มันจะสร้าง “โอกาสอันน่าทึ่ง” ก็ตาม ชี้ต้องมีการควบคุม

Published

on

การ์ทเนอร์คาดการณ์ว่ากว่า 40% ของโครงการ Agentic AI อาจถูกยกเลิกภายในปี 2570 สาเหตุจากต้นทุนที่สูงขึ้น คุณค่าไม่ชัดเจน และการบริหารความเสี่ยงไม่เพียงพอ

สำนักข่าวบริคอินโฟ – Peter Howitt หนึ่งในนักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ประจำปีนี้ ได้ออกมาเตือนเกี่ยวกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence หรือ AI) ว่า ถึงแม้จะมอบ “โอกาสอันน่าทึ่ง” แต่ก็มีศักยภาพในการทำลายตำแหน่งงานสูง จึงจำเป็นต้องมีการกำกับดูแลและควบคุม (Regulation) โดยคำกล่าวของศาสตราจารย์เกียรติคุณจากมหาวิทยาลัยบราวน์ (Brown University) ประเทศแคนาดา เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับผลกระทบของ AI ต่อสังคมและตลาดแรงงาน

ศาสตราจารย์ Howitt และ ฟิลิปป์ อากีออน (Philippe Aghion) ผู้ร่วมรับรางวัลชาวฝรั่งเศส ได้รับการยกย่องจากราชบัณฑิตยสถานวิทยาศาสตร์แห่งสวีเดน (Royal Swedish Academy of Sciences) สำหรับผลงานวิจัยเกี่ยวกับทฤษฎี “Creative Destruction” หรือ “การทำลายอย่างสร้างสรรค์” ซึ่งอธิบายถึงการที่ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ดีกว่าเข้าสู่ตลาด และทำให้บริษัทที่ขายผลิตภัณฑ์เก่าต้องสูญเสียส่วนแบ่งทางการตลาดไป ศาสตราจารย์ Howitt ให้ความเห็นในการแถลงข่าวว่า ยังคงต้องติดตามว่าใครจะเป็นผู้นำในด้าน AI และ “เราไม่ทราบว่าผลกระทบของการทำลายอย่างสร้างสรรค์จะเป็นอย่างไร”

ศาสตราจารย์ Peter Howitt วัย 79 ปี กล่าวว่า “เห็นได้ชัดว่าเป็นเทคโนโลยีที่ยอดเยี่ยมที่มีความเป็นไปได้อันน่าทึ่ง และเห็นได้ชัดว่ามีศักยภาพอันน่าทึ่งในการทำลายงานอื่น ๆ หรือแทนที่แรงงานที่มีทักษะสูง และทั้งหมดที่ผมพูดได้คือ นี่คือความขัดแย้ง มันจะต้องถูกกำกับดูแล…แรงจูงใจส่วนตัวในตลาดที่ไม่มีการควบคุม จะไม่สามารถแก้ไขความขัดแย้งนี้ในลักษณะที่ดีที่สุดต่อสังคมได้จริง ๆ และเราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นจากมัน”

เขายังเปรียบเทียบสถานการณ์นี้ว่าเป็น “ช่วงเวลาสำคัญในประวัติศาสตร์มนุษย์” คล้ายกับการปฏิวัติทางเทคโนโลยีในอดีต เช่น การเติบโตของโทรคมนาคมในทศวรรษ 1990 การถือกำเนิดของไฟฟ้าและพลังงานไอน้ำ

Advertisement

ในขณะที่ Joel Mokyr นักเศรษฐศาสตร์ชาวอเมริกัน-อิสราเอล วัย 79 ปี ผู้ได้รับรางวัลโนเบลอีกคนหนึ่ง ซึ่งได้รับรางวัลจากผลงานในการระบุ “ข้อกำหนดเบื้องต้นสำหรับการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี” มีมุมมองที่เป็นบวกมากกว่าต่อผลกระทบของ AI ต่อตลาดแรงงาน โดยกล่าวว่า “เครื่องจักรไม่ได้เข้ามาแทนที่เรา แต่มันผลักดันให้เราไปทำงานที่น่าสนใจมากขึ้น ท้าทายมากขึ้น…การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีไม่เพียงแต่แทนที่ผู้คน แต่ยังสร้างงานใหม่ ๆ ขึ้นมาด้วย”

Mokyr แสดงความกังวลหลักเกี่ยวกับตลาดแรงงานในอนาคตไปที่ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน เนื่องจากการเข้าสู่สังคมสูงวัยและมีผู้เข้าสู่ตลาดแรงงานน้อยลง ไม่ใช่ “การว่างงานทางเทคโนโลยี”

Continue Reading
Advertisement