Connect with us

ข่าว

เดลล์ เทคโนโลยีส์ เปิดตัวนวัตกรรมโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่ ยกระดับ ไพรเวทคลาวด์ ให้ฉลาดขึ้น เร็วขึ้น และปลอดภัยยิ่งขึ้น

Published

on

Dell Technologies นำเสนอโซลูชันดาต้าเซ็นเตอร์สมัยใหม่ พร้อมนวัตกรรมโครงสร้างพื้นฐานแบบแยกส่วน ระบบจัดเก็บข้อมูล และความมั่นคงทางไซเบอร์ ที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์เพื่อประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุด

สำนักข่าวบริคอินโฟ – เดลล์ เทคโนโลยีส์ (Dell Technologies) ประกาศความก้าวหน้าครั้งสำคัญในกลุ่มผลิตภัณฑ์โครงสร้างพื้นฐาน ไพรเวทคลาวด์ (Private Cloud) โดยมุ่งเน้นการจัดการเวิร์กโหลดทั้งแบบดั้งเดิมและสมัยใหม่ให้มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงขึ้น ซึ่งรวมถึงการเปิดตัวบริการ Dell Private Cloud เต็มรูปแบบ พร้อมตัวเลือกการติดตั้งที่หลากหลาย และนวัตกรรมด้านสตอเรจ (Storage) และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity) ที่สำคัญอย่าง Dell PowerStore, Dell PowerMax และ Dell PowerProtect ซึ่งมาพร้อมเทคโนโลยี QLC flash รุ่นใหม่ และการขับเคลื่อนด้วย ระบบอัตโนมัติที่ใช้ AI เพื่อตอบโจทย์องค์กรที่ต้องการความยืดหยุ่นและควบคุมข้อมูลได้มากขึ้น

เดลล์ ตระหนักถึงความท้าทายของทีมไอทีในการรับมือกับเวิร์กโหลดที่มีความหลากหลายและการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีเวอร์ชวลไลเซชัน (Virtualization) ซึ่งนำไปสู่การเติบโตของการใช้ ไพรเวทคลาวด์แบบแยกส่วน (Disaggregated Private Clouds) โดย Dell Private Cloud ถูกส่งมอบผ่าน Dell Automation Platform ที่มีตัวเลือกการติดตั้งแบบ On-premises และ SaaS ช่วยให้ลูกค้าสามารถบริหารจัดการและปรับขยายระบบ ไพรเวทคลาวด์ ได้ง่ายขึ้นด้วยระบบอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI ลูกค้าสามารถเลือกใช้ระบบปฏิบัติการสำหรับคลาวด์ (Cloud OS Stack) ร่วมกับโครงสร้างพื้นฐานของ เดลล์ ทั้ง PowerStore, PowerFlex และ PowerMax ได้ตามความต้องการ นอกจากนี้ Dell NativeEdge ยังผสานรวมเข้ากับ Dell Automation Platform เพื่อมอบโซลูชันแบบ Full Stack ที่เหมาะสมสำหรับสภาพแวดล้อมเอดจ์ (Edge) และคลาวด์แบบกระจายศูนย์

ด้านนวัตกรรมสตอเรจ (Storage) Dell PowerStore ได้เพิ่มรุ่น PowerStore 5200Q ซึ่งใช้เทคโนโลยี QLC flash เพื่อมอบประสิทธิภาพความจุสูงในราคาที่คุ้มค่ากว่าเดิม รองรับการขยายระบบได้สูงสุดถึง 25 เพตะไบต์ต่อคลัสเตอร์ พร้อมคุณสมบัติความมั่นคงปลอดภัยที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ เช่น ระบบตรวจจับความผิดปกติ และการยืนยันตัวตนด้วยไบโอเมตริก รวมถึงฟังก์ชัน AI-powered self-healing ที่สามารถลดเวลาการแก้ไขปัญหาได้มากถึง 90% นอกจากนี้ Dell PowerStore ยังเตรียมรองรับการทำงานร่วมกับ Nutanix Cloud Platform ในเร็ว ๆ นี้ โดย โธมัส คอร์เนลี รองประธานอาวุโสฝ่ายการจัดการผลิตภัณฑ์ของ Nutanix กล่าวว่า “Nutanix Cloud Platform ของเราที่พร้อมรองรับ Dell PowerStore ในเร็วๆ นี้ จะให้ทางเลือกใหม่แก่ลูกค้าในการออกแบบสถาปัตยกรรมสภาพแวดล้อมระบบเสมือนขององค์กรได้ การผสานรวมนี้จะให้โซลูชันระดับองค์กรที่ตอบสนองความต้องการเรื่องความยืดหยุ่นในปัจจุบัน ขณะเดียวกันก็ช่วยให้องค์กรสามารถสร้างระบบงานด้วยโครงสร้างพื้นฐานของ เดลล์ ได้อย่างมั่นใจ”

สำหรับ Dell PowerFlex ได้เปิดตัวรุ่น PowerFlex Ultra พร้อมด้วย Scalable Availability Engine (SAE) ซึ่งพัฒนาบนสถาปัตยกรรม Native Block ที่กระจายศูนย์การทำงานอย่างเต็มรูปแบบ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บข้อมูลสูงสุดถึง 80% และลดพื้นที่ติดตั้งสตอเรจจริงได้มากกว่า 50% พร้อมมอบความพร้อมใช้งานข้อมูลสูงถึง 10x9s ในส่วนของ Dell PowerMax ซึ่งเป็นสตอเรจสำหรับภารกิจสำคัญของธุรกิจ (Mission Critical Storage) ได้เพิ่มการรองรับไดรฟ์ QLC ในรุ่น PowerMax 2500 สำหรับเวิร์กโหลดที่ต้องการความจุระดับสูง พร้อมความก้าวหน้าด้านซอฟต์แวร์ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดถึง 25% และระบบอัตโนมัติที่สามารถลดขั้นตอนการทำงานบางอย่างได้ถึง 66%

Advertisement

ในด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ Dell PowerProtect ได้นำเสนอนวัตกรรมเพื่อเสริมสร้างรากฐานสำหรับ ดาต้าเซ็นเตอร์ สมัยใหม่ รวมถึงอุปกรณ์ PowerProtect Data Domain DD3410 รุ่นใหม่ สำหรับสำนักงานระยะไกลและสภาพแวดล้อมขนาดเล็กที่ให้ความปลอดภัยระดับองค์กร และ PowerProtect Data Manager Appliance ซึ่งเป็นโซลูชันสมัยใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ ให้การจัดการแบบรวมศูนย์เพื่อยกระดับความมั่นคงทางไซเบอร์ เช่น การตรวจจับความผิดปกติและการป้องกันไม่ให้มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูล โดย ทราวิส วิจิล รองประธานอาวุโสฝ่ายการจัดการผลิตภัณฑ์ ISG เดลล์ เทคโนโลยีส์ ระบุว่า “นวัตกรรมก้าวล้ำด้านสตอเรจและความมั่นคงทางไซเบอร์ล่าสุดของเรา ออกแบบมาเพื่อช่วยให้องค์กรต่างๆ สร้าง ไพรเวทคลาวด์ ที่ฉลาดมากขึ้น ปลอดภัยยิ่งขึ้น และพร้อมรับมือกับความต้องการเวิร์กโหลดทั้งแบบเดิมและเวิร์กโหลดสมัยใหม่ได้” นอกจากนี้ ไซมอน โรบินสัน นักวิเคราะห์หลัก Enterprise Strategy Group (ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของ Omdia) ยังเสริมว่า “ความก้าวหน้าล่าสุดของ เดลล์ ในด้านสตอเรจและความมั่นคงทางไซเบอร์ มอบรากฐานที่ยืดหยุ่นและครอบคลุมสำหรับสภาพแวดล้อม ไพรเวทคลาวด์แบบแยกส่วน ที่เพิ่มศักยภาพให้ธุรกิจทั้งเรื่องประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และความสามารถในการปรับขยายระบบเพื่อให้ครอบคลุมการดำเนินงานด้านไอทีทั้งหมดได้”

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม