Connect with us

ข่าว

ทรู คอร์ปอเรชั่น ปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ มุ่งสู่ 5 ยุทธศาสตร์หลัก พร้อมดัน AI เสริมแกร่งทุกมิติ

Published

on

True Corporation has announced a new leadership team and a major restructuring to focus on five key strategic pillars. The company’s new direction emphasizes AI integration, digital transformation, and network enhancement to improve customer experience and drive future growth.

สำนักข่าวบริคอินโฟ – บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ True Corporation ประกาศปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้ 5 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ การเป็นผู้นำด้านประสบการณ์ลูกค้า, การเพิ่มความสุขในบ้าน, การเร่งเปลี่ยนแปลงธุรกิจลูกค้าองค์กรสู่ดิจิทัล, การขับเคลื่อนอนาคตด้วย AI และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลอย่างยั่งยืน โดยมีการแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงหลายคนเข้ามารับผิดชอบในแต่ละด้าน และเตรียมประกาศชื่อผู้บริหารอีก 2 ตำแหน่งในเร็ว ๆ นี้ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในการให้บริการและรองรับการเติบโตในอนาคต

นายซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ True Corporation Public Company Limited เปิดเผยในงาน “Sigve Meets the Press” ถึงผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมาว่า บริษัทฯ พอใจกับผลการประมูลคลื่นความถี่ แม้จะเคยเกิดเหตุขัดข้องในช่วงหนึ่ง แต่ผลประกอบการและกระแสเงินสด EBITDA ยังคงเป็นที่น่าพอใจ โดยหลังจากการควบรวมกิจการ บริษัทฯ จะมุ่งเน้นการให้บริการแบบโซลูชันมากขึ้น ไม่ใช่แค่การขายซิมโทรศัพท์เพียงอย่างเดียว

สำหรับการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งนี้มีการแต่งตั้งผู้บริหารใหม่หลายคน โดยนายมนัสส์ มานะวุฒิเวช ดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะผู้บริหาร ด้านประสบการณ์ลูกค้าและธุรกิจรีเทล (Customer Experience) ส่วนนายชารัด เมห์โรทรา ดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะผู้บริหาร ด้านกลุ่มธุรกิจลูกค้าธุรกิจ ขณะที่นายครัม อัชฟาค จะรับผิดชอบงานด้านเครือข่าย (Network) โดยเฉพาะในตำแหน่งหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเครือข่าย ซึ่งแยกจากตำแหน่งหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเทคโนโลยี

ทรู คอร์ปอเรชั่น (True Corporation) ยกระดับประสบการณ์ 5G ด้วยเทคโนโลยี Dynamic Spectrum Sharing (DSS) บนคลื่น 2600 MHz เริ่มนำร่องที่ทองหล่อ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ 5G และ 4G ทั่วประเทศ
แฟ้มภาพ : (กลาง) นายซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ True Corporation Public Company Limited

ในด้าน ธุรกิจบรอดแบนด์ บริษัทฯ ตั้งเป้าจะขยายโครงข่าย อินเทอร์เน็ตไฟเบอร์ ให้ครอบคลุม 24,000,000 ครัวเรือนทั่วประเทศไทยภายใน 6 ปีข้างหน้า เพื่อรองรับการใช้งานข้อมูล (Data) ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้งานที่เกี่ยวข้องกับ AI ส่วนแผนระยะสั้น 6 เดือน คือการเร่งเชื่อมต่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้มากขึ้น และพร้อมรองรับนวัตกรรมต่าง ๆ ในอนาคต เช่น การเชื่อมต่อกล้องวงจรปิดผ่านอินเทอร์เน็ต

นอกจากนี้ยังมีการแต่งตั้งนายฐานพล มานะวุฒิเวช ให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านโฮมคอนเนคทิวิตี ซึ่งจะดูแลบริการบรอดแบนด์ ความบันเทิง และโซลูชัน สมาร์ทโฮม และ ดร.ทีรเดช ดำรงค์พลาสิทธิ์ ดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะผู้บริหาร ด้านกลุ่มธุรกิจองค์กร ซึ่งจะมุ่งเน้นการส่งมอบบริการดิจิทัลที่เหนือกว่าการเชื่อมต่อ (Connectivity) เพื่อเสริมศักยภาพให้กับธุรกิจและ SME ซึ่งจะมีผล 1 กันยายนนี้

นายซิกเว่ กล่าวว่า อีกสองตำแหน่งสำคัญที่ยังอยู่ระหว่างการสรรหา ได้แก่ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านข้อมูลและ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และหัวหน้าคณะผู้บริหารคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่จะเข้ามาดูแลสองในห้ายุทธศาสตร์หลักของบริษัทฯ โดยขณะนี้มีบุคคลที่เหมาะสมอยู่ในใจแล้ว 2 คนและอยู่ระหว่างการตัดสินใจ โดยจะประกาศให้ทราบอีกครั้งในอนาคต

Advertisement

สำหรับแผนงานใน 6 เดือนข้างหน้า ทรู และ ดีแทค จะสามารถให้บริการลูกค้าในแบบ One Network ได้อย่างสมบูรณ์ 100% โดยจะนำคลื่นความถี่ 2300 MHz ที่ประมูลมาล่าสุดมาเพิ่มประสิทธิภาพของ 4G และรองรับ 5G ในอนาคต ขณะเดียวกันจะเริ่มใช้คลื่น 1500 MHz ซึ่งเป็นคลื่นแห่งอนาคตสำหรับ 5G/4G ด้วยเทคโนโลยี SDL เพื่อเพิ่มความเร็วในการดาวน์โหลด และนำคลื่น 2600 MHz มาจัดสรรเพื่อรองรับ 5G เพื่อเพิ่มความหนาแน่นของสัญญาณได้มากขึ้น

นายซิกเว่ ยอมรับว่า บริษัทฯ มีความกังวลเรื่องจำนวนผู้ใช้ที่ลดลงบ้าง ส่วนหนึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่ซื้อซิมการ์ดแบบชั่วคราวอย่างนักท่องเที่ยว แต่จำนวนที่ลดลงนี้ทำให้บริษัทฯ ได้เห็นกลุ่มลูกค้าที่แท้จริง และจะมุ่งหาโอกาสใหม่ๆ เพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิมและเพิ่มลูกค้าใหม่ให้มากขึ้น พร้อมทั้งเน้นการพัฒนาทักษะ AI ให้กับพนักงานในทุกระดับ โดยตั้งเป้าว่าพนักงาน 60% จะมีทักษะพื้นฐาน, 30% มีทักษะระดับกลาง และ 10% มีทักษะระดับสูง เพื่อปรับใช้ AI ในทุกส่วนขององค์กร

การปรับเปลี่ยนครั้งนี้เกิดขึ้นหลังเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2568 บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 6/2568 เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2568 มีมติอนุมัติการปรับโครงสร้างองค์กรและผู้บริหารระดับสูงให้มีความเรียบง่ายและเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงานมากยิ่งขึ้น  สอดรับกับทิศทางการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนของบริษัทในฐานะผู้นำเทคโนโลยีและโทรคมนาคมในระดับภูมิภาค

ภายใต้โครงสร้างใหม่นี้ นายซิกเว่ เบรกเก้ ที่ดำรงตำแหน่ง ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม (Group CEO)  นำทีมผู้บริหารระดับสูงที่ได้มีการปรับเปลี่ยนและแต่งตั้งใหม่ในบทบาทที่เหมาะสมกับโครงสร้างองค์กรล่าสุด ที่ได้ออกแบบให้มีความคล่องตัว ยืดหยุ่น ชัดเจนมากขึ้น และพร้อมที่จะปรับสู่ยุคดิจิทัล โดยจะร่วมกันขับเคลื่อน ทรู คอร์ปอเรชั่น ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง มุ่งเน้นยกระดับกระบวนการดิจิทัล เพื่อก้าวให้ทันและนำหน้าความคาดหวังของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ตลอดจนส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า รวมถึงรองรับการเปลี่ยนแปลงของตลาดในยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ  พร้อมก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านโทรคมนาคม และเทคโนโลยีที่มีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2568 เป็นต้นไป

Advertisement

ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัท มีความเชื่อมั่นในความสามารถของคณะผู้บริหารที่ล้วนมีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในอุตสาหกรรมสื่อสารโทรคมนาคมและเทคโนโลยีดิจิทัลมายาวนานทั้งในและต่างประเทศ ที่จะผนึกกำลังร่วมกันขับเคลื่อนองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพตามแผนกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับทิศทางการเติบโตของเทคคอมปานีในทุกมิติ ซึ่งโครงสร้างองค์กรที่ปรับใหม่ในครั้งนี้จะเพิ่มศักยภาพให้บริษัทมีความคล่องตัวในการขับเคลื่อนเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล และรองรับการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ รวมถึงปัญญาประดิษฐ์ มาประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายซิกเว้ ระบุว่า การปรับโครงสร้างองค์กรในครั้งนี้จะไม่ส่งผลต่อจำนวนพนักงานในปัจจุบัน แต่ในอนาคตอาจมีตำแหน่งที่ปรับลดลงหรือหายไปบ้างเนื่องจากการนำเทคโนโลยีเข้ามาทำให้ตำแหน่งงานที่ทำซ้ำเป็นประจำหายไป ซึ่งในอนาคตจะมีการมองหาพนักงานที่มีทักษะใหม่ๆมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นหนึ่งในเทรนด์ที่เกิดขึ้นกับบริษัทเทคโนโลยีใหญ่ทั่วโลกเช่นเดียวกัน จึงเป็นสาเหตุให้หนึ่งในกลยุทธ์ใหม่ที่บริษัทจะก้าวไปพร้อมกับการนำ AI เข้ามาอบรมและใช้งานในทุกระดับขององค์กร

Continue Reading
Advertisement