ข่าว
ซีพี ออลล์-เซเว่น อีเลฟเว่น เดินหน้าปั้นบุคลากร AI ทั้งภายใน-ภายนอกองค์กร ตั้งเป้าพนักงานกว่า 60% ใช้ AI ใน 5 ปี
สำนักข่าวบริคอินโฟ – บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และ เซเว่น อีเลฟเว่น (7-Eleven) ประกาศวิสัยทัศน์มุ่งพัฒนาบุคลากรด้าน ปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างต่อเนื่อง ทั้งในกลุ่มพนักงานขององค์กรและเยาวชนทั่วไป โดยตั้งเป้าให้พนักงานปัจจุบันอย่างน้อย 60% สามารถใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้เป็นประจำภายในปี 2571 พร้อมเดินหน้าจัดกิจกรรม Creative AI Camp ปีที่ 8 ภายใต้แนวคิด “AI Nexus : The Bridge to Infinite Possibilities” เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนและนักศึกษาได้สร้างสรรค์ AI เพื่อแก้โจทย์ปัญหาจริงทางธุรกิจ และพัฒนาสู่การเป็นนักประยุกต์ใช้ AI ที่ตอบสนองต่อความต้องการของตลาดแรงงานในอนาคต
นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เทคโนโลยี AI มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด และกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในเกือบทุกสาขาอาชีพ ทำให้บริษัทวางวิสัยทัศน์ในการลงทุนพัฒนาทักษะด้าน AI ให้กับบุคลากรในองค์กร ควบคู่ไปกับการพัฒนาเยาวชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมความพร้อมขององค์กรและกำลังคนของประเทศให้รองรับโลกอนาคต
บริษัทมุ่งพัฒนาบุคลากรภายในผ่านการอบรมใน 3 มิติ ได้แก่ วิธีคิด (Mindset), เครื่องมือ (Toolset) และชุดทักษะ (Skillset) ที่เกี่ยวกับ AI เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ ขณะเดียวกันยังร่วมมือกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนกว่า 8 ราย เช่น กูเกิล (Google), อเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (AWS), ดีป้า (depa), และ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) จัดค่าย Creative AI Camp ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 เพื่อพัฒนาเยาวชนตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจนถึงอุดมศึกษาเป็นระยะเวลา 3 เดือน เพื่อให้เยาวชนได้เรียนรู้ทักษะ AI อย่างรอบด้านและได้สัมผัสกับโจทย์ธุรกิจจริง

นายป๋วย ศศิพงศ์ไพโรจน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ศูนย์ปัญญาประดิษฐ์สร้างสรรค์ สำนัก Digital Strategy บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ให้ความเห็นว่า ตลาดงานในอนาคตจะต้องการผู้ที่มีทักษะ AI ใน 3 ระดับ ได้แก่ ผู้ประยุกต์ใช้งานขั้นสูง, นวัตกร และผู้พัฒนา ซึ่งองค์กรจะคาดหวังให้พนักงานทุกคนมีทักษะด้าน AI ติดตัวเหมือนกับทักษะการใช้งานอินเทอร์เน็ตหรือโปรแกรม Microsoft Office ในปัจจุบัน โดยค่าย Creative AI Camp ไม่ได้มุ่งหวังให้ทุกคนเป็นวิศวกรซอฟต์แวร์ แต่คาดหวังให้เยาวชนมีทักษะในการประยุกต์ใช้ AI อย่างสร้างสรรค์กับอาชีพในอนาคตของตนเอง
“ปีนี้มีผู้สมัครเข้าร่วมค่ายทะลุ 700 คน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความตื่นตัวของเยาวชนด้าน AI การจัดค่ายจึงไม่เพียงแต่พัฒนาทักษะด้าน AI เท่านั้น แต่ยังเน้นพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ (Critical Thinking) การสร้างอุปนิสัย 7 อย่างของผู้มีประสิทธิผลสูง (7 Habits) และทักษะการทำงานเป็นทีม” นายป๋วยกล่าว พร้อมเสริมว่า การที่เด็กได้ทดลองแก้โจทย์จริงจากภาคธุรกิจยังช่วยให้บริษัทได้ทดลองแนวคิดและไอเดียใหม่ๆ เพื่อแก้ปัญหาของหน่วยธุรกิจต่างๆ อีกด้วย
นายเลิศชัย คงอำนวยศักดิ์ AI Specialist และหนึ่งในเมนเทอร์ของค่าย กล่าวว่า AI Talent ที่องค์กรต้องการในปัจจุบันต้องมีคุณสมบัติ 3 ด้าน ได้แก่ ความใฝ่รู้ เนื่องจากเทคโนโลยี AI มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว, สังคมแห่งการแบ่งปัน (Community) เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และมุมมองที่หลากหลาย, และ ความคิดนอกกรอบ เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ
ความสำเร็จของการจัดค่ายต่อเนื่อง 8 ปี สะท้อนได้จากอดีตเยาวชนที่เคยเข้าร่วมค่าย ล่าสุด นายพศวัต เพ็งพริ้ง และนายพูนเพิ่ม เกษหอม ซึ่งเคยเป็นเยาวชนในค่าย Creative AI Camp ปีที่ 2 ได้ร่วมกันก่อตั้ง บริษัท เอ.เอ็ม.จี. อะมิโกรว์ กรุ๊ป (Amigrow Group) ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้าน Digital Transformation ระหว่างที่ยังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัย นายพศวัตกล่าวว่า ค่ายนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาได้รู้จัก AI อย่างจริงจัง และเป็นแรงบันดาลใจให้เขากับเพื่อนๆ เริ่มต้นทำธุรกิจร่วมกัน ขณะที่นายพูนเพิ่มกล่าวว่า บริษัทของเขามีเป้าหมายที่จะเป็น “เพื่อนช่วยให้ SME เติบโต” โดยนำเทคโนโลยีมาปรับใช้กับธุรกิจได้อย่างเหมาะสม เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการกลุ่ม SME ที่ยังขาดความรู้ความเข้าใจด้านเทคโนโลยี
