Connect with us

ข่าว

กกพ. ยืนยันสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังไม่กระทบการจัดหา LNG ของไทย

Published

on

สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน, Energy Regulatory Commission, ERC, กกพ.

สำนักข่าวบริคอินโฟ – สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ได้ออกมาระบุว่า สถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 13 – 24 มิถุนายน 2568 แม้จะส่งผลให้ราคา น้ำมัน และ ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในตลาดโลกเกิดความผันผวน แต่ยังไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการจัดหา LNG ของประเทศไทยแต่อย่างใด โดย กกพ. ได้ติดตามสถานการณ์และเตรียมมาตรการรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าเชื้อเพลิงจะเพียงพอต่อความต้องการของประเทศ

ดร. พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงาน กกพ. ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยว่า ที่ประชุม กกพ. เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2568 ได้พิจารณาสถานการณ์ LNG อย่างใกล้ชิด โดยปัจจุบันประเทศไทยมีการจัดหา LNG รวมประมาณ 12 ล้านตันต่อปี ทั้งในรูปแบบสัญญาแบบระยะยาว (Term contract) และสัญญาแบบรายเที่ยวเรือ (Spot contract) สำหรับสัญญา Term นั้น มีการจัดหาสัญญาระยะยาวจากประเทศ กาตาร์ (Qatar) ปริมาณ 2 ล้านตันต่อปี ซึ่งในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 จะมีการส่งมอบ LNG จาก กาตาร์ จำนวน 11 ลำเรือ โดยทั้งหมดต้องแล่นผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญระดับโลก

ช่องแคบฮอร์มุซ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการจัดส่งพลังงาน เนื่องจากมีปริมาณ LNG จาก กาตาร์ และ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (United Arab Emirates – UAE) รวม 83 ล้านตันต่อปี หรือคิดเป็น 20% ของอุปทาน LNG supply ทั่วโลก และเป็นช่องทางการค้าน้ำมันถึง 30% ของปริมาณการค้าน้ำมันทั่วโลก ในช่วงที่มีความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน ราคา Spot LNG มีความผันผวนสูง โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 10% จาก 13.444 ดอลลาร์สหรัฐต่อล้านบีทียู (/MMBTU∗∗)ในวันที่13มิถุนายน2568เป็น14.815∗∗/MMBTU ในวันที่ 23 มิถุนายน 2568 อย่างไรก็ตาม ราคา Spot LNG ได้ปรับลดลงมาอยู่ที่ 13.211 $/MMBTU ในวันที่ 24 มิถุนายน 2568 หรือลดลงประมาณ 10.8% หลังจากมีรายงานการยุติความขัดแย้งชั่วคราวในภูมิภาค

ดร.พูลพัฒน์ กล่าวว่า “ในขณะนี้ สำนักงาน กกพ. ได้มีการติดตามสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางและการส่งมอบ LNG ของ Shipper ทุกรายอย่างใกล้ชิด โดย กกพ. ได้ให้ Shipper ทุกรายในกลุ่ม Regulated Market รายงานข้อมูลสถานการณ์ส่งมอบ LNG รวมถึงแผนการส่งมอบ LNG โดยเฉพาะ LNG Supply ที่มาจากประเทศ กาตาร์ และ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สรุปได้ว่า Shipper ทุกรายมีการติดตามสถานการณ์ร่วมกับผู้ขาย อย่างใกล้ชิด และในปัจจุบันยังไม่มีผลกระทบต่อการส่งมอบ LNG แต่อย่างใด”

Advertisement

ทั้งนี้ กกพ. ได้มีการหารือแนวทางรองรับกรณีที่มีการปิด ช่องแคบฮอร์มุซ และไม่สามารถรับ LNG จากประเทศ กาตาร์ ได้ โดยมาตรการที่วางแผนไว้คือ (1) เพิ่มการจัดหา ก๊าซธรรมชาติ ทางท่อจาก อ่าวไทย รวมถึงแหล่ง JDA และ เมียนมา โดยเพิ่มการเรียกรับ ก๊าซ และบริหารจัดการปริมาณ ก๊าซ ส่วนเพิ่มตามความยืดหยุ่นของสัญญา (Swing Gas) ให้เต็มศักยภาพ (2) จัดหา Spot LNG ส่วนเพิ่มจาก Supplier โดยขอให้ Shipper ทุกรายหารือคู่ค้า LNG เพื่อเตรียมพร้อมรับเหตุฉุกเฉิน และ (3) ในกรณีที่ไม่สามารถจัดหา Spot LNG เพิ่มเติมได้เพียงพอ หรือกรณีที่ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าด้วย Spot LNG สูงกว่าการผลิตไฟฟ้าด้วย น้ำมัน ศูนย์ควบคุมระบบไฟฟ้าอาจพิจารณาสั่งเดินเครื่องโรงไฟฟ้าด้วย น้ำมัน ซึ่งทาง ปตท. จะต้องตรวจสอบศักยภาพในการจัดส่ง น้ำมัน และปริมาณความต้องการ น้ำมัน ของโรงไฟฟ้าที่เป็นคู่สัญญาควบคู่ไปด้วย

ปัจจุบัน ปริมาณ ก๊าซธรรมชาติเหลวคงคลัง (LNG Inventory) ของประเทศอยู่ในระดับสูง และแผนการส่งมอบ LNG จาก Shipper ทุกรายยังไม่มีผลกระทบ อย่างไรก็ตาม กกพ. จะเฝ้าติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด และเตรียมความพร้อมในการรองรับความเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อเสถียรภาพพลังงานของประเทศต่อไป

Continue Reading
Advertisement