ข่าว
เอไอเอสและกลุ่ม Singtel เปิดแคมเปญระดับภูมิภาค “สัญญาณยืดเวลาโลก” ชวนคนทั่วโลกทิ้ง E-Waste อย่างถูกวิธี ต้อนรับวันสิ่งแวดล้อมโลก
สำนักข่าวบริคอินโฟ – เนื่องใน วันสิ่งแวดล้อมโลก (World Environment Day) วันที่ 5 มิถุนายนนี้ เอไอเอส (AIS) ร่วมกับสมาชิกกลุ่ม Singtel จากหลากหลายประเทศ เปิดตัวแคมเปญระดับภูมิภาค “สัญญาณยืดเวลาโลก” (Signals of Sustainable Future) เพื่อรณรงค์และส่งเสริมการจัดการ ขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) อย่างยั่งยืน โดยมุ่งสร้างความตระหนักรู้แก่ผู้คนกว่า 1.9 พันล้านคนทั่วโลก ถึงปัญหาและผลกระทบของขยะอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นภัยเงียบที่กำลังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ
ปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ เป็นประเด็นสำคัญที่โลกกำลังเผชิญ จากข้อมูลขององค์การสหประชาชาติ (UN) คาดการณ์ว่าภายในปี 2050 ปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์จะเพิ่มขึ้นเป็น 111 ล้านตัน ซึ่งหมายความว่าโลกกำลังเข้าสู่ภาวะวิกฤต “ขยะอิเล็กทรอนิกส์ล้นเมือง” เนื่องจากชิ้นส่วนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกทิ้งอย่างไม่ถูกต้อง จะมีสารพิษสะสมอยู่ในระบบนิเวศ ทั้งอากาศ น้ำ ดิน และอาหาร
นางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าหน่วยธุรกิจประชาสัมพันธ์และงานธุรกิจสัมพันธ์ เอไอเอส กล่าวว่า “หนึ่งในเป้าหมายการดำเนินธุรกิจของ เอไอเอส คือการยืนหยัดเพื่อสิ่งแวดล้อม สร้างอนาคตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้กับผู้บริโภคและสังคม ด้วยเหตุนี้ เอไอเอส จึงริเริ่มโครงการ AIS E-Waste เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ ขยะอิเล็กทรอนิกส์ และผลกระทบที่เกิดขึ้นหากมีการทิ้งและกำจัดอย่างไม่ถูกวิธี รวมถึงการเปิดจุดรับขยะอิเล็กทรอนิกส์จากประชาชน เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการจัดการอย่างเหมาะสม ปัจจุบันมีพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนกว่า 235 องค์กร ที่ทำงานร่วมกันเพื่อสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับ ขยะอิเล็กทรอนิกส์ ในฐานะ “HUB of E-Waste” ศูนย์กลางด้านองค์ความรู้และการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะอย่างยั่งยืน”
แคมเปญ “สัญญาณยืดเวลาโลก” ชวนให้ทุกคนมาร่วมกัน “ยืดเวลาให้โลก” ด้วยการทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกวิธี โดย เอไอเอส อ้างอิงข้อมูลจากรายงานของ UNITAR (Global E-Waste Monitor 2024) ที่ระบุว่าปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลกในปี 2022 มีมากถึง 62 ล้านตัน การทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ 3 ชิ้นต่อ 1 เดือน จะช่วยยืดเวลาให้โลกได้ 1 วัน
ประชาชนสามารถนำ ขยะอิเล็กทรอนิกส์ ที่หมดอายุการใช้งานแล้ว เช่น โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต โน้ตบุ๊ก สายชาร์จ และหูฟัง ไปทิ้งที่จุดรับขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่มีอยู่กว่า 2,700 จุดทั่วประเทศ หรือฝากทิ้งกับบุรุษไปรษณีย์ เพื่อร่วมขับเคลื่อนการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังสามารถร่วมกิจกรรม “สัญญาณยืดเวลาโลก” ด้วยการถ่ายคลิปหรือภาพเชิญชวนทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ โพสต์ลงโซเชียลมีเดียพร้อมติดแฮชแท็ก #สัญญาณยืดเวลาโลก #AISHUBofEWaste #AISEWaste เพื่อร่วมส่งสัญญาณยืดเวลาโลกไปพร้อมกัน โดยกิจกรรมเริ่มตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป และสามารถติดตามภารกิจยืดเวลาเพิ่มเติมได้ที่หน้าเพจเฟซบุ๊ก AIS Sustainability
