Connect with us

ข่าว

รพ.วิมุต ครบรอบ 4 ปี เติบโต 35% ในปี 2567 พร้อมเปิด “ศูนย์สุขภาพปอดวิมุต” รับมือวิกฤตโรคระบบทางเดินหายใจและมลพิษทางอากาศ

Published

on

โรงพยาบาลวิมุต (Vimutti Hospital) เติบโต 35% ในปี 2567 พร้อมเปิด "ศูนย์สุขภาพปอดวิมุต" ชูเทคโนโลยี EBUS เพื่อการวินิจฉัยโรคปอดที่แม่นยำ รับมือปัญหาฝุ่น PM2.5 และโรคระบบทางเดินหายใจที่เพิ่มขึ้น

สำนักข่าวบริคอินโฟ – โรงพยาบาลวิมุต (Vimutti Hospital) โรงพยาบาลเอกชนตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ ฉลองครบรอบ 4 ปีแห่งการดำเนินงาน โดยในปี 2567 มีรายได้รวม 1,203 ล้านบาท เติบโตขึ้น 35% และตั้งเป้าเติบโตต่อเนื่อง 40% ในปี 2568 ล่าสุดได้เปิดตัว “ศูนย์สุขภาพปอดวิมุต” เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์วิกฤตมลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะปัญหาฝุ่น PM2.5 และการแพร่ระบาดของโรคระบบทางเดินหายใจที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ศูนย์แห่งนี้เน้นการวินิจฉัยโรคปอดด้วย เทคโนโลยี EBUS (Endobronchial Ultrasound) ซึ่งให้ผลแม่นยำ ลดการบาดเจ็บ และช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้รวดเร็ว

โรงพยาบาลวิมุตดำเนินงานภายใต้แนวคิด “ใส่ใจทุกการรักษา ก้าวหน้าด้วยเทคโนโลยี” มุ่งสู่การเป็น “Smart Healthcare” โรงพยาบาลเอกชนมิติใหม่ โดยใช้กลยุทธ์ B.E.S.T. เพื่อส่งมอบประสบการณ์ด้านสุขภาพที่ดีที่สุดแก่ผู้ใช้บริการ มีการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ยกระดับการดูแลสุขภาพ พร้อมพัฒนาเครือข่ายศูนย์ความเป็นเลิศ (Centers of Excellence) เพื่อรองรับโรคเฉพาะทางที่ซับซ้อนและส่งผลกระทบต่อสังคม

นพ.นิพัฒน์ กุหลาบขาว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลวิมุต โฮลดิ้ง จำกัด เปิดเผยว่า “ในโอกาสครบรอบ 4 ปี โรงพยาบาลวิมุตยังคงยึดมั่นในพันธกิจการยกระดับบริการทางการแพทย์ในทุกมิติ ทั้งการลงทุนในนวัตกรรมการรักษาที่ทันสมัย การพัฒนาบริการที่เข้าใจผู้ป่วยอย่างลึกซึ้ง และการจัดตั้งทีมแพทย์เฉพาะทางแบบสหสาขาวิชา เพื่อตอบโจทย์การรักษาโรคซับซ้อนอย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำ รวมถึงการตอบสนองต่อปัญหาสุขภาพเร่งด่วนของสังคม เรามุ่งเป็น ‘โรงพยาบาลเอกชนมิติใหม่’ ที่ก้าวล้ำนำเมกะเทรนด์สุขภาพในระยะยาว ทั้งการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและการเพิ่มขึ้นของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง”

ท่ามกลางความท้าทายด้านสุขภาพในปัจจุบัน ประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตมลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่น PM2.5 ซึ่งกรุงเทพฯ ติดอันดับ 8 เมืองที่มีคุณภาพอากาศแย่ที่สุดในโลก และเป็นสาเหตุสำคัญของโรคทางเดินหายใจที่คร่าชีวิตผู้คนจำนวนมากทั่วโลก นอกจากนี้ การระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเยาวชน รวมถึงการเพิ่มขึ้นของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และปัญหาสุขภาพจิต ก็เป็นประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญ โรงพยาบาลวิมุตจึงให้ความสำคัญกับการสร้างระบบสุขภาพที่แข็งแกร่งและยืดหยุ่น

Advertisement

นายแพทย์สุวาณิช เตรียมชาญชูชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวิมุต กล่าวว่า “ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา โรงพยาบาลวิมุตเร่งสร้างระบบนิเวศด้านสุขภาพที่เชื่อมโยงกันอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมตั้งแต่การป้องกันโรค การรักษา ฟื้นฟูสุขภาพ ไปจนถึงการส่งเสริมคุณภาพชีวิตในระยะยาว ภายใต้หลัก 3 ประการ คือ 1. ความเชี่ยวชาญของทีมแพทย์ที่ทำงานร่วมกันแบบสหสาขาวิชา 2. การดูแลครอบคลุมทุกมิติตั้งแต่การตรวจวินิจฉัยที่ตรงจุดไปจนถึงการรักษาที่ปลอดภัย และ 3. ความรวดเร็วในทุกกระบวนการ” เขากล่าวเสริมว่า โรงพยาบาลวิมุตพร้อมเดินหน้าภายใต้กลยุทธ์ B.E.S.T. ที่มุ่งส่งมอบ ‘ความเป็นที่สุด’ ของประสบการณ์ด้านสุขภาพผ่าน B – Beyond Technology, E – Expertise with Heart, S – Smart Service Experience, และ T – Trust & Transparency เพื่อก้าวสู่การเป็น “โรงพยาบาลเอกชนมิติใหม่” ที่พร้อมนำพาไทยสู่ยุค Smart Healthcare อย่างแท้จริง

การเปิด “ศูนย์สุขภาพปอดวิมุต” ถือเป็นการตอบสนองต่อแนวโน้มสุขภาพโลกและในประเทศไทย โดยเฉพาะโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งคร่าชีวิตคนไทยกว่า 400,000 รายต่อปี โดยศูนย์สุขภาพปอดวิมุตจะดูแลครอบคลุมโรคระบบทางเดินหายใจ เช่น โรคโควิด-19, โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) และการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่าง

ผศ.นพ.วิรัช ตั้งสุจริตวิจิตร แพทย์ผู้ชำนาญการด้านโรคระบบการหายใจและเวชบำบัดวิกฤต โรงพยาบาลวิมุต กล่าวว่า “ปัจจุบัน โรคระบบทางเดินหายใจกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ซับซ้อนและส่งผลกระทบระยะยาว ทั้งจากเชื้อไวรัสอย่างโควิด-19 และไข้หวัดใหญ่ที่ยังคงพบผู้ป่วยใหม่ต่อเนื่อง นอกจากนี้ ปัญหาฝุ่น PM2.5 ยังเป็น ‘ภัยเงียบ’ ที่ก่อให้เกิดการอักเสบเรื้อรังและเชื่อมโยงกับโรคหอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหัวใจ และมะเร็งปอด ที่มีอัตราการเสียชีวิตสูง”

ศูนย์สุขภาพปอดวิมุตมีแนวทางการดูแลครอบคลุมตั้งแต่การคัดกรองผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงด้วยการตรวจสมรรถภาพปอด (Lung Function Test), การตรวจหลอดลมด้วยกล้อง (Bronchoscopy) ไปจนถึงการวินิจฉัยและรักษาโรคซับซ้อนอย่างมะเร็งปอดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โดยเน้นการนำ เทคโนโลยี EBUS (Endobronchial Ultrasound) มาใช้เพื่อช่วยในการวินิจฉัยโรค โดย ผศ.นพ.วิรัช อธิบายว่า EBUS ช่วยให้แพทย์ตรวจชิ้นเนื้อปอดและจากต่อมน้ำเหลืองในช่องอกได้อย่างแม่นยำมากขึ้น โดยไม่ต้องผ่าตัด ทำให้ผู้ป่วยเจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว และได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องสำหรับการวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุด

Advertisement

ศูนย์สุขภาพปอดวิมุตดำเนินการภายใต้แนวคิด CHEST (Collaborated–Holistic–Excellence–Systematic–Treatments) ที่มุ่งเน้นการวินิจฉัยและการรักษาที่รวดเร็ว ฟื้นฟูไว และครอบคลุมทุกมิติสุขภาพปอด ผ่านความร่วมมือของแพทย์แบบสหสาขาวิชา และการใช้อุปกรณ์มาตรฐานสูง เพื่อมอบการรักษาที่ครอบคลุมทั้งทางการแพทย์และการฟื้นฟูด้วยพฤติกรรมบำบัด โรงพยาบาลวิมุตมุ่งมั่นวางรากฐานระบบสุขภาพที่ยั่งยืน (Sustainable Healthcare) ด้วยคุณภาพการรักษา การเข้าถึงของประชาชน และการใช้เทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีอัตราค่าบริการที่เป็นธรรม เพื่อให้คนไทยทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพภายใต้มาตรฐานสากล

Continue Reading
Advertisement