การเมือง
หลิว จงอี เยือนไทยถี่เกินไป? นักวิชาการ มธ. ชี้ไทยเสี่ยงเสียอิสระ จีนอาจเข้ามาชี้นำ
สำนักข่าวบริคอินโฟ – รศ. ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช อาจารย์ประจำสาขาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) และนายกสมาคมภูมิภาคศึกษา แสดงความกังวลต่อการเดินทางเยือนไทยของ นายหลิว จงอี (Liu Zhongyi) ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงสาธารณะ ประเทศจีน ที่มีความถี่มากเกินไป อาจส่งผลให้ไทยเสียอิสระในการจัดการปัญหาชายแดนและความมั่นคงภายในประเทศ
รศ. ดร.ดุลยภาค กล่าวว่า การเดินทางเยือนเมียนมาของนายหลิว จงอี เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา เพื่อพบกับ พ.อ.หม่อง ชิตตู เลขาธิการกองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) ในพื้นที่ จ.เมียวดี สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทที่แข็งแรงขึ้นของจีน ทั้งในไทยและเมียนมา แม้การเดินทางดังกล่าวอาจเป็นผลจากความร่วมมือในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลังจาก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางเยือนจีน แต่การเข้าออกประเทศไทยอย่างต่อเนื่องของนายหลิว จงอี ทำให้เกิดคำถามถึงอิสระของไทยในการบริหารจัดการปัญหา
“การเข้ามาของจีนนั้น อาจหมิ่นเหม่ต่อการทำให้ไทยขาดอิสระในการบริหารจัดการชายแดนและความมั่นคงภายใน เพราะมีตัวอย่างของประเทศที่เคยมีปัญหาระหว่างชายแดน (พม่าและปากีสถาน) และรัฐบาลจีนไม่มีความเชื่อมั่นในการจัดการ จนเสนอแนวคิดจัดส่งหน่วยงานรักษาความปลอดภัยของจีนเข้าไปในพื้นที่ ทำให้หมิ่นเหม่ต่อหลักอธิปไตยของหลายประเทศ ดังนั้น หากประเทศไทยให้ทางจีนควบคุม สั่งการ เราก็อาจจะสูญเสียอิสระในการบริหารจัดการกับปัญหา เราอาจจะดึงจีนเข้ามาช่วยได้ แต่ต้องช่วยในสัดส่วนที่เหมาะสม” รศ. ดร.ดุลยภาค กล่าว
รศ. ดร.ดุลยภาค เสนอแนะว่า ไทยควรแสดงบทบาทนำในการปราบปรามกลุ่มจีนเทาในภูมิภาคอาเซียน และประกาศจุดยืนในการจัดการปัญหาด้วยตนเอง เพื่อป้องกันการชี้นำจากจีน พร้อมทั้ง เร่งประสานงานกับประเทศต้นทางของชาวต่างชาติที่ถูกผลักดันจากเมียนมา เพื่อส่งตัวกลับประเทศ และควบคุมพื้นที่กักกันใน อ.แม่สอด จ.ตาก รวมถึง เสนอให้พิจารณาบทลงโทษสำหรับชาวต่างชาติที่สมัครใจทำงานกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เนื่องจากมีเจตนาทำผิดกฎหมาย
“ถ้าเขายอมรับแล้วว่าเขาเต็มใจและไม่ได้ถูกหลอกในการไปประกอบอาชญากรรมร่วมกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ให้ยืนพื้นเอาไว้ว่ากลุ่มคนเหล่านี้มีเจตนาที่ไม่ดี ก็ต้องมีการเตรียมภาคโทษเอาไว้ว่าเป็นเจตนาที่ขัดต่อหลักจริยธรรม หรือมนุษยธรรมพื้นฐาน และไม่ได้เป็นคนที่ต้องดูแลอย่างเต็มที่ หรือฟื้นฟูเยียวยาอะไร เพราะเขาไม่ใช่เหยื่อที่ถูกหลอก แต่เต็มใจจะเข้าไปทำสิ่งผิดกฎหมาย” รศ.ดร.ดุลยภาค กล่าว
