Connect with us

ข่าว

เตือนภัยมิจฉาชีพอ้างเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าฯ หลอกเปลี่ยนมิเตอร์ TOU สูญเงินหลักแสน คาดเกลือเป็นหนอนนำข้อมูลไปขาย

Published

on

ผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์เตือนภัย มิจฉาชีพแอบอ้างเป็นการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) หลอกคืนเงินค่าเปลี่ยนมิเตอร์ TOU คาดพนักงานภายในแอบนำข้อมูลไปขายให้แก๊งมิจฉาชีพ

สำนักข่าวบริคอินโฟ – เกิดเหตุการณ์เตือนภัยบนโลกออนไลน์เมื่อมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งออกมาเปิดเผยเรื่องราวของผู้ใหญ่ที่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่จากการไฟฟ้าฯ จนสูญเงินไปหลายแสนบาท โดยจุดที่น่าสนใจคือมิจฉาชีพทราบข้อมูลการทำธุรกรรมแบบเจาะจง ทำให้เกิดการตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีพนักงานภายในนำข้อมูลของประชาชนไปขายให้กับแก๊งมิจฉาชีพ

จุดเริ่มต้น ผู้ใหญ๋ขนเอกสารไปทำเรื่องที่สาขา

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Pitcha Prertpraiwong ได้โพสต์เล่าเหตุการณ์ว่า เริ่มต้นจากการที่ผู้เสียหายได้เดินทางไปติดต่อที่สำนักงานของการไฟฟ้าฯ ด้วยตนเอง เพื่อขอเปลี่ยนมิเตอร์เป็นแบบ TOU (Time of Use) สำหรับใช้ควบคู่กับการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ โดยได้ชำระค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนมิเตอร์จำนวน 3,500 บาท ซึ่งหลังจากนั้นประมาณสองสัปดาห์ เจ้าหน้าที่ของการไฟฟาฯ ได้เข้ามาดำเนินการเปลี่ยนมิเตอร์ให้จนแล้วเสร็จตามปกติ

อย่างไรก็ตาม หลังจากเปลี่ยนมิเตอร์ได้ประมาณหนึ่งสัปดาห์ ผู้เสียหายได้รับการติดต่อทางโทรศัพท์จากบุคคลที่แอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากการไฟฟ้าฯ โดยปลายสายระบุว่า “เป็นเจ้าหน้าที่จากการไฟฟ้า โทรมาติดต่อจะเปลี่ยนมิเตอร์ TOU เป็นระบบดิจิทัล และคืนเงินที่ชำระไปตอนแรกจำนวน 3,500 บาท”

จากนั้นมิจฉาชีพได้หลอกให้เพิ่มเพื่อนผ่านแอปพลิเคชันไลน์ที่ใช้ชื่อปลอมว่า ***A Thailand (ใช้ชื่อย่อเหมือนการไฟฟ้าของจริง) และให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ***A Smart Life จาก Store โดยให้สแกนใบหน้าและกดรหัสผ่าน ซึ่งผู้เสียหายไม่ทันระวังและไม่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ส่งผลให้สูญเสียเงินจากบัญชีธนาคารไปเป็นจำนวนหลายแสนบาท

Advertisement

ทำไมเวลาที่โทรมาหลอกมันช่างเหมาะเจาะ ?

หลังทราบเรื่อง ผู้เสียหายได้ดำเนินการแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและอายัดบัญชีกับทางธนาคารทันที ทางด้านผู้โพสต์ได้ตั้งข้อสังเกตอย่างหนักแน่นว่าข้อมูลการขอเปลี่ยนมิเตอร์หลุดไปถึงมิจฉาชีพได้อย่างไร เนื่องจากผู้เสียหายไม่ได้มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและเดินทางไปทำธุรกรรมด้วยเอกสารที่สำนักงานการไฟฟ้าฯ โดยตรง ไม่ได้ผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ตแต่อย่างใด อีกทั้งระยะเวลาที่มิจฉาชีพติดต่อมานั้นสอดคล้องกับช่วงที่เพิ่งดำเนินการเปลี่ยนมิเตอร์เสร็จสิ้นภายในเวลาไม่ถึง 1 เดือน

นอกจากนี้ ผู้โพสต์ยังระบุเพิ่มเติมว่า ระบบขององค์กรระดับนี้น่าจะมีการบันทึกประวัติการทำธุรกรรมว่าเจ้าหน้าที่คนใดเป็นผู้รับเรื่องและเข้าถึงข้อมูลชุดนี้ผ่านหน้าเคาน์เตอร์ ซึ่งสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ไม่ยากนัก พร้อมย้ำว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวองค์กร แต่อยู่ที่บุคคลภายในองค์กรที่อาจมีส่วนรู้เห็น โดยปัจจุบันผู้เสียหายได้เปลี่ยนโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่เพื่อความปลอดภัย และรอการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป


Continue Reading
Advertisement