ข่าว
TISCO ESU คาดการณ์ Fed คงอัตราดอกเบี้ยถึงกลางปี 2568 หุ้นกลุ่มธนาคารสหรัฐฯ ได้รับอานิสงส์ ขณะที่กลุ่มเทคโนโลยีเสี่ยง
กรุงเทพฯ, 30 ม.ค. 68 – สำนักข่าวบริคอินโฟ – ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) คาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 4.25-4.50% ไปจนถึงกลางปี 2568 ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี (บอนด์ยิลด์) ทรงตัวในระดับสูงสุดในรอบ 17 ปี โดยคาดว่าจะอยู่ที่ 4.50-5.0% ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้
นายคมศร ประกอบผล หัวหน้าศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (Mr. Komsorn Prakobphol, Head of Economic Strategy Unit, TISCO Economic Strategy Unit) กล่าวว่า อัตราดอกเบี้ยที่ทรงตัวในระดับสูงจะส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มธนาคารในสหรัฐฯ เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยรับจะเพิ่มขึ้น แต่ในขณะเดียวกันจะกดดันตลาดหุ้นโลกโดยรวม โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่มีมูลค่าสูง เช่น กลุ่ม “7 นางฟ้า” “บอนด์ยิลด์ที่ทรงตัวในระดับสูงจะกดดันตลาดหุ้นโลก โดยเฉพาะหุ้นที่มี Valuation ในระดับที่แพงมาก โดยหุ้นสหรัฐฯ (S&P500) ซื้อขายด้วยระดับราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E) สูงถึง 21 เท่า” นายคมศรกล่าว
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ TISCO ESU คาดการณ์ว่า Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ มีสองประการ ประการแรกคืออัตราเงินเฟ้อพื้นฐานของสหรัฐฯ ยังคงทรงตัวเหนือระดับเป้าหมายที่ 2% โดยอยู่ที่ระดับ 3.20-3.30% ต่อเนื่องมาเป็นเวลา 8 เดือน ประกอบกับตลาดแรงงานในสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่ง โดยอัตราการว่างงานปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 4.10% ในเดือนธันวาคม ประการที่สองคือความไม่แน่นอนของนโยบายกำแพงภาษีของประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ หากทรัมป์ดำเนินนโยบายตามที่ประกาศไว้ในช่วงหาเสียง อาจส่งผลให้เงินเฟ้อในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น ทำให้ Fed ไม่สามารถลดอัตราดอกเบี้ยได้
อย่างไรก็ตาม TISCO ESU คาดการณ์ในกรณีฐานว่า ทรัมป์จะขึ้นกำแพงภาษีกับจีนเพียงครึ่งหนึ่งของที่ประกาศไว้ และจะขึ้นกำแพงภาษีกับประเทศอื่น ๆ เพียงเล็กน้อย ซึ่งจะทำให้ Fed สามารถลดดอกเบี้ยได้ 2 ครั้งในช่วงครึ่งหลังของปี ไปอยู่ที่ระดับ 4% หลังจากที่นโยบายกำแพงภาษีมีความชัดเจน
