Connect with us

ข่าว

บีโอไอ เผยปี 67 ยอดขอลงทุนทะลุ 1.13 ล้านล้านบาท สูงสุดรอบ 10 ปี จีน-สหรัฐฯ แห่ลงทุนในไทย

Published

on

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการบีโอไอ

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยข้อมูลว่า ปี 2567 ที่ผ่านมา ประเทศไทยได้รับคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนสูงสุดในรอบ 10 ปี โดยมียอดรวมกว่า 1.13 ล้านล้านบาท จากจำนวนโครงการกว่า 3,100 โครงการ ซึ่งถือเป็นจำนวนโครงการสูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบีโอไอ สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่มองไทยเป็นฐานการลงทุนที่สำคัญ ท่ามกลางสถานการณ์สงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการบีโอไอ ระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดนักลงทุน คือ โครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง พื้นที่รองรับอุตสาหกรรม ศักยภาพด้านพลังงานสะอาด บุคลากรคุณภาพ ซัพพลายเชนที่ครบวงจร ต้นทุนที่เหมาะสม และมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ

อุตสาหกรรมดิจิทัล-อิเล็กทรอนิกส์ มาแรง

สำหรับ 5 อุตสาหกรรมยอดนิยมที่มีมูลค่าเงินลงทุนสูงสุด ได้แก่

  1. อุตสาหกรรมดิจิทัล มูลค่า 243,308 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนใน Data Center และ Cloud Service โดยบริษัทชั้นนำจากสหรัฐอเมริกา จีน ฮ่องกง ญี่ปุ่น อินเดีย ออสเตรเลีย และไทย
  2. อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า มูลค่า 231,710 ล้านบาท ครอบคลุมการผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) ชิป (Wafer) อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ และเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ
  3. อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน มูลค่า 102,366 ล้านบาท โดยมีการลงทุนจากค่ายรถยนต์ EV และ ICE ทั้งจากญี่ปุ่น จีน และยุโรป
  4. อุตสาหกรรมเกษตรและแปรรูปอาหาร มูลค่า 87,646 ล้านบาท
  5. อุตสาหกรรมปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ มูลค่า 49,061 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีการลงทุนใน พลังงานหมุนเวียน เครื่องจักรและระบบอัตโนมัติ และ อุปกรณ์การแพทย์ อีกด้วย

ต่างชาติเชื่อมั่น เคลื่อนทัพลงทุนในไทย

การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) มีมูลค่ารวม 832,114 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% โดยสิงคโปร์ จีน และฮ่องกง เป็น 3 อันดับแรกของประเทศ/เขตเศรษฐกิจที่มีมูลค่าการลงทุนสูงสุด สะท้อนให้เห็นว่า แม้จะมีสงครามการค้า แต่นักลงทุนยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพของไทย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น เซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ ดาต้าเซ็นเตอร์ ยานยนต์ไฟฟ้า และเทคโนโลยีชีวภาพ

Advertisement

บีโอไอ เดินหน้าดึงลงทุน ชูไทยเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีขั้นสูง

นายนฤตม์ คาดการณ์ว่า แนวโน้มการลงทุนในปี 2568 จะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยบีโอไอจะเดินหน้าดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ เซมิคอนดักเตอร์ ระบบอัตโนมัติ ดาต้าเซ็นเตอร์ AI และเทคโนโลยีชีวภาพ ควบคู่กับการส่งเสริมอุตสาหกรรมเดิม เช่น เกษตรและอาหาร พลังงานสะอาด และการท่องเที่ยว รวมถึงการผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ

นอกจากนี้ บีโอไอยังให้ความสำคัญกับการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้เข้าร่วมในซัพพลายเชนระดับโลก ผ่านการจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ และการถ่ายทอดเทคโนโลยี รวมถึงการจัดโรดโชว์ในต่างประเทศ เพื่อดึงดูดการลงทุน และสร้างโอกาสให้กับธุรกิจไทย