ข่าว
ตลาดคริปโทฯ 2024 : รวมสิ่งที่พึงระวังและมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ เวที BINANCE TH
ตลาดคริปโทฯ 2024 ปีสำคัญของคริปโทจริงไหม ? อ่านมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ เวที BINANCE TH “Decoding: is FY24 the best year for crypto?” ถอดรหัสภูมิทัศน์คริปโตในไทย landscape ของการลงทุนที่เปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความกังขา โอกาส และความท้าทาย รวมถึงการสำรวจศักยภาพของสินทรัพย์ดิจิทัลในวันนี้ กับทิศทางเศรษฐกิจของประเทศ
Editor’s Note : ก่อนที่เราจะไปอ่านความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ หากคุณเป็นนักลงทุนรายใหม่ ขอให้พึ่งเข้าใจไว้ว่า การซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล มีความผันผวนสูงมาก มีโอกาสที่นอนหลับไป 1 ตื่น มูลค่าของสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถืออยู่ อาจมีมูลค่าเป็นศูนย์ได้ในทันที ดังนั้นขอให้ศึกษาอย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อนการลงทุน
ดร.กร พูนศิริวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์และผู้อำนวยการ Binance TH Academy โดย Gulf Binance ระบุว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอัตราการใช้งาน (Adoption Rate) สูงกว่าปกติ และเชื่อว่าสัญญาณนึงที่น่าจับตามองคือ คนรุ่นเก่าอย่างอากง อาม่าเริ่มถามว่า คริปโทฯ น่าซื้อแช้วหรือยัง แสดงว่าต้องมีสัญญาณบางอย่างให้เราหันมาสนใจแล้ว

ส่วน นิรันดร์ ฟูวัฒนานุกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Binance TH โดย Gulf Binance ระบุว่า หากสังเกตุอัตราการใช้งาน (Adoption Rate) สกุลเงินดิจิทัล จะพบว่า ประเทศที่สภาพเศรษฐกิจไม่แข็งแรงมาก เช่น เอลซัลวาดอร์ หันมาให้ความสนใจกับคริปโทมากขึ้น นั่นแสดงให้เห็นว่า ระบบการเงินใหม่ เป็นหนึ่งในจุดที่น่าศึกษาให้เข้าใจมากขึ้น
แต่ประเทศไทย อัตราการใช้งาน (Adoption Rate) สูง แม้ว่าประเทศไทยไม่ได้เป็นประเทศที่ มีปัญหาด้านเศรษฐกิจแต่การเข้าสู่การเงินดิจิทัล ส่วนหนึ่งเกิดจากพฤติกรรมการใช้โลกดิจิทัลของคนไทยที่สูงอันดับต้นๆของโลก ซึ่งพฤติกรรมของคนไทยเป็นกลุ่มคนที่กลัวจะตกรถไฟ (Fomo) สูง สังเกตุได้จาก อาร์ตทอย ลาบูบู้ และ การรู้เท่าทันโลกดิจิทัล (Digital Literacy) สูงด้วย ซึ่งแตกต่างจากประเทศที่ประสบปัญหาทางเศรษฐกิจที่มีเหตุผลแตกต่างกัน

ประโยชน์ของสกุลเงินดิจิทัลก็มี
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Binance TH โดย Gulf Binance เสริมต่ออีกว่า ช่วงเวลาที่ผ่านมาของสกุลเงินดิจิทัลที่เริ่มเติบโตขึ้น ทำให้เราเห็นว่าเหรียญต่าง ๆ ที่ออกมาใหม่ใหม่ เกิดขึ้นจากสถาบันทางการเงินเดิมที่หันมาหนุนการทำ Tokenization บนสกุลเงินดิจิทัลมากยิ่งขึ้น ซึ่งส่วนนี้จะเป็นส่วนที่ทำให้รัฐบาล-สถาบันการเงินต่าง ๆ ออกพันธบัตรและกองทุนได้ง่ายมากยิ่งขึ้น เพราะหน่วยหนึ่ง สามารถที่จะแตกละเอียดแยกย่อยไปได้มากกว่าเดิม เช่น หากต้องการซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ เราจะต้องเงินจำนวนหนึ่งมาซื้อ แต่เมื่อมันถูกทำออกมาเป็นโทเคนบนโลกดิจิทัล คนทั่วไปมีเงินไม่กี่บาทก็สามารถที่จะซื้อพันธบัตรได้ง่ายขึ้น
“หากเปรียบเทียบสกุลเงินดิจิทัล มาทำให้สินทรัพย์บนโลกแห่งความจริงได้รับประโยชน์ จากการ Tokenization คือ การระดมทุนหรือแบ่งหุ้นในสินค้านั้น ๆ เช่น ไวน์ราคาแพง ๆ 1 ขวด ราคา 100,000 บาท เราอาจแบ่งหุ้นให้นักลงทุนรายอื่น ๆ ทำให้คนมีเงินหลักร้อยก็สามารถลงทุนได้ และเมื่อวันนึงไวน์ขวดนี้ราคาสูงขึ้น หุ้นที่นักลงทุนถือก็จะมีมูลค่าสูงขึ้นตามไปด้วย แต่ทั้งนี้ก็ต้องอาศัยความโปร่งใส ความน่าเชื่อถือ ของตัวกลางในการเปิดให้ซื้อขายประกอบด้วยเพราะไม่เช่นนั้นก็จะกลายเป็นหนึ่งในช่องทางให้มิจฉาชีพได้” นิรันดร์ ฟูวัฒนานุกูล ระบุ
เด็กรุ่นใหม่ไม่ค่อยลงทุนในหุ้นแล้ว
ผศ.ดร.อุดมศักดิ์ รักวงษ์วาน ผู้ร่วมก่อต้ั้งและที่ปรึกษา FWX แพลตฟอร์ม DeFi และอาจารย์ภาควิชาคณิตศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, เจ้าของเพจ “ติดเล่า เรื่องลงทุน” ระบุว่า จากการสอนวิชา Investment และทำแบบสอบถามก่อนเรียน พบว่า 4 ปีที่แล้ว 40-50% ของผู้เรียนยังลงทุนในหุ้นอยู่ แต่ปีที่ผ่านมา นักเรียนตอบแบบสอบถาม พบว่า พวกเขาลงทุนในคริปโทฯ ถึง 50-60% แทน และ 10% ลงทุนในหุ้นเท่านั้น

“เหตุผลส่วนใหญ่ที่นักศึกษาลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลเพราะความหวือหวาของสกุลเงินดิจิทัลที่ผันผวนสูง ประกอบกับ สภาพเศรษฐกิจที่ฝืดเคือง จึงทำให้สกุลเงินดิจิทัลเป็นทางเลือกที่นักศึกษาเชื่อว่าจะทำให้พวกเขาสามารถมีทางเลือกทางการเงินได้มีเงินเก็บตอนเกษียณ แม้จะไม่รู้ว่าเหรียญต่าง ๆ บนโลกดิจิทัลที่ซื้อมีจุดประสงค์อะไร นี่จึงเป็นจุดที่ภาคศึกษาและผู้ประกอบการที่มีความรู้ ต้องหันมาให้ความรู้กับคนรุ่นใหม่ให้มากขึ้น” ผศ.ดร.อุดมศักดิ์ ระบุ
ดร.กร พูนศิริวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์และผู้อำนวยการ Binance TH Academy โดย Gulf Binance เสริมว่า ปัจจุบันสถานศึกษาเริ่มให้ความสนใจบิตคอยน์มากขึ้น เพราะ นักศึกษาส่วนใหญ่ หันไปลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลมากขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้น การลงทุนผ่านสกุลเงินดิจิทัลทั้งหมด จะต้องระวัง-ศึกษาให้มากเพราะอัตราการ ผันผวนเกิดขึ้น 24 ชั่วโมง ไม่มีช่วงเวลาปิดเหมือนตลาดหุ้น ดังนั้นความเสี่ยงจะต้องอยู่ในเกณฑ์ที่เรารับได้และเป็นเงินที่เย็นมาก ๆ สำหรับลงทุนระยะยาว ไม่ใช่เงินที่เอาไว้ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และส่วนหนึ่งมีอีกไม่น้อยที่ถูกหลอกจากการลงทุนในแพลตฟอร์มปลอมของมิจฉาชีพ
บิตคอยน์ ผันผวนสูง 500-600% แต่ก็น้อยกว่าแต่ก่อน
ด้าน พิริยะ สัมพันธารักษ์ ผู้ก่อตั้ง บริษัท ไรท์ชิฟท์ จำกัด และกรรมการบริหาร บริษัท โฉลก ดอท คอม จำกัด ระบุว่า บิตคอยน์ที่ผ่านมา ตั้งแต่ ปี 2020-2022 นับเป็นปีที่มีการผันผวนน้อยที่สุดราว 500-600% ทั้งที่เมื่อก่อนผันผวนหลัก 1000% แม้ว่าจะผันผวนสูงกว่าการลงทุนแบบเดิม แต่สิ่งหนึ่งที่สังเกตุได้คือ ในความผันผวนนี้ที่ลดลง นั่นหมายถึงความมั่นคงที่กำลังเกิดขึ้น ทำให้หลายคนมองว่าในอนาคตการผันผวนจะเริ่มลดลงไปเรื่อยๆ

“ซึ่งทุกครั้งที่ราคาบิตคอยน์พุ่งขึ้น ก็ทำให้การรับรู้ของกลุ่มคนใหม่ ๆ เข้ามาในวงการนี้มากขึ้น ซึ่งรอบที่ผ่านมา การผันผวนที่สูง เกิดจากการปั่นป่วนของสถาบันการเงิน (FTX , SWB) จนทำให้หลายคนเจ็บมาเยอะ แต่ความปั่นป่วนนี้ ก็ทำให้หลายๆคนเริ่มตั้งคำถามมากขึ้น เริ่มเรียนรู้ถึงจุดที่ต้องศึกษาเพื่อไม่ให้ถูกหลอกอีก”
อย่างไรก็ตามในฝั่งภาครัฐเองก็ตื่นตัวมากขึ้น ทั้ง เรื่องกฎเกณฑ์ , ระเบียบต่าง ๆ รวมถึง มีการหันมาสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจต่าง ๆ มากขึ้นแล้ว เช่น การสนับสนุนให้ใช้จ่ายด้วยสกุลเงินดิจิทัลในสิงคโปร์
