ข่าว
รถยนต์ไฟฟ้า NETA อยากให้คนไทยมองเป็นรถไทยไม่ใช่รถจีน เพราะชิ้นส่วนผลิต-ประกอบในไทย
นายซุน กวัง (วิลสัน ซุน) รองประธาน Neta Auto และ รองประธานกรมธุรกิจต่างประเทศของเนต้า กล่าวในงานเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า NETA X ถึงการทำการตลาดในประเทศไทย ว่า บริษัทต้องการส่งมอบรถยนต์อัจฉริยะให้คนไทยในราคาที่จับต้องได้ ดังนั้นกลไกการตั้งราคาจึงตั้งใจทำให้จับต้องได้มากที่สุด
“ขณะเดียวกัน รถยนต์ไฟฟ้าของ NETA ในไทย เริ่มผลิต-ประกอบจากโรงงานในประเทศไทยแล้ว เป็นไปตามกลยุทธ์ All in Thailand, All for Thailand” นายซุน ระบุ
“Neta อยากให้มองว่า รถเป็นรถไทย ไม่ใช่รถจีน เพราะชิ้นส่วนต่าง ๆ ล้วนมาจากโรงงานในไทยและฝีมือของคนไทยที่เราจ้างงาน”

โดย กลยุทธ์ “All in Thailand, All for Thailand” ประกอบด้วย 5 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ การเริ่มต้นการผลิตภายในประเทศ , การเปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่ติดตั้งเทคโนโลยีขั้นสูง 1 รุ่นทุกปี , การเพิ่มสัดส่วนของสมาชิกทีมที่เป็นคนไทยมากกว่า 85% , การพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่ายให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น รวมไปถึงการสร้างแบรนด์ที่มุ่งเน้นลูกค้าเป็นสำคัญ
NETA AUTO เป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์อัจฉริยะพลังงานใหม่จากจีน ที่ให้บริการในตลาดมวลชนทั่วโลก โดยเป็นแบรนด์ภายใต้บริษัท Hozon New Energy Automobile จำกัด (Hozon) ในฐานะผู้ริเริ่มนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะชั้นนําของอุตสาหกรรมด้วยมาตรฐานคุณภาพระดับสากลและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย
บริษัทฯ มุ่งเน้นปรัชญาในการ “สร้างการเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างเท่าเทียมสําหรับทุกคน” และการ “สร้างยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะที่ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้” ปัจจุบันมีรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ทำตลาดรวม 5 รุ่น ได้แก่ NETA GT, NETA S, NETA X, NETA V-II และ All-New NETA L โดยมียอดจำหน่ายรถยนต์ รวมกว่า 400,000 คัน อีกทั้งยังอยู่ในกลุ่มบริษัทรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่มียอดขายที่เติบโตสูงอย่างต่อเนื่องในตลาดรถยนต์ประเทศจีน

โดยในปี 2564 ถูกจัดอันดับให้เป็นบริษัทรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่เติบโตสูงสุดในกลุ่มบริษัทรถยนต์เกิดใหม่ หรือ สตาร์ทอัพ และในปี 2566 ถูกจัดอันดับให้เป็นบริษัทรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่มียอดการจำหน่ายในต่างประเทศสูงสุดในกลุ่มบริษัทสตาร์ทอัพในจีน
ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ขยายธุรกิจสู่ตลาดประเทศไทยในปี 2565 ในนามบริษัท เนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด โดยมีเป้าหมายเพื่อให้คนไทยได้เป็นเจ้าของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่มาพร้อมนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยในราคาที่ทุกคนเป็นเจ้าของได้ สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ขององค์กรคือ “สรรสร้างนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า…เพื่อทุกคน”
ส่วนสงครามราคาไม่มีใครกำหนดได้ แต่ข้อดีไปตกอยู่กับลูกค้า
ด้าน มร. ชู กังจื้อ (Mr. Shu GangZhi) ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด ตอบคำถามสื่อถึงกรณีสงครามราคารถยนต์ไฟฟ้า ว่า สงครามราคาเป็นสิ่งที่บริษัทควบคุมไม่ได้ เพราะมันมีโอกาสเกิดขึ้นทุกที่ทุกเวลา แต่ผลประโยชน์จะไปตกอยู่ที่ลูกค้าโดยตรง ซึ่ง NETA จะหันไปมอบส่วนลดในบริการต่าง ๆ และกิจกรรมส่งเสริมการขายให้มากกว่าเรื่องราคาหลังจากนี้
“ผมไม่รู้ว่าหลังจากนี้ราคาจะถูกลดลงเมื่อไหร่เช่นกัน ซึ่งก็ต้องใช้กลไลการตลาดในอนาคตต่อไป”
สำหรับ NETA X ทำให้เห็นความพยายามของผู้บริหารที่ต้องการสื่อว่าจะไปเน้นที่ตัวส่วนลดในบริการต่าง ๆ และกิจกรรมส่งเสริมการขาย อย่างการทำโปรโมชั่นจ่ายเพิ่มอีก 39,800 บาท เมื่อซื้อรถ เพื่อรับสิทธิ์ NETA CARE PACKAGE ซึ่งครอบคลุมการรับประกันแบตตารี่ตลอดอายุการใช้งาน(* เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด) รวมถึงค่าแรงและค่าอะไหล่ 5 ครั้ง

โดยผู้สื่อข่าวถามถึงเหตุผลกับ มร. ชู กังจื้อ ว่า “ทำไมผู้ซื้อต้องจ่ายเพิ่ม ?” และได้รับคำตอบว่า บริษัทต้องการเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้า ทั้งราคาและการรับประกัน ในราคาที่จับต้องได้สำหรับลูกค้า ซึ่งของเดิมก็มีการรับประกัน 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตรอยู่แล้ว ดังนั้นการจ่ายเพิ่มเพื่อรับสิทธิ์ NETA CARE PACKAGE จึงเป็นเสมือนทางเลือกให้ลูกค้าในอีกทางหนึ่ง
สำหรับประเทศไทย ยอดขายครึ่งปีแรก เนื่องด้วยปัจจัยต่าง ๆ ทำให้การส่งมอบล่าช้า ทั้งจากการเปลี่ยน แปลงเทคโนโลยีและการปล่อยสินเชื่อที่มีปัญหาช่วงหนึ่ง โดยครึ่งปีแรกยอดขายและส่งมอบในไทยลดลงอยู่บ้าง ที่ราว 4,000 คัน แต่การนำ NETA X เข้ามา เชื่อว่ายอดขายจะดีขึ้นและทำได้ตามเป้าที่บริษัทแม่ตั้งไว้ได้ ที่ 20,000 คัน ในปี 2567 (จากเดิมที่ตั้งไว้ 40,000 คัน)
