Connect with us

ข่าว

ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากิ่วลม-กิ่วคอหมา ชี้แจ้งยับ เหตุแพนักท่องเที่ยว จำนวน 2 ลำ นักท่องเที่ยวประมาณ 50 คน ติดอยู่กลางเขื่อนกิ่วลม.

Published

on

เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2567 โดยนายพีรยุทธ เหมาะพิชัย ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำ และบำรุงรักษากิ่วลม – กิ่วคอหมา จังหวัดลำปาง ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวต่อกรณี ที่เมื่อวานนี้ (11 ก.พ.67) เกิดเหตุแพนักท่องเที่ยว จำนวน 2 ลำ นักท่องเที่ยวประมาณ 50 คน ติดอยู่กลางเขื่อนกิ่วลมเขต อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง เนื่องจากถูกลมตีจอกแหน ที่ลอยอยู่ในน้ำไหลมาล้อมแพ จนไม่สามารถล่องออกมาได้ ทำให้นักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ติดอยู่บนแพนานกว่า 7 ชั่วโมง ซึ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวจาก จ.พะเยา และเชียงใหม่ ที่เข้ามาเที่ยวล่องแพแบบล่องพักค้างคืน ในช่วงท่องเที่ยวตรุษจีน

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ทางผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำ และบำรุงรักษากิ่วลม – กิ่วคอหมา จังหวัดลำปาง ระบุว่า เป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆ จากสภาพอากาศ เนื่องจากคืนที่นักท่องเที่ยวล่องแพใช้บริการ เกิดฝนตก และลมแรง จึงทำให้จอกแหน และวัชพืชผิวน้ำไหลออกจากแนว เข้ามาล้อมแพจนแน่น ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน สำหรับจุดที่แพติด อยู่ในช่วงกลางเขื่อน เลยผาเกี๋ยง ห่างจากท้ายเขื่อนประตูณะบายน้ำ 10 กิโลเมตร และเป็นช่วงที่แพกำลังจะล่องเข้าจุดจอด ท่าแพสำเภาทอง ประมาณ 900 เมตร
สำหรับปัญหาจอกแหน และวัชพืชลอยปกคลุมเหนือน้ำในเขื่อน เกิดขึ้นเกือบทุกปี โดยทางหน่วยงานก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ปีนี้ดำเนินการใช้เครื่องจักรกลดำเนินการตักออกไปกว่า 300 ไร่แล้ว ยังเหลืออีกกว่า 1,000 ไร่ ที่จะต้องเร่งดำเนินการตามแผนในปีนี้ ทั้งนี้ การแก้ปัญหาเบื้องต้น จะมีการเร่งเข้าทำแนวใหม่ กั้นจอกแหน ให้อยู่ในวงจำกัด เพื่อไม่ให้กระทบต่อการเดินเรือ และการล่องแพ โดยจะทำให้ทางน้ำมีช่องล่องเรือหางยาว เรือเล็ก และแพ ก่อนที่จะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการป้องกัน และแก้ไขปัญหา ระยะยาวต่อไป
กรณีที่มีผู้ประกอบการ ระบุว่า เรือตักกำจัดจอกแหน และวัชพืช จอดหยุดนิ่งนานนับเดือน เพราะหน่วยงานขาดแคลนงบประมาณ ในเรื่องจ้างคนขับ และน้ำมันเติมเรือหมด ในเรื่องนี้ ทางผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำ และบำรุงรักษากิ่วลม – กิ่วคอหมา จังหวัดลำปาง ยืนยันว่า ไม่ได้เกิดปัญหาดังกล่าว แต่เกิดปัญหาเรือสายพานกำจัดวัชพืชจอกแหน ของผู้รับเหมางาน เกิดเสีย 1 ลำ ยังคงใช้งานได้อีกลำ แต่ที่ยังไม่ได้ดำเนินการใดๆ ในช่วงนี้ เพราะคนขับเรือไปดำเนินงานเร่งด่วนด้านอื่น จึงหยุดชั่วคราว

กรณีที่เรือเสีย ทางผู้รับเหมางานจะรีบเข้ามาซ่อมแซม เพื่อให้มีเรือสายพานตักกำจัดครบ 2 ลำ และจะรีบดำเนินการตามแผน ส่วนเรือกำจัดขยะลำใหญ่ มูลค่า 70 ล้าน ของกรมชลประทาน ที่เข้ามาประจำในพื้นที่ และจอดหยุดอยู่ในเขื่อน เป็นเรือต้นแบบ ที่เข้ามาทดลองดำเนินการตักกำจัดวัชพืช ยังไม่ได้ส่งมอบเรือให้ทางโครงการฯ จึงจอดหยุดอยู่ใกล้ท่าเทียบเรือ และแพสำเภาทอง สำหรับในเรื่องกำจัดจอกแหนวัชพืชขณะนี้ ถือว่ายังอยู่ในแผน และมั่นใจว่า จะสามารถกำจัดได้หมดภายในปีนี้.

Continue Reading
Advertisement