ข่าว
นนทบุรี หนุงหนิงมาเข้าฝันแม่ยืนร้องไห้เหยื่อกราดยิงพารากอนแม่เคาะโลงบอกลาลูกสาวครั้งสุดท้าย
ผู้สื่อข่าว : ฉัตรมงคล สิงห์โต ผู้สื่อข่าวนนทบุรี
เมื่อวันที่ 19 ต.ค.2566 ที่ วัดบางไผ่พระอารามหลวง ศาลา 2 ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี
นางเพ็ญศรี มิตรธรรมพิทักษ์ อายุ72 ปี ซึ่งเป็นแม่ น.ส.เพ็ญพิวรรณ มิตรธรรมพิทักษ์ หรือหนุงหนิง อายุ 30 ปีถูกเด็กอายุ 14 กราดยิง เสียชีวิตและซึ่งนางเพ็ญศรี มิตรธรรมพิทักษ์ อายุ72 ปี ซึ่งเป็นแม่ได้เคาะโลงศพทั้งน้ำตาบอกลาลูกสาวเป็นครั้งสุดท้าย นางเพ็ญศรี เล่าว่าเมื่อคืนที่ผ่านมา ลูกสาวของตนได้ไปหาตนที่บ้านและยืนร้องให้และตนได้ถามลูกสาวว่าหนูหายไปไหนมาซึ่งลูกสาวของตนก็ไม่ได้ตอบอะไรได้แต่ยืนมองหน้าตนและร้องให้ และในวันนี้ก็จะเป็นวันสุดท้ายแล้วที่ร่างของลูกสาวจะอยู่กับแม่อีกไม่นานก็จะเผาลูกสาวแล้วขอให้ลูกไปสูสุขติ

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า วันนี้ตนมาร่วมไว้อาลัยในงานศพของน้องหนุงหนิง ที่คนั้งแรกได้รับบาดเจ็บสาหัส ต่อมาเสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่สยามพารากอน และมาร่วมงานฌาปนกิจศพในวันนี้ ทางรัฐบาลโดยท่านนายกรัฐมนตรี มอบให้รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมมาเป็นตัวแทน ซึ่งทางรัฐบาลก็แสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและในส่วนที่เราจะต้องดูแลก็คือคุณแม่ เนื่องจากครอบครัวนี้มีลูกคนเดียวแม่อยู่กับลูกตลอด พอลูกเสียชีวิต และคุณแม่ก็อายุ 70 กว่าปี ก็ไม่มีใครดูแลคุณแม่ สิ่งที่ทางรัฐบาลทำก็คือเรื่องการตามกฏหมาย น้องหนุงหนิงถือว่าเป็นผู้เสียหาย หรือเป็นเหยื่อจากการกระทำผิด ในช่วงแรกถ้าบาดเจ็บกฏหมายกำหนดเพดานว่า ถ้าผู้บาดเจ็บจะช่วยเหลือได้ 50,000 บาท และถ้าเสียชีวิตก็จะได้ 200,000 บาท จริงๆจะได้ 250,000 บาท แต่เนื่องจากระบบก็ต้องประชุมกรรมการก่อนมามอบให้ วันนี้ก็มามอบเรื่องการเยียวยาซึ่งเงินจำนวนนี้กับชีวิตคน มันเทียบกันไม่ได้ หรือถ้าคุณแม่เลือกได้ก็จะเอาชีวิตลูกไว้ แต่ว่ารัฐบาลต้งการแสดงความเสียใจกีบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนการดำเนินคดีอาญากับผู้กระทำผิดก็ได้ดำเนินการตามกระบวนการกฏหมาย กระบวนการยุติธรรม ซึ่งตอนนี้ผู้กระทำความผิดยังถูกอำนาจศาลยังไม่ให้ประกัน ตนก็ได้เข้าไปดูแลเรื่องการช่วยเหลืออาการบาดเจ็บ ก็ต้องจ่ายเงินมนการเยียวยา สิ่งที่เป็นไปได้ก็อยากจะดูแลให้มากที่สุด ส่วนการดูแลจากรัฐบาลที่ยังมีกองทุนอีกต่างหาก ในกรณีนี้ก็จะมีกองทุน ก็จะมีห้างเอกชนที่เขาเกิดเหตุก็จะมาช่วยเหลือ แต่ว่าคุณแม่ต้องมาอยู่กับญาติ ซึ้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ไม่มีใครอยากให้มันเกิดขึ้น และเมื่อมีเหตุลักษณะนี้เกิดขึ้น ก็จะมีการป้องกันและระวัง ในอนาคต เอาเหตุการณ์นี้ไว้เป็นบทเรียน ว่าถ้าหากเกิดเหตุการณ์เผชิญหน้า ซึ้งไม่ใช่ประเทศไทยประเทศเดียว หลายๆประเทศก็จะเกิด เพราะเราไม่รู้ว่าภาวะปกติของคนที่มีภาวะทางจิตใจแล้วมาทำกับคนที่ไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกัน ถ้าดูจากวิธีชีวิตน้องหนุงหนิงก็ทำงาน เลิก 16.00 น. ออกไปกินข้าว และชีวิตเขาก็ผูกอยู่กับคุณแม่

