ข่าว
ชายแดนแม่ฮ่องสอนระอุ ผบ.ทบ.ลงพื้นที่หลังผู้หนีภัยทะลักเพิ่ม
ผู้สื่อข่าว : วิรัตน์ นันทะพรพิบูลย์ ผู้สื่อข่าวแม่ฮ่องสอน
ชายแดนด้านตรงข้ามจังหวัดแม่ฮ่องสอนยังระอุ หลังเมียนมาปะทะกองกำลังผสมชนกลุ่มน้อยคะยาอีกหลายจุด ชาวบ้านต้องหนีตายเข้ามาฝั่งไทย ด้าน ผบ.ทบ.รุดตรวจสอบกำชับให้ช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมโดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนติดตามทำข่าว

จากกรณีที่มีรายงานของกองกำลังผสมกะเหรี่ยงคะยา (KA) และกำลังของกะเหรี่ยงคะยาก้าวหน้า (KNPP) ถึงสถานการณ์การสู้รบกับกำลังทหารของรัฐบาลเมียนมา ด้านตรงข้ามกับอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอนในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ในหมู่บ้านที่มีการจัดตั้งเป็นหมู่บ้านหนีของกองกำลังกะเหรี่ยงคะยา โดยทางเมียนมาได้ใช้เครื่องบินยิงถล่มตามแนวชายแดนหมู่บ้านและในฐานที่มั่นของกะเหรี่ยงคะยาอย่างหนัก ด้านตรงข้ามติดกับจังหวัดแม่ฮ่องสอนหลายจุดพร้อมๆ กัน นอกจากนี้ยังเกิดการปะทะกันในภาคพื้นที่ดินอีกหลายระรอก ส่งผลให้ฐานที่มั่นและบ้านเรือนของชาวบ้านพังราบ มีภาพความเสียหายทั้งโรงเรียน ศาสนสถานและข้าวของที่พังราบ ทำให้ชาวบ้านต้องหนีเข้ามาขอหลบในพื้นที่ปลอดภัยใกล้กับพื้นที่พักพิงผู้หลบหนีภัยการสู้รบบ้านปางควาย-ปางแทรคเตอร์ บ้านในสอย ตำบลปางหมู อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอนกว่า 3,600 คน ซึ่งทางฝ่ายไทยได้ทำความเข้าใจและขอให้ผู้หนีภัยกลุ่มนี้อยู่ในพื้นที่ปลอดภัยได้เป็นการชั่วคราวและจะได้เร่งหามาตรการในการเข้าดูแลผู้หนีภัยชุดนี้อีกครั้งหนึ่ง พร้อมกับให้การดูแลด้านอาหารและที่พักชั่วคราวเป็นการเบื้องต้น หากสถานการณ์ปลอดภัยแล้วก็จะขอให้เดินทางกลับออกไปอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งจะไม่เกี่ยวข้องกับผู้หลบหนีภัยการสู้รบเดิมที่อยู่ภายในศูนย์ที่อยู่ในการดูแลขององค์การให้ความช่วยเหลือของนานาชาติ
จากแถลงการณ์ศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านด้านเมียนมา จังหวัดแม่ฮ่องสอนได้รายงานล่าสุดเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2566 นี้ว่า ยังคงปรากฎข่าวสารการปะทะกัน ระหว่างทหารเมียนมา กับกองกำลังชนกลุ่มน้อย/กลุ่มต่อต้านรัฐบาลเมียนมา เป็นการปฏิบัติการทางทหารโดยทหารเมียนมาได้ใช้กำลังทางอากาศโจมตีต่อกองกำลังชนกลุ่มน้อย/กลุ่มต่อต้านรัฐบาลเมียนมา บริเวณตามแนวชายแดนพื้นที่ด้านตรงข้ามอำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับจังหวัดแม่ฮ่องสอน ปัจจุบัน ผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา (ผภสม) ที่มีความกังวลจากสถานการณ์ในพื้นที่ ได้เดินทางเข้ามายังฝั่งไทยแล้ว จำนวนกว่า 8,806 คน ในพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราวจังหวัดแม่ฮ่องสอน ทั้ง 5 พื้นที่ คือ พื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว บ้านเสาหิน หมู่ที่ 1 ตำบลเสาหิน อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอนจำนวน 3,530 คน , พื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว บ้านพะแข่ หมู่ที่ 3 ตำบลแม่กี๊ อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน ยอดปัจจุบัน 859 คน , พื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว บ้านอุนู หมู่ที่ 4 ตำบลแม่คง อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ปัจจุบัน 316 คน พื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว บ้านจอปร่าคี หมู่ที่ 9 ตำบลแม่คง อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ยอด 510 คน และที่เพิ่มเข้ามาใหม่ในพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว ชายแดนบ้านในสอย หมู่ที่ 4 ตำบลปางหมู อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีกว่า 3,591 คน

ในขณะที่กองทัพอากาศเฝ้าตรวจทางอากาศ และติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมขึ้นบินลาดตระเวนรบ หากอากาศยานมีแนวโน้มจะลุกล้ำน่านฟ้าไทย และในวันที่ 13 กรกฎาคม 2566 พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบกและผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบกพร้อมคณะ ได้เดินทางลงพื้นที่ไปตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงาน และติดตามสถานการณ์ตามแนวชายแดน รวมถึงให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ ณ พื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว บ้านเสาหิน หมู่ 1 ตำบลเสาหิน อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้กำชับให้ส่วนราชการและผู้นำกลุ่มผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา (ผภสม.) ปฏิบัติการร่วมกันในการดูแลและมาตรการในการให้การช่วยเหลือของผู้หนีภัยการสู้รบในหลายๆ จุดของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ดำเนินการตามหลักมนุษยธรรมและดำเนินการให้เป็นระบบ ทั้งตั้งจุดตรวจร่วมช่องทาง เข้า-ออก พื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว ขุดร่องระบายน้ำ ดำเนินการปรับปรุงระบบประปา ดำเนินการสร้างที่พักเพิ่มเติม ดำเนินการแจกจ่ายยาเวชภัณฑ์ป้องกันและกำจัดโรคที่มากับหน้าฝน ดำเนินการจัดทำข้อมูลของผู้หนีภัย ซึ่งการเดินทางลงพื้นที่ในครั้งนี้ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปในพื้นที่แต่อย่างใด
