ข่าว
เทศบาลเมืองฟื้นประเพณีปอยจ่าตี่และบั้งไฟ เน้นชุมชนเดินหน้าอนุรักษ์
เทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอนฟื้นประเพณีเก่าแก่กลับมามีชีวิต พร้อมหนุนให้ชุมชนทั้งในเมืองและโดยรอบ ได้มีบทบาทอนุรักษ์ประเพณีเก่าแก่อยู่กับท้องถิ่น
ผู้สื่อข่าว : วิรัตน์ นันทะพรพิบูลย์ ผู้สื่อข่าวแม่ฮ่องสอน
ตลอดทั้งวันของวันที่ 3 มิถุนายน 2566 ที่ผ่านมา นางสาวมัลลิกา จีนาคำ นายกเทศมนตรีเมืองแม่ฮ่องสอน ร่วมกับทุกชุมชนในเขตเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอนและตำบลต่างๆ ที่อยู่พื้นที่โดยรอบ ร่วมกันจัดการแข่งขันบั้งไฟในงานประเพณีปอยจ่าตี่ หรืองานประเพณีบูชาเจดีย์ทราย ประจำปี 2566 ขึ้น ที่บริเวณพื้นที่จุดบั้งไฟด้านหลังของสถานีควบคุมไฟป่าแม่ฮ่องสอน บ้านท่าโป่งแดง ตำบลผาบ่อง อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งในปีนี้ถือว่าเป็นการรื้อฟื้นประเพณีกลับมาอีกครั้งตามรูปแบบดั้งเดิม หลังจากต้องประสบกับผลกระทบจากพิษโควิด 19 ที่ต้องหยุดการจัดไปกว่า 3 ปี และปีนี้ก็มีบั้งไฟจากชุมชนต่างๆ เข้าร่วมการแข่งขันมากกว่า 154 กระบอก รวมถึงบรรดาผู้ที่ชื่นชอบการแข่งขันบั้งไฟพื้นเมืองจากจังหวัดอื่นๆ ส่งเข้าร่วมการแข่งขันด้วยเช่นกัน แม้ว่าตลอดทั้งวันต้องเจอกับสภาพอากาศแปรปรวน ทั้งร้อนจัด ฝนตกมาเป็นระยะๆ แต่ก็ไม่ได้ทำให้ศรัทธาของชาวบ้านที่มาจากที่ต่างๆ ย่อท้อแต่อย่างใด ยังคงเดินหน้าเข้าชมและเชียร์กันตลอดทั้งวันจนเกือบพลบค่ำ ซึ่งในปีนี้ทางเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอนก็ได้จัดทั้งรางวัลและถ้วยรางวัลมอบให้กับผู้ที่ชนะการประกวดแข่งขันที่สามารถส่งบั้งไฟทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าได้อย่างสวยงามและใช้เวลาอยู่บนอากาศได้นานอีกด้วย ซึ่งที่1 เทพบั้งไฟ ที่2 ขวัญใจน้องเอ 1 ที่3 ทีมงานสิงหนาม 3 ชมเชย1 เถ้าแก่น้อยชมเชย2 3,500 เทอร์โบ

สำหรับประเพณีปอยจ่าตี่ปอยจ่าตี่ หรืองานประเพณีบูชาเจดีย์ทราย ในสมัยโบราณจะจัดขึ้นในช่วง ช่วงเวลา ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ (วันวิสาขบูชา) เป็นงานสำคัญประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอน ตั้งแต่โบราณที่จัดขึ้นเพื่อเป็นพุทธบูชาถวายแด่พระพุทธเจ้าเพื่อสะเดาะเคราะห์และเพื่อความเป็นสิริมงคลในต้นฤดูเพาะปลูก โดยชาวบ้านจะร่วมกันนำทรายมาก่อเป็นพระเจดีย์ ตกแต่งประดับประดาให้เกิดความสวยงามและบูชาธาตุทั้ง 4 โดยการนำดอกไม้ ธูปเทียน ตุงหรือธง จุดประทีปโคมไฟ ให้ความสว่างไสวเวลากลางคืน ภายในงานมีการทำบุญต่างๆ อาทิ มีการถวายอาหารแด่พระสงฆ์ มีเลี้ยงอาหารผู้มาร่วมงาน มีการฟังพระธรรมเทศนา มีการจุดบั้งไฟ ซึ่งชาวบ้านมีความเชื่อว่าถ้าได้ร่วมกิจกรรมขนทรายเข้าวัด ได้ก่อเจดีย์ทรายและได้ถวายเจดีย์ทราย ถือว่าได้ทำบุญถวายแด่องค์สมเด็จพระสัมมาพระพุทธเจ้า ทำให้เคราะห์กรรมในรอบปีนี้หมดไป และจะนำมาซึ่งความสุขและสิริมงคลสู่ครอบครัวและชุมชน สำหรับการประกวดบั้งไฟก็เป็นอีกกิจกรรมคล้ายกับการขอฝนของทางอิสานด้วยเช่นกัน

