ข่าว
พะเยา จนท.-ชาวบ้าน ระดมกำลังดับ ไฟปริศนาโผล่ใต้ดินเป็นไฟป่าไหม้ เผาป่าไค้ สัตว์ป่า หนองเล็งทราย อายุกว่า 1,000 ปี เสียหายกว่า100 ไร่ สัตว์ป่าถูกเผาตาย
วันที่ 26 เม.ย 66 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางติดตามกรณีไฟปริศนาใต้ดินลุกโซนไหม้เผาป่าไค้ กลางน้ำ หนองเล็งทราย อายุกว่า1,000ปี ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่านาๆชนิด โดยไฟป่าได้ผุดเปลวเพลิงลุกไหม้ป่าไค้ แล้วลุกลามไหม้กระจายแบบใต้ดินผุดโผล่ไปตามจุด ต่างๆของป่าไค้ ได้เผาป่าไค้มากว่า 10 วันยังไม่สามารถควบคุมได้ไฟไหม้ได้ เพราะไฟป่าได้ลุกไหม้มาจากใต้ดิน ซึ่งอยากแก่การดับไฟ และควบคุมไฟป่าไม่ให้ลุกลามหรือไหม้ โดยนายวราฤทธิ์ ไชยสาร หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองเล็งทราย นายฉกาจ เทพทองปัน หน.สถานีควบคุมไฟป่าพะเยา พร้อมด้วยเจ้าหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองเล็งทราย เจ้าหน้าที่ควบคุมไฟป่าพะเยา ได้ร่วมกับหน่วยงานหลายภาคส่วนและประชาชนในพื้นที่ระดมกำลังนำอุปกรณ์เข้าระงับไฟ ช่วยกันฉีดน้ำสกัดดับและขุดดินใส่น้ำทำแนวกันไฟใต้ดินผุดลุกไหม้ลาม ไว้แต่ก็ยังไม่สามารถควบคุมไฟป่าที่ลุกไหม้จากใต้ดินได้ ทำให้ควบคุมไฟไหม้ยาก อีกทั้งเป็นป่าไค้ที่เป็นป่าสมบูรณ์ยากที่จะเข้าไปดับไฟที่ลุกไหม้ทั้งวันทั้งคืนล่าสุดต้องระดมกำลังเร่งดับไฟป่าภายใน2วันนี้

จนถึงวันนี้นายวราฤทธิ์ ไชยสาร หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองเล็งทราย นายฉกาจ เทพทองปัน หน.สถานีควบคุมไฟป่าพะเยา พร้อมด้วยเจ้าหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองเล็งทราย เจ้าหน้าที่ควบคุมไฟป่าพะเยา ได้ร่วมกับหน่วยงานหลายภาคส่วนและประชาชนในพื้นที่ระดมกำลังนำอุปกรณ์เข้าระงับไฟแต่ยังไม่สามารถควบคุมได้เนื่องจากไฟได้ลุกลามจากใต้ดินผุดโผล่ลุกไหม้ลามกระจายไปทั่วผืนป่าไค้ที่มีเนื้อที่ร่วม1,000ไร่ และได้ถูกไฟป่าใต้ดินลุกไหม้ลามเสียหายไปแล้วกว่า100ไร่ ทางเจ้าหน้าที่จึงทำการขุดดินดูดน้ำใส่ กันแนวไฟไหม้จากใต้ดิน เพื่อไม่ให้ไฟพรุ ขึ้นมาอีกคาดว่าอีก2 วันคงจะควบคุมไว้ไฟป่าใค้ดินได้สำหรับไฟที่ลุกลามในครั้งนี้สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างและสัตว์ป่าที่หนีไม่ทันถูกไฟไหม้คลอกตายหลายชนิด เช่น เต่า งู ฯลฯ แม้แต่นกยังต้องย้ายถิ่นหนีไปอยู่ที่อื่นแทน
สำหรับป่าไค้ หนองเล็งทรายซึ่งมีอายุ กว่าพันปี มีการสะสมของเศษวัชพืชของเศษไม้ไค้และอื่นๆ อยู่ใต้น้ำดงป่าไค้ ที่สะสมกันมานานหลายร้อยปี -พันปี จนกระทั่งมาในปีนี้ หนองเล็งทราย ได้เกิดความแห้งแล้งน้ำแห้ง อีกทั้งประสบกับ สภาพอากาศร้อนอบอ้าวทำให้ผืนป่าไค้ เกิดความร้อนสะสมใต้ดิน ผสมกับอากาศที่ร้อน จนเกิดการลุกไหม้ใต้ดินหรือใต้น้ำ แล้วผุดลุกไหม้ลามขึ้นสู่ผิวดินจนเป็นไฟป่าบนดินลุกลามไหม้กระจายไปทั่วบริเวณ
นายวราฤทธิ์ ไชยสาร หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองเล็งทราย กล่าวว่าสำหรับไฟไหม้ป่าไค้หนองเล็งทรายได้ลุกลามมากว่า10วันแล้วซึ่งสร้างผลกระทบต่อระบบนิเวศน์รวมถึงสัตว์ป่าที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าและเรื่องของการทำมาหากินของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ซึ่งปัจจุบันการดำเนินงานของทางเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองเล็งทรายได้ฝันน้ำในร่องน้ำที่อยู่รอบๆหนองเล็งทรายเข้ามาเพื่อเป็นแนวร่องน้ำป้องกันไฟป่าและใช้น้ำในพื้นที่เป็นในร่องน้ำเข้ามาดับไฟป่าซึ่งเป็นไฟใต้ดินที่มีความคลุกรุ่นของถ่านในชั้นใต้ดิน ทางเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองเล็งทรายจะเร่งดำเนินการควบคุมและจะดับให้เร็วที่สุด ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า เลื้อยคลานประเภทงู เต่า นก หนูและที่สำคัญคือบริเวณนี้เป็นที่ พักนอนของนกจำนวนมากซึ่งปัจจุบันนกไม่มีที่นอนก็จะอพยพย้ายถิ่นไปก็จะทำให้ในเรื่องของระบบนิเวศผิดเพี้ยนไป ในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองเล็งทรายร่วมกับภาคีเครือข่ายโดยทางสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 (เชียงราย) ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า รวมถึงทางอำเภอแม่ใจแล้วก็พี่น้องภาคีเครือข่ายทั้งหมด เร่งระดมช่วยเพื่อที่จะดับไฟให้เร็วที่สุดเพื่อรักษาพื้นที่หนองเล็งทรายและดงป่าไค้ไว้ ไม่ให้เกิดความ เสียหายของต้นไม้ สัตว์ป่าที่อยู่อาศัยในพื้นที่และแหล่งของอาหารในน้ำ พวกกุ้งหอยปูปลาต่างๆซึ่งตรงนี้จะทำให้เกิดผลกระทบกับวิถีชีวิตของพี่น้องชุมชนพื้นที่หนองเล็งทรายแห่งนี้ จึงต้อง เร่งดำเนินการควบคุมดับไฟให้ได้ภายใน2วันหากดับไม่ได้ก็จะเกิดความเสียหายต่อระบบนิเวศต่อสังคมต่อเศรษฐกิจของพี่น้องอำเภอแม่ใจอย่างแน่นอน
สำหรับหนองเล็งทรายเป็นแหล่งน้ำจืดใหญ่อันดับ 2 รองจากกว๊านพะเยาหนองเล็งทรายมีความสวยงามตามธรรมชาติที่งดงามของป่าไค้ อายุกว่า1,000 ปี อยู่ในเขตหลายตำบล ของอำเภอแม่ใจ จ.พะเยา ซึ่งมี เนื้อที่ 9.6 ตารางกิโลเมตร ราว 6,000 ไร่ โดยในหนองเล็งทรายจะมีป่าไค้ ซึ่งเป็นไม้พืชอยู่ในน้ำ มีพื้นที่ร่วม1,000ไร่ เป็นป่าไค้ มีความอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งที่พักอาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด
