Connect with us

ข่าว

สธ. เตือนไข้หวัดใหญ่ปี 2569 ระบาดหนักกว่าปีก่อน พบผู้ป่วยสะสมกว่า 1.3 แสนราย กลุ่มเด็กเล็ก-นักเรียนติดเชื้อสูงสุด

Published

on

ข่าวดีผู้ป่วยมะเร็ง! ไม่ต้องใช้ใบส่งตัวรักษาที่ไหนก็ได้ สธ. เผยใช้แค่ประวัติวินิจฉัยครั้งแรก สปสช. เร่งพัฒนาระบบเชื่อมข้อมูล

สำนักข่าวบริคอินโฟ – กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข หรือ Ministry of Public Health (MOPH) ออกโรงเตือนสถานการณ์ระบาดของ โรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza) ในปี 2569 ที่มีแนวโน้มรุนแรงและพบจำนวนผู้ป่วยสูงกว่าปีที่ผ่านมา โดยข้อมูลล่าสุดพบว่าเพียงช่วงต้นปีมีผู้ติดเชื้อสะสมแล้วกว่า 1.3 แสนราย พร้อมเร่งรณรงค์ให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงเข้ารับการฉีด วัคซีนไข้หวัดใหญ่ (Flu Vaccine) เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตและอาการรุนแรงจากการติดเชื้อ

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังโรคตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 9 มีนาคม 2569 พบผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่รวม 137,276 ราย คิดเป็นอัตราส่วนผู้ป่วย 211.48 ต่อประชากรแสนคน และมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 8 ราย โดยกลุ่มอายุที่น่ากังวลและพบสัดส่วนผู้ป่วยมากที่สุดคือกลุ่มเด็กช่วงอายุ 5-9 ปี รองลงมาคือ 0-4 ปี และ 10-14 ปี ตามลำดับ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการแพร่กระจายของเชื้ออย่างรวดเร็วในสถานศึกษาและกลุ่มเยาวชน

ในส่วนของพื้นที่ที่มีอัตราการป่วยหนาแน่นที่สุด ได้แก่ จังหวัดพะเยา พิษณุโลก เชียงใหม่ และลำพูน โดยลักษณะการระบาดส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นในพื้นที่ชุมชนและโรงเรียน ขณะที่สถิติของผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ยังคงเป็นกลุ่มผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป รวมถึงกลุ่มผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง อาทิ โรคปอด โรคหัวใจ และผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้ถือเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงหากได้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกาย

หากเปรียบเทียบกับสถิติในปี 2568 ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีรายงานผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ตลอดทั้งปีรวม 1,194,342 ราย และมีผู้เสียชีวิต 129 ราย แต่สำหรับปี 2569 นี้ ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประเมินว่าจะมีแนวโน้มผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากมีการกลับมาทำกิจกรรมทางสังคมอย่างเต็มรูปแบบและการเดินทางข้ามพื้นที่ที่สะดวกมากขึ้น รัฐบาลจึงขอความร่วมมือประชาชนให้เคร่งครัดในการป้องกันตนเอง ทั้งการหมั่นล้างมือ สวมหน้ากากอนามัย และหลีกเลี่ยงพื้นที่แออัด

Advertisement

นางสาวลลิดา ระบุเพิ่มเติมว่า “หากมีอาการไข้สูง ไอ หอบ หรืออาการไม่ดีขึ้นภายใน 1-2 วัน ควรรีบพบแพทย์ โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้มีโรคประจำตัว” ทั้งนี้ หากใครที่มีอาการเริ่มต้น เช่น มีไข้ ไอ เจ็บคอ หรือมีน้ำมูก ควรหยุดพักผ่อนอยู่บ้านและหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้อื่นทันทีเพื่อตัดวงจรการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสในวงกว้าง

Continue Reading
Advertisement