Connect with us

ข่าว

‘ลุยเซียนา’ สั่ง ‘สวมหน้ากากอนามัย’ อีกครั้ง หลังป่วยโควิด-19 พุ่ง

Published

on

ลุยเซียนา

จอห์น เบล เอ็ดเวิร์ดส ผู้ว่าการรัฐลุยเซียนาของสหรัฐฯ ประกาศคำสั่งสวมหน้ากากอนามัยในที่ร่มทั่วรัฐอีกครั้ง หลังยอดผู้ป่วยใหม่และผู้ป่วยที่รักษาตัวในโรงพยาบาลจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีผลบังคับใช้กับประชาชนอายุ 5 ปีขึ้นไปทุกคน ช่วงวันที่ 4 ส.ค.-1 ก.ย.

คำสั่งนี้ยังบังคับใช้กับโรงเรียนอนุบาลถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย (K-12) มหาวิทยาลัย และสถานศึกษาระดับสูงอื่นๆ ซึ่งจะกลับมาเปิดการเรียนการสอนในห้องเรียนในไม่กี่สัปดาห์นี้ โดยประชาชนทุกคนในสถานศึกษา รวมถึงผู้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 แล้ว ต้องสวมหน้ากากอนามัยในที่ร่มตามแนวปฏิบัติใหม่ของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐฯ (CDC)

“เป็นเรื่องชัดเจนมากที่เรากำลังพบผู้ป่วยโรคโควิด-19 เพิ่มขึ้นโดยไร้การตรวจสอบ ซึ่งนอกจากจะคุกคามสุขภาพและสวัสดิภาพของชาวลุยเซียนาแล้ว ยังคุกคามศักยภาพการดูแลผู้ป่วยของโรงพยาบาลและศูนย์การแพทย์ของรัฐด้วย” เอ็ดเวิร์ดส์กล่าว

ทั้งนี้ ยอดผู้ป่วยโรคโควิด-19 ในลุยเซียนาเพิ่มขึ้นแบบเลขยกกำลัง มีสาเหตุส่วนใหญ่มาจากอัตราการฉีดวัคซีนที่ไม่เพียงพอและการระบาดของโรคโควิด-19 ชนิดกลายพันธุ์ สายพันธุ์เดลตา โดยลุยเซียนายังคงเป็นรัฐที่มียอดผู้ป่วยโรคโควิด-19 รายใหม่ต่อหัวมากที่สุด

Advertisement

เอ็ดเวิร์ดสหวังว่าคำสั่งสวมหน้ากากอนามัยใหม่นี้จะช่วยชะลอการระบาดของโรคโควิด-19 และจำกัดการป่วยและเสียชีวิตในลุยเซียนาได้

“ท่ามกลางการระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกที่ 4 เรารู้ดีว่าการสวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะเป็นวิธีหนึ่งที่จะลดอันตรายจากการแพร่เชื้อและติดเชื้อได้อย่างมหาศาล” เอ็ดเวิร์ดสทิ้งท้าย

ที่มา : สำนักข่าวซินหัว

Advertisement
Continue Reading
Advertisement