Connect with us

บทสัมภาษณ์ศิลปินไอดอล

พูดคุย “ภีม Aliszt” ไอดอลสาวที่จะมาเติมพลังความสุขและรอยยิ้มให้กับทุกคน

Published

on

ส่งท้ายปีกับบทสัมภาษณ์กับน้อง “ภีม” – ณภัค ลี้เจริญรักษา สมาชิกอีกหนึ่งคนจากวง Aliszt อีกหนึ่งวงไอดอลที่น่าจับตาในขณะนี้ พร้อมพาพลังรอยยิ้มและพลังบากที่กลับมาอีกครั้งเข้ามาเพื่อที่ก้าวข้ามผ่านตัวเองและพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง มาฟังบทสัมภาษณ์และรู้จักตัวเธอไปพร้อมๆกันค่ะ

Q : แนะนำตัวกับผู้อ่าน
สวัสดีค่ะ ณภัค ลี้เจริญรักษา ชื่อเล่น ภึม สมาชิกวง Aliszt ค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวกับทุกคนด้วยนะคะ

Q : ทำไมถึงถึงตัดสินใจกลับมาเป็น “ไอดอล” อีกครี้ง
หลังจากวงเก่าได้มีการยุบไป ภีมกลับไปเรียนอย่างเต็มตัวเลยค่ะและเพิ่งรับปริญญาเมื่อปีที่แล้ว ทำให้ช่วงนั้นหลังจากเรียนจบมีเวลากับตัวเองมากขึ้นกว่าเดิม เลยใช้หาเวลาว่างเรียนเต้นเรียนร้องเพลงเสริม และทำขนมขายออนไลน์ค่ะ ตอนนั้นมีไปร่วมงานที่แฟนคลับจัดกิจกรรมวันเกิดให้ด้วย สำหรับการเข้ามาเป็นสมาชิกของวง Aliszt นั้นเริ่มจากกะทิได้ทักมาชวนให้ไปออดิชั่นวง Alizst ดูค่ะ ตอนแรกก็ลังเลเรื่องจะไปออดิชั่นเพราะก็ห่างหายมาซักพักและก็กลัวผิดหวังด้วยค่ะ แต่สุดท้ายแล้วส่วนนึงคิดถึงแฟนคลับ คิดถึงบรรยากาศและความสนุกบนเวที ก็เลยตัดสินใจมาลองออดิชั่นดูค่ะ และก็กลายเป็นหนึ่งในสมาชิกวง Alizst ค่ะ Q : แล้วเรื่องการปรับตัวกันภายในวงเป็นอย่างไรบ้าง
สำหรับการปรับตัวและเวลาการซ้อมนั้น ไม่มีปัญหาค่ะ ไฟลุกโชนมาเต็มที่กว่าแต่ก่อนอาจด้วยมีเวลามากขึ้น แต่เสียดายตอนนั้นติดช่วง COVID-19 พอดี ทำให้ต้องฝึกซ้อมที่บ้านและติดต่อกันผ่านไลน์กันค่ะ และพอวันแรกที่นัดมาเจอกันเพื่อฝึกซ้อมเรียกว่าไม่ต้องใช้เวลาปรับตัวค่ะแต่ละคนพูดกันเก่งมาก ภีมเป็นคนหาเรื่องคุยไม่เก่ง แรกๆก็เป็นคนที่ชอบฟังน้องๆคุยกันค่ะ สนุกตลกดี 555 เวลาฟังทำให้รู้จักนิสัยแต่ละคนมากขึ้นด้วย สักพักเราก็แจมค่ะ เลยยิ่งสนิทกันง่ายมากขึ้น กับกะทิพอย้ายมาอยู่นี่เลยทำให้มีเรื่องคุยมากขึ้น ตอนนี้เลยยิ่งสนิทมากขึ้นไปอีก
Q : วันแรกที่เรากลับมาขึ้นเสตจอีกครั้ง วันนั้นรู้สึกยังไงบ้าง
วันนั้นรู้สึกตื่นเต้นมากๆเลยค่ะ ลุ้นอยู่ว่าจะมีคนมาเชียร์พวกเราไหม จำได้เลยว่าสั่นและตื่นเต้นมากๆ แอบคุมสติตัวเองไม่อยู่เหมือนกัน แต่ภีมรู้สึกดีมากๆเลยค่ะ เติมเต็มหัวใจสุดๆ กลับมาหนูกลับมาบ้านยิ้มไม่หุบเลยค่ะ ขอบคุณทุกคนที่มาดูพวกเรานะคะ และก็ขอบคุณแฟนคลับของภีมที่ยังคอยสนับสนุนหนูอยู่ค่ะ น่ารักที่สุด^^

Q : มองย้อนกลับไป 2 ปีที่แล้วรู้สึกว่าเรามีอะไรเติบโตขึ้นไหม
ภีมว่าความมั่นใจและความกล้าที่มากขึ้นค่ะ หากใครที่ติดตามภีมมาจากวงเดิม จะเห็นว่าภีมกล้าแสดงออกและกล้าพูดมากยิ่งขึ้น จากเมื่อก่อนที่จะไม่มั่นใจในตัวเอง มากๆ ไม่ค่อยกล้าแสดงความเห็น ก็จะนิ่งๆ ประเภทตามเป็นส่วนใหญ่ค่ะ ซึ่งถ้าย้อนกลับไปเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ก็อยากให้แสดงความมั่นใจและเต็มที่มาตั้งแต่ตอนนั้นเลยค่ะ

Q : พูดถึงซิงเกิล We love your smile ให้ฟังหน่อย เห็นว่าภีมได้มีโอกาสได้ร้อง Rap ด้วย
สำหรับเพลง We love your smile ซิงเกิลที่ 2 ของพวกเรา ก็จะพูดถึง “รอยยิ้ม” ค่ะเราอยากให้ทุกคนที่มาดูโชว์ของเรามีความสุขและรับรอยยิ้มกลับไปจากพวกเราค่ะ สำหรับการร้อง Rap นั้นถือว่าเป็นอะไรใหม่สำหรับภีมมาก ที่ได้รับโจทย์ครั้งนี้จากพี่ๆค่ะ ไม่คิดว่าจะได้มาร้องในท่อน Rap ด้วย ทำให้ภีมต้องกลับมาทำการบ้านอยู่พักนึงค่ะ เพราะไม่มีพื้นฐานการร้อง Rap มาเลย แต่พอร้องได้ก็มีความรู้สึกว่าดีใจที่เราได้ปลดล็อคตัวเองไปอีกขั้นค่ะ
Q : We love your smile ในความหมายของภีมคืออะไร
ตรงตัวเลยค่ะ “รอยยิ้มของทุกคน” ค่ะ ภีมอยากให้ทุกคนมีความสุขเวลามาดูโชว์พวกเราค่ะ เวลามีเสียงเชียร์ มันส่งต่อพลังให้พวกเรามากๆเลยนะคะและเราก็อยากจะส่งต่อความสุขนั้นกลับไปยังผู้ชม สำหรับใครที่เครียดๆก็อยากมาพูดคุยหรือปรึกษากับภีม ได้เลยค่ะ จะส่งพลังบวกกลับไปหาอย่างแน่นอน
Q : หลังจากนี้อยากจะพัฒนาหรือยากลองทำอะไรใหม่ๆไหม
อยากต่อยอดการร้อง Rap ให้เก่งขึ้นค่ะ แบบน้อง Milli อยากลองเรียนพวกเล่นดนตรีเพิ่มค่ะ ซึ่งตอนนี้สนใจการเล่นกีต้าร์ และกลอง อยากให้ถึงจุดที่สามารถเล่นโชว์แฟนคลับได้ค่ะ
Q : ภีมอยากให้วง Aliszt ไปถึงจุดไหน
อยากให้คนรู้จักวง Aliszt มากขึ้นและกว้างขึ้นค่ะ แบบเปิดเพลง Aliszt ที่ไหนใครๆก็ร้องได้ รู้จักเพลงพวกเรารู้ว่าเพลงนี้คือของวง “Aliszt” ค่ะ

Q : บทสัมภาษณ์ครั้งที่แล้ว น้องมายมิ้นได้ ได้พูดถึงสมาชิกในวงไปแล้ว ครั้งนี้อยากให้น้องภีมพูดสมาชิกในวงบ้างครับ
คนแรกเริ่มจากกะทิเลยค่ะ กะทิ จะเป็นคนที่กล้าพูด และคอยเตือนเพื่อนๆในวงค่ะ แรกๆมีอะไรภีมก็จะบอกกะทิให้ฝากเตือนน้องๆค่ะ แต่ช่วงนี้เริ่มกล้าพูดและเตือนน้องด้วยตัวเองแล้วค่ะ คนต่อมา น้องเนเน่ เรียกว่าเป็นน้องที่คอยเทคแคร์และสายซัพพอร์ตเพื่อนๆในวงที่ดีเลยค่ะ น้องมายมิ้นและน้องเฟิร์ม เรียกว่าหนูชอบคู่นี้มากๆค่ะ ชอบฟังเขาคุยกัน ถึงแม้ช่วงวัยจะต่างกัน แต่ 2 เวลาอยู่ด้วยแล้วจะคุยกันสนุกมาก ภีมจะขำไม่หยุด แต่พอเนเน่อยู่กับเฟิร์มก็จะเป็นสายพูดเก่งกับพูดเก่งเรียกว่า พออยู่ด้วยกันแล้วเรียกว่าไฟลุกค่ะ ต่อมาพี่ยูจี้ ถึงเป็นพี่คนโตแต่ก็มีมุมความเป็นน้องคนเล็กไปในตัวค่ะ ดูแล้วน่ารักและเพลินดีค่ะ และคนสุดท้ายน้องวีวัน ที่น้องจะเป็นแนวดุๆและจริงจังเลยค่ะ ซึ่งกลายเป็นว่าพอทุกคนมาอยู่รวมกันแล้วเป็นวงที่ลงตัวดีค่ะ อยู่ด้วยกันแล้ว Happy ค่าาาาาา
Q : ฝากผลงานและช่องทางติดตาม
ภีมขอเป็นตัวแทนวง Aliszt ฝากให้ทุกคนติดตามและสนับสนุนพวกเราด้วยนะคะ ตอนนี้ผลงานวงก็มีทั้งหมด 3 ซิงเกิล 1 ดีกว่า 0 , We love your smile และซิงเกิลใหม่ Kuroneko ค่ะ สามารถติดตามและมาพูดคุยกับพวกเราได้ที่เพจ Facebook , Twitter : Aliszt และเพจสมาชิกวงแต่ละคน ของภีมก็พิมคำว่า Peam Aliszt ค่ะ สุดท้ายช่วงนี้ทุกคนอย่าลืมดูแลสุขภาพตัวเองในสถานการณ์ COVID-19 ด้วยนะคะไปไหนก็ขอให้สวมใส่หน้ากากอนามัยค่ะ และช่วงปีใหม่นี้ใครที่เดินทางกลับบ้านก็ขอให้เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพด้วยค่ะ สุดท้ายปีหน้าวง Aliszt ก็ขอฝากตัวกับทุกคนด้วยนะคะ สวัสดีปีใหม่ค่ะ

Advertisement
Continue Reading
Advertisement