Connect with us

บทสัมภาษณ์ศิลปินไอดอล

พูดคุยกับ “ยูจี้ สมาชิกวงไอดอล “Aliszt” กับการพิสูจน์ตัวเองและก้าวออกจาก Comfort Zone

Published

on

สวัสดีค่า “ยูจี้” ราชาคอร์กี้ โฮ่งบรู๋ว สมาชิกจากวง “Aliszt” ค่า สำหรับความฝันของหนูคือการได้เป็นไอดอลค่ะ เพราะฉะนั้นตอนนี้หนูกำลังฝันอยู่ อย่าปลุกหนูนะคะ คร่อกก ฟรี้~~ ว่าไปนั่น.. แฮ่~ ใช่ค่ะความฝันของหนูคือการได้เป็นไอดอลค่ะ แต่ไม่ใช่ไอดอลในอุดมคติที่เพอร์เฟคทำอะไรก็ดีไปซะทุกอย่าง แต่เป็นไอดอลที่ดีในแบบของหนูค่ะ เป็นไอดอลที่รักแฟนคลับมากๆ นึกถึงแฟนคลับอยู่ตลอด พยายามพัฒนาตัวเองอยู่เสมอในทุกๆด้าน ทั้ง Performance บนเวที ทั้งการพูด การทำ contents และทำตัวเองให้สวยขึ้นในทุกๆวันค่ะ อยากเป็นไอดอลที่เปล่งประกายเพราะความพยายามและความตั้งใจที่เต็มเปี่ยมแบบนั้นค่ะ

เตรียมตัวอย่างไร ในการทำตามความฝันของตัว

ขั้นแรกเลยค่ะคือการออกจาก Comfort Zone ของตัวเองก่อน เพราะแต่เดิมหนูเป็นเด็กขี้อายมากๆ ไม่กล้าพูดกับคนแปลกหน้าเลย เพื่อนเองก็มีน้อยมากเพราะไม่กล้าคุยกับใคร ไม่กล้ามองตาใคร ไม่กล้าเริ่มทำอะไรถ้าไม่มีเพื่อนทำด้วย.. เราต้องกล้าออกจาก Comfort Zone เพื่อเรียนรู้และพัฒนาตัวเองค่ะ แบบเพื่อนสนิทหนูเขาก็ไม่ได้มีความฝันเหมือนกับหนู เพราะงั้นจะให้เขามาฝึกเต้นฝึกร้องด้วยกันกับหนูก็คงไม่ได้ เพราะฉะนั้นหนูต้องเริ่มต้นทำมันด้วยตัวเองก่อนค่ะ ในตอนแรกหนูไม่กล้าแม้แต่จะเปล่งเสียงร้องเพลงออกมาด้วยซ้ำ หนูมีปมด้อยเรื่องเสียงค่ะ หนูไม่ชอบเสียงของตัวเอง แล้วก็โดนล้อเรื่องเสียงบ่อยๆ เพราะงั้นการทำอะไรที่ใช้เสียงจะน่ากลัวมากๆสำหรับหนู แต่ว่าถ้าหากอยากทำตามความฝันก็ต้องก้าวข้ามความกลัวนั้นให้ได้ค่ะ

หลังจากนั้นคือการต่อสู้เพื่อหาโอกาสให้กับตัวเองค่ะ ไม่ใช่ทุกคนที่ทำสำเร็จในความพยายามครั้งแรกจริงมั้ยคะ และไม่ใช่ทุกคนที่จะโชคดีที่อยู่ๆก็จะได้รับโอกาสดีๆมาไว้ในมือ เพราะงั้นโอกาสของตัวเราเอง เราก็ต้องสร้างมันด้วยตัวเองค่ะ หนูไปออดิชั่นหลายที่มากๆ เป็นเด็กฝึกหลายค่าย เข้าไปเป็นเทรนนี่ บางที่ 3 เดือน บางที่ก็เป็นปี วนไปเรื่อยๆ หาโอกาสให้ตัวเองไปเรื่อยๆ หนูคิดเสมอว่าถ้าหนูยอมแพ้ตั้งแต่ผิดหวังจากการออดิชั่นครั้งแรกคงไม่มียูจี้อลิซในวันนี้ค่ะ

มีอดีตไอดอลวง HKT48 และสมาชิกวง IZ*ONE “มิยาวากิ ซากุระ” เป็นแบอย่าง

ใช่ค่ะ หนึ่งในไอดอลที่หนูชื่นชอบมากที่สุดคือ คุณมิยาวากิ ซากุระ จาก HKT48 และ IZ*ONE ค่ะ เหตุผลที่ชอบในตอนแรกเลยคือ เขาน่ารักค่ะ น่ารักมากๆ คนอะไรหน้าตาน่ารักได้ขนาดนี้ และพอได้เรียนรู้เกี่ยวกับเขา ได้รู้จักเขา รู้สึกว่าเขาเป็นคนน่าสนใจค่ะ ตลกด้วย แบบไม่ตั้งใจจะตลกแต่ตลกแบบธรรมชาติ ดูแล้วเพลินมากๆ หลังจากที่คุณซากุระ ไปเข้าร่วมรายการ Produce48 ก็ทำให้หลงเสน่ห์เข้าไปอีกค่ะ รู้สึกว่าเขาเติบโตขึ้นเรื่อยๆผ่านรายการนี้ พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ สวยขึ้นเรื่อยๆ หนูชอบออร่าบนสเตจของเขามากๆเลยค่ะ สายตาของเขามีพลังมากๆ คือก่อนที่เขาจะได้รับการยอมรับแบบในทุกวันนี้เขาพยายามมากๆเลยค่ะ หนูรับรู้ได้ถึงความตั้งใจของเขาจริงๆ หนูชอบคนที่มีความพยายามค่ะ เหมือนเป็นเป้าหมายเป็นแรงผลักดันให้หนูอยากพยายามมากขึ้นไปอีก สื่อสารออกมาทุกอย่างเลยค่ะ อ้อ! นอกจากนี้ยังติดเกมเหมือนกันด้วยค่ะ ล่าสุดก็เล่นเกมเดียวกันด้วย Little Nightmares แฮะ~

พอตัวเองได้เข้ามาเป็นศิลปิน “ไอดอล” แล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง

รู้สึกว่า Mission Completed ไปแล้วจุดนึงจริงๆค่ะ เอาจริงๆวันที่เปิดตัวในโซเชียล ก็ยังไม่ได้รู้สึกว่ามันจริงขนาดนั้นเพราะว่าอลิซเปิดตัวในช่วงโควิดค่ะ ก็เลยยังไม่ได้เจอหน้าแฟนคลับจริงๆ ยังไม่เคยแสดงบนสเตจจริงๆ แต่พอได้แสดงบนสเตจในครั้งแรกที่ Terminal 21 ก็รู้ว่ามันจริงมากๆ ตื่นเต้นมากๆ ดีใจมากๆ สนุกมากๆ ได้เห็นหน้าคนที่ซัพพอร์ตเรามาตลอดมันดีใจมากๆ ตื้นตันมากๆเลยค่ะ จนถึงตอนนี้เวลาที่แฟนคลับส่งเสียงเชียร์ให้หนูที่ยืนบนสเตจ หนูยังแอบน้ำตาซึมไป ร้องเพลงไปอยู่เลยค่ะ แฮะๆ มันทำให้รู้ว่าหนูรักการเป็นไอดอลมากแค่ไหน ชอบการแสดงบนสเตจมากแค่ไหน พยายามมามากแค่ไหนกว่าจะมาถึงจุดๆนี้ได้ แต่ในบางครั้งหนูก็จะคิดถึงเพื่อนๆที่ร่วมฝ่าฟันมากับหนูเหมือนกัน บางคนก็สำเร็จ บางคนก็ยังพยายามอยู่ หนูอยากให้เพื่อนๆเหล่านั้นได้รับประสบการณ์ดีๆแบบนี้ ได้ยืนบนสเตจแล้วมองดูทิวทัศน์ที่งดงามตรงหน้าแบบนี้เหมือนกับหนู หวังว่าเพื่อนเหล่านั้นจะมีแฟนคลับที่มอบความรักให้พวกเขาเหมือนกับหนู

การได้เป็นไอดอลตามที่ฝัน ทำให้หนูเข้าใจความรู้สึกของไอดอลที่หนูชอบมากขึ้น เข้าใจว่าทำไมเขาถึงรักแฟนคลับของเขามากขนาดนั้น ทำไมถึงแสนดีกับแฟนคลับได้ขนาดนั้น พอได้มาเป็นไอดอลเอง ได้เจอแฟนคลับที่สนับสนุนหนู เข้าใจความกลัวของหนู และคอยให้กำลังใจหนู คอยชมว่าเราพัฒนาขึ้นแล้วนะ และแนะนำในข้อที่เราผิดพลาด มันทำให้หนูผูกพันและรักแฟนคลับของหนูมากจริงๆ รักมากจนเวลาที่หนูทำอะไรผิดพลาด หรือคิดว่าทำให้เขาผิดหวังและเสียใจ หนูเองก็เสียใจ และเวลาที่เขาดีใจที่ได้คุยกับหนู หรือเห็นหน้าหนู หนูก็ตื่นเต้นและดีใจไปกับเขาเหมือนกัน สิ่งที่อยากพูดมากที่สุดหลังจากการได้มาเป็นไอดอลคือคำว่า “ขอบคุณ”  ค่ะ

ในช่วงเป็นศิลปินไอดอล อะไรคือสิ่งที่ยากที่สุดและเรามีท้อบ้างไหม

สิ่งที่ยากที่สุดคือการไม่เปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นค่ะ หนูเป็นคนที่ชอบกดดันตัวเองมากๆ และเวลาเห็นว่าเพื่อนๆทำอะไรได้ดี หนูก็จะเครียดและกดดันตัวเองว่า เราก็ต้องทำให้ดีนะ เช่นแบบหนูเป็นคนพูดไม่เก่งค่ะ เวลาพูดช่วง MC เพื่อนๆทุกคนจะพูดกันเก่งมากๆ หนูแค่จะเรียบเรียงคำในหัวมาพูดยังยากเลย ทำให้รู้สึกว่าต้องทำให้ดีกว่านี้ เพราะว่าหนูเองก็คิดว่ามีแฟนคลับของหนูหลายคนที่รอฟังหนูพูดอยู่เหมือนกัน เลยคิดว่าต้องทำให้ได้ จนทำให้เครียด เฟลไปเลยค่ะ ถึงจะพยายามไม่เปรียบเทียบและสู้กับตัวเองอยู่ตลอดก็ตาม แต่ไม่ว่ายังไงก็จะเผลอกดดันตัวเองอยู่ตลอดค่ะ ซึ่งมันทำให้เครียดและบางทีก็ท้อแท้มากๆ

แล้วก็เรื่องอาการบาดเจ็บค่ะ การบาดเจ็บทำให้มีผลกระทบอย่างมากต่อการซ้อมและการแสดงในหลายๆอย่างค่ะ มีหลายท่าเต้นที่หนูทำไม่ได้เพราะเจ็บข้อเท้า หรือบางท่าทีทำได้ก็ทำได้ไม่เต็มที่เท่าที่ควร และหนูเป็นคนที่อารมณ์แบบว่าถ้าเรื่อง Performance จะเป็น Perfectionist มากๆ ก็คือผิดนิด ผิดหน่อยไม่ได้ ท่านี้ผิดองศาไปนิด หรือว่าท่าที่ต้องยืดขาสุดแต่หนูยืดขาไม่สุด ก็จะรู้สึกเหมือนแบบรับไม่ได้มากๆ มันทำให้รู้สึกเฟลอยู่น่ะค่ะ

Advertisement

ยูจี้มีงานอดิเรกการคอสเพลย์ ลองเล่าความสนุกการคอสเพลย์ให้ฟังหน่อย

การคอสเพลย์ทำให้หนูเริ่มแต่งหน้าค่ะ อันนี้เรื่องจริงมากๆ เพราะว่าคุณแม่สอนหนูว่าถ้าแต่งหน้าตั้งแต่เด็กหน้าจะแก่ไวค่ะ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจริงรึเปล่าแต่หนูก็เชื่อ แล้วก็เชื่อมาตลอด ก็คือไม่แต่งหน้าเลยค่ะจนถึงอายุ 18 พอเริ่มสนใจการคอสเพลย์และศึกษาอย่างจริงจัง หนูก็เริ่มฝึกแต่งหน้าทันทีค่ะ ตัวละครตัวแรกที่คอสคือ Yazawa Nico จากเรื่อง Love Live ค่ะ ในครั้งแรกหนูแต่งเล่นในบ้าน โดยชวนเพื่อนสนิทมาเป็นตากล้องให้ค่ะ วันนั้นพอคุณแม่กลับมาบ้านก็คือตกใจมาก ว่านี่ใคร 55555  การคอสเพลย์ทำให้เราหลุดจากการเป็นตัวเองได้ค่ะ ก็คือหลุดไปเลยจริงๆค่ะเพราะขนาดคุณแม่ยังจำไม่ได้เลย 55555 โดยเวลายูจี้ไปงานคอสเพลย์ก็ทำให้ได้รู้จักกับเพื่อนใหม่ๆค่ะ มีคำช่วยเหลือให้คำแนะนำ สอนเซ็ตวิกบ้าง ช่วยแต่งตัวบาง ยืมอุปกรณ์แต่งหน้าบ้าง สนุกมากๆเลยค่ะ ทั้งที่เอาจริงๆแต่เดิมก็เป็นคนแปลกหน้ากันเนอะ แต่ทุกคนที่เป็นคอสเพลย์เยอร์สนิทกันเร็วมากจริงๆค่ะ ยิ่งเวลาคอสตัวละครจากเรื่องเดียวกันก็คือคุยกันไม่หยุด หวีดใส่กันไม่หยุด สนุกมากจริงๆ หนูได้เพื่อนสนิทที่สุดคนนึงจากการคอสเพลย์ด้วยค่ะ นอกจากนี้ยังได้ฝึกทำพร็อพต่างๆด้วยค่ะ การได้ทำพร็อพแต่ละชิ้นขึ้นมาด้วยตัวเอง มันทำให้รู้สึกภูมิใจมากๆเลยค่ะ ถึงแม้ว่ามันอาจจะดูไม่สวย หรือไม่ได้เป๊ะขนาดนั้น แต่มันก็น่าภูมิใจมากๆค่ะ

ตัวการ์ตูนที่ชื่นชอบและประทับใจ

ตัวละครที่ชอบมากมีอยู่เยอะมากๆเลยค่ะ แต่จะขอเลือกมาสัก 3 คนที่ชอบที่สุดเลยแล้วกันนะคะ คนแรกคือ Frejya Wion จาก Macross Delta ค่ะ ที่ชอบเพราะว่าคล้ายกับตัวเองมากๆ น้องเป็นเด็กที่มีพยายามสูงมากๆ แล้วก็สดใสร่าเริงมากๆ เด๋อๆเหมือนหนูด้วยแฮะๆ เสียงน้องน่ารักมากๆๆเลยค่ะ เพลงจากเรื่องนี้ก็เพราะมากๆด้วย นอกจากนี้ชุดตอนแรกของน้องคล้ายหนูน้อยหมวกแดงมากๆ ก็เลยชอบมากๆค่ะ ก่อนหน้านี้หนูบอกว่ามีเพื่อนสนิทคนนึงจากการคอสใช่มั้ยคะ เราชอบเรื่องนี้เหมือนกันแล้วก็คุยเกี่ยวกับ Macross Delta กันแทบทุกวันเลยล่ะค่ะ ตอนได้คอสด้วยกันมันเหมือนได้ Sync เข้าหากันจริงๆ เป็นตัวละครตัวนั้นจริงๆ มันรู้สึกสนุกมากๆเลยค่ะ

ต่อมาคือน้อง Rem และ Ram จาก Re:zero ค่ะ ต้องยกมาเป็นคู่เพราะว่าหนูคอสทั้งสองคนจริงๆค่ะ ถ้าถามว่าทำไมถึงชอบตัวละครต้องบอกว่าภาพลักษณ์แรกพบของน้องมันน่าประทับใจมากๆน่ารักมากๆแบบแพ็คคู่ ซึ่งเวลาคอสเองก็สนุกมากๆค่ะ เพราะว่าเป็นตัวละครที่ถ้าคอสเดี่ยวๆจะรู้สึกว่าขาดอะไรไป จะต้องเป็นแพ็คคู่เสมอ มันทำให้สนุกกับการหาเพื่อนมาคอสคู่กับเราน่ะค่ะ แล้วเพิ่มChallengeด้วยการแต่งหน้ายังไงให้หน้าเหมือนกันมากที่สุดน่ะค่ะ ท้าทายมากๆค่ะ สนุกมากๆ

คนสุดท้ายคือน้อง Judy Hopps จาก Zootopia ค่ะ หนูเป็นคนที่เครื่องแต่งกาย จำพวกเครื่องแบบมากๆ แล้วน้องก็เป็นกระต่ายที่ใส่ชุดตำรวจค่ะ ตอนคอสก็เลยเหมือนว่า mission completed ข้อนึงเลยเพราะว่าได้ใส่เครื่องแบบเท่ๆครั้งแรกค่ะ ชอบมากจริงๆ แล้วก็สนุกกับการพยายามทำฟันกระต่ายเวลาถ่ายรูปค่ะ แฮะๆ เอาจริงๆจูดี้เป็นตัวละครที่หนูรู้สึกว่าโพสท่าแล้วสนุกที่สุดเลยล่ะค่ะ

คิดว่าคาแรคเตอร์จะช่วยเสริมให้เป็นที่ชื่นชอบของแฟนคลับไหม

หนูไม่คิดว่าไอดอลจำเป็นต้องมีการสร้างคาแรคเตอร์เพื่อส่งเสริมให้น่าจำ แต่หนูคิดว่าทุกคนมีความเป็นตัวของตัวเอง หรือคาแรคเตอร์ที่เป็นธรรมชาติของตัวเองอยู่แล้ว โดยที่ไม่ต้องสร้างขึ้นค่ะ เพราะงั้นเพียงแค่แสดงเสน่ห์ในแบบของตัวเองให้น่าสนใจนั่นก็น่าจะเพียงพอแล้วสำหรับหนู สำหรับตัวหนูนั้นเอาจริงๆหนูยังไม่แน่ใจเลยค่ะว่าตัวเองเป็นคนแบบไหนกันแน่ หนูรู้ว่าหลายๆคนรู้จักหนูเพราะหนูสดใสร่าเริง มีพลังบวกมากๆ และมีเสียงที่อาจจะแปลกใหม่และน่าสนใจ แต่หนูก็ยังมีอีกหลายด้านที่ทุกคนอาจจะไม่เคยเห็น เช่นในบางวันหนูเองก็ต้องการอยู่คนเดียวเงียบๆเพราะหนูเป็นintroverts หรือในบางครั้งหนูเองก็ท้อแท้อ่อนแอ ในบางวันหนูก็อาจจะดูง้องแง้งเหมือนเด็ก แต่ในบางวันหนูก็อาจจะดูโตมีวุฒิภาวะ หนูไม่รู้ว่าทุกคนจะชอบหนูที่เป็นแบบไหน หนูไม่รู้ว่าทุกคนจะอยากรู้จักหนูในด้านอื่นๆของหนูนอกจากความสดใสรึเปล่า แต่ว่าหลังจากที่ได้อ่านจดหมายของหลายๆคนมันทำให้หนูรู้จักด้านอื่นๆของแฟนคลับ ได้เรียนรู้เรื่องราวของคนๆนั้นมากขึ้น หนูได้รู้ว่าจริงๆภายใต้หน้าดุๆของพี่คนนั้นจริงๆแล้วเป็นคนใจดีแบบนี้มากๆ หรือว่าพี่คนนี้หน้านิ่งๆแต่จริงๆแล้วเป็นคนตลกมากแต่แค่ไม่ได้แสดงออก ได้รู้ว่าใครบางคนกำลังเผชิญปัญหาที่หนักหนาอยู่และหนูกำลังเป็นกำลังใจให้กับเขาได้ หนูรู้สึกดีใจที่มันเป็นอย่างงั้น หนูคิดว่าถ้าหากว่าแฟนคลับได้รู้ว่าเขาเองก็เป็นกำลังใจให้หนูมากจริงๆ เขาก็คงจะดีใจเหมือนหนู เพราะงั้นยูจี้ที่เป็นแบบนี้แหละค่ะ ที่หนูอยากให้ทุกคนรู้จัก และถึงแม้ว่ามันอาจจะดูเห็นแก่ตัวแต่หวังว่าทุกคนจะรัก ยูจี้ ในแบบนี้ ยูจี้เป็นแบบนี้นะคะ

การฮิลลิ่งในฉบับของ “ยูจี้”

การฮีลลิ่งของหนูคือการอ่านคอมเม้นและจดหมายจากแฟนคลับค่ะ มันเหมือนเป็นการเตือนตัวเองว่าเรายังมีคนที่รักเรามากขนาดนี้อยู่นะ และข้อความเหล่านั้นมันมอบกำลังใจให้หนูเยอะมากๆๆเลยค่ะ บางครั้งก็ดูรายการวาไรตี้ค่ะ ที่หนูชอบมากๆคือ Running man ค่ะ ดูตั้งแต่เล็กจนโตดูยังไงก็ไม่จบ แต่นั่นแหละค่ะไม่จบแหละดี มีต่อไปเรื่อยๆแบบนี้ดีมากเลยค่ะ การดูรายการวาไรตี้มันทำให้หนูหัวเราะแล้วก็ลืมเรื่องเครียดๆไปหมดเลยค่ะ

อีกวิธีนึงคือการคุยกับเพื่อนสนิทที่ไว้ใจค่ะ ส่วนใหญ่คนที่หนูคุยด้วยคือพี่เจน วงSumomoค่ะ เพราะเราค่อนข้างเข้าใจกันมากๆ คิดอะไรก็ค่อนข้างคล้ายกัน เรามักจะมีความเห็นที่คล้ายกัน แล้วก็จะเครียดในเรื่องคล้ายๆกันเสมอ ก็เลยคุยกันบ่อยค่ะ แล้วก็ช่วงนี้คุยกับน้องมิมิบ่อยมากๆ เรียกว่าเป็นคนที่สนิทที่สุดในวงเลยค่ะ หนูกับน้องจะนิสัยคล้ายกันมากๆ บางครั้งเวลาเฟลก็จะเฟลพร้อมกัน พอมานั่งปรับทุกข์กันให้กำลังใจกันก็จะหายเป็นปลิดทิ้งเลยค่ะ

ยังรู้สึกประหม่ากับคนแปลกหน้าอยู่ไหม

เอาจริงๆ ถึงหนูจะดูเหมือนคนเฟลนลี่แต่จริงๆหนูเป็นคนเข้ากับคนแปลกหน้ายากอยู่เหมือนกันนะคะ เหมือนแบบเพราะว่าเพิ่งรู้จักกันเราจะไม่รู้ว่า เราสามารถทำได้ถึงขนาดไหน หรือว่าคุยเรื่องไหนถึงจะโอเค ทำแบบนั้นหรือแบบนี้ได้มั้ย มันจะดูเป็นการเสียมารยาทรึเปล่าน่ะค่ะ ในตอนแรกถ้าเพิ่งรู้จักกันก็จะดูเป็นคนเงียบ เรียบร้อยไปเลยค่ะ จากคำให้การของเพื่อนๆมัธยมทั้งหลาย แต่พอรู้จักกันไปนานๆก็จะโดนบอกว่าพูดมากเหมือนกันนะ ขายขำแบบไม่เหมือนที่รู้จักในครั้งแรกเลย อะไรแบบนี้ค่ะ แฮ่~ แต่กับเมมเบอร์จะไม่ค่อยเป็นค่ะเพราะว่าก่อนจะเจอหน้าครั้งแรกเราได้คุยกันในโซเชียลก่อน ซึ่งหนูเป็นคนค่อนข้างอัธยาศัยดีมากๆเวลาเล่นโซเชียลเพราะงั้นเวลาเจอหน้ากันครั้งแรกเลยไม่ค่อยมีปัญหาค่ะ เข้ากันได้ดีทันทีในวันแรกที่เจอกัน ในส่วนตัวกับแฟนคลับก็เข้ากันได้ดีตั้งแต่เจอครั้งแรกเหมือนกันค่ะ แบบเป็นตัวของตัวเองตั้งแต่วันแรก น่าจะเพราะหนูรับรู้ได้ว่าเขารักหนู ชอบหนู ไม่งั้นเขาก็คงไม่มาหาหนูอะจริงมั้ย ก็เลยสามารถคุยได้อย่างไม่กังวลค่ะถึงแม้ว่าจะมีอาการตื่นเต้นจนพูดไม่รู้เรื่องบ้างก็ตาม แต่หนูว่าหนูเริ่มเปิดใจมากขึ้นกว่าแต่ก่อนมากๆแล้วน่ะ

เล่าความรู้สึก 1 ปีที่อยู่กับวง Aliszt ให้ฟังหน่อย

เขินเลยค่ะ แอแง….ก็ขอพูดถึงเมมเบอร์ก่อนเลยนะคะ.. ระยะเวลา 1 ปีที่ได้อยู่ด้วยกันมา เราผ่านปัญหาอะไรหลายๆอย่างมาด้วยกันเยอะมากๆค่ะ แน่นอนว่าในบางครั้งก็มีเรื่องผิดใจกัน มีเรื่องให้เถียงกันบ้างเพราะการทำงานเป็นทีมมันย่อมมีความเห็นไม่ตรงกันอยู่แล้วค่ะ แต่ด้วยความที่ทุกคนจริงใจต่อกัน มีอะไรก็พูดออกมาตรงๆ ทำให้ปัญหาทุกอย่างสามารถเคลียร์กันได้ไม่ยากค่ะ อลิซเป็นเหมือนครอบครัวค่ะ ถึงแม้ว่าจะทะเลาะกัน เถียงกันจะเป็นจะตาย ผ่านไปแปปเดียวก็กลับมาคุยกันเหมือนเดิมแล้วล่ะค่ะ ถ้าให้พูดถึงสมาชิกเป็นคนๆ ก็เริ่มจากคนแรกเลย

กะทิ” เป็นคนที่มักจะคิดถึงวงก่อนเป็นอันดับแรกค่ะ กะทิมักจะมาถามหนูว่าถ้าอยากให้วงไปได้ไกลขึ้นเราควรทำอย่างงี้มั้ย หรือว่าทำแบบนี้ดี ทิว่าเราควรจะทำแบบนี้นะ อะไรแบบนี้ตลอดเลยค่ะ กะทิเป็นคนที่มีแพชชั่นสูงมากๆคนนึงเลยค่ะ ถ้าอยากทำอะไร ก็จะต้องทำสิ่งนั้นให้สำเร็จให้ได้ เป็นคนแบบนั้นค่ะ กะทิเป็นคนที่สร้างความมั่นใจให้กับหนูอยู่ตลอดค่ะ เพราะชอบชมว่าหนูสวยประจำเลย แฮะ และกะทิมักจะเตือนน้องๆเวลาทำอะไรผิดอยู่เสมอ เช่น “พูดกันหวานๆ~” เวลาน้องๆเถียงกันแรงๆค่ะ หรือแบบ “ไม่เอาน่าเกลียด อย่าทำ” อะไรแบบนี้ สมเป็นคุณแม่จริงๆ

ภีม ภายนอกอาจจะดูผู้ดี สุดหรูหรา แสนสวยดุจเจ้าหญิงดิสนีย์ แต่ว่าในห้องซ้อมภีมเป็นคนที่น่ารัก น่าเอ็นดู ปุ้กปิ้ก ตัวเท่ากำมือเอง น่ารักมากๆค่ะ หนูกับเน่มักจะเอ็นดูภีมตลอดเวลาค่ะ ไม่ว่าภีมจะทำอะไรมันเป็นน่ารักปุ้กปิ้กไปหมด ภีมเป็นคนขี้เกรงใจแล้วก็แคร์คนอื่นมากๆค่ะ เวลาเต้นบางทีภีมก็จะไม่กล้าเต้นแรงๆเพราะกลัวจะเหวี่ยงแขนมาโดนหนูบ้าง หรือถ้าเกิดมีการชนกันเกิดขึ้นภีมจะขอโทษใหญ่โตมากๆค่ะ แบบขอโทษครั้งเดียวไม่พอ ขอโทษแล้วขอโทษอีก พร้อมทำเสียงฮือ ที่น่าเอ็นดูที่สุดในโลกออกมาค่ะ ฮืออออ ภีมมักจะแสดงรีแอคชั่นอะไรตลกๆ ที่คาดไม่ถึงเวลาซ้อมเสมอ ซึ่งมันสร้างบรรยากาศห้องซ้อมให้สนุกสนาน มีเสียงหัวเราะอยู่ตลอดเวลาเลยค่ะ วันก่อนภีมยังทำเสียง “แฮ่!” แล้ววิ่งไล่หนูกับกะทิอยู่เลยค่ะ 5555555

วีวัน เป็นคนที่ขี้เกรงใจและอ่อนโยนอย่างคาดไม่ถึงค่ะ ในบางครั้งที่วีวันโดนแก้ท่าซ้ำ น้องมักจะบอกว่าผ่านไปก่อนมั้ย กลัวเพื่อนรอ อะไรแบบนี้ค่ะ ในทุกๆครั้งที่อลิซมีงาน คนที่เตรียมขวดน้ำและเขียนชื่อเมมเบอร์ลงไปบนขวดน้ำส่วนใหญ่ก็จะเป็นวีวันนี่แหละค่ะ น้องมักจะทำงานจิปาถะให้เมมเบอร์อยู่เสมอ เช่นช่วยเก็บขยะไปทิ้งให้ ช่วยหยิบนู้นหยิบนี่ให้ค่ะ ตอนไปขายขนมปังชุดเมดเกินครึ่งวีวันเองก็เป็นคนหามาค่ะ วีวันมักจะคอยดูแลเมมเบอร์แบบนี้อยู่เสมอเลยล่ะค่ะ อ้อวีวันถ่ายรูปหนูสวยมากด้วยค่ะ เยี่ยมเลย

มิมิ เป็นเด็กน่ารัก อ่อนน้อม เรียบร้อย และทำตามกฎอยู่เสมอ ถ้าไม่จำเป็นน้องจะไม่เคยมาซ้อมสายเลยสักครั้ง น้องเป็นเด็กขี้เกรงใจมากๆๆ เรียกได้ว่ามากๆๆเลยล่ะค่ะ ในบางครั้งน้องไม่กล้าแสดงความคิดเห็นของตัวเองเพราะกลัวว่ามันจะผิดจนต้องเอามาปรึกษาหนูค่ะ ซึ่งความจริงแล้วความคิดเห็นมันไม่มีผิดถูกและน้องเป็นเด็กมีเหตุผลคนนึงเลย ความคิดของน้องมักจะมีเหตุผลที่สมเหตุสมผลมารองรับอยู่เสมอ ในวันที่น้องไม่สบายน้องก็ยังคงอดทนมาซ้อมเพราะกลัวว่าจะทำให้เพื่อนช้า น้องค่อนข้างเป็นเด็กที่มีความรับผิดชอบมากๆเลยค่ะ ตั้งแต่ผ่านทริปหัวหินด้วยกันมาและได้นอนเตียงเดียวกันมา มิมิถือเป็นเมมเบอร์ที่หนูสนิทที่สุดในวงเลยค่ะ พอได้รู้จักกันมากขึ้น มันทำให้หนูรู้ว่าน้องนิสัยเหมือนหนูมาก มันทำให้เรารู้ใจกันมาก แค่ดูมองก็รู้แล้วว่าอีกฝ่ายรู้สึกยังไง และมิมิมักจะเป็นที่พึ่งเวลาที่หนูหมดกำลังใจหรือว่าท้อแท้อยู่เสมอ น้องมักจะให้คำปลอบโยนอย่างเข้าใจและจริงใจเสมอ ความน่ารักของมิมิช่วยฮีลลิ่งหนูได้ทุกวันเลยค่ะ

เนเน่ เป็นเด็กน่ารักที่ค่อนข้างแคร์ความรู้สึกของคนอื่นมากๆ ใครทำหน้าเศร้าๆเน่ก็จะเข้าไปปลอบ หรือวันไหนใครเงียบผิดปกติเน่ก็จะทักทันทีว่าเป็นอะไร เนเน่เป็นเด็กพูดเก่งด้วยค่ะ เพียงแค่มีเนเน่ห้องซ้อมของคุณก็จะไม่เงียบเหงาอีกต่อไป ด้วยความขี้อ้อนแสนซนของเน่มันทำให้บรรยากาศห้องซ้อมมีแต่รอยยิ้มค่ะ หนูชอบเวลาน้องอุทานเวลาตกใจมากเลยค่ะมันตลกอะ55555 คือมันเสียงดังขัดกับความเงียบแล้วมันตลกมากอะ55555 สำหรับหนูน้องเป็นคนเรียบเรียงคำพูดเก่งมากด้วยค่ะ คำพูดของน้องมักจะน่าฟังอยู่เสมอ หนูชอบเวลาน้องพูดมากเลยค่ะ แล้วก็เป็นเด็กที่มีความตั้งใจและขยันมากๆเลยค่ะ ตอนนี้น้องพัฒนาขึ้นมากๆ หนูมองแล้วรู้สึกภูมิใจทุกครั้งเลยล่ะค่ะ เวลาเห็นน้องเต้นมันทำให้หนูยิ้มได้ตลอดเลย

น้องเฟิร์ม สำหรับหนูน้องเป็นเด็กเรียบร้อยค่ะ.. งงสินะคะ คือน้องเป็นเด็กที่ค่อนข้างมีมารยาทน่ะค่ะ อาจจะเพราะด้วยความที่น้องเป็นน้องเล็ก น้องจะรู้ว่าอะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ อันนี้เล่นไม่ได้ แล้วก็จะไม่ทำเสมอค่ะ เฟิร์มเป็นเด็กที่รับผิดชอบตัวเองได้ค่อนข้างดีค่ะ น้องเป็นอีกคนที่ไม่เคยมาซ้อมสายเลย น้องเป็นเด็กพลังล้นมากๆ อยู่ด้วยแล้วยังไงก็ไม่เหงา ไม่เฟลเลยค่ะ น้องจะคอยสร้างเสียงหัวเราะตลอด เวลาหนูยืนเงียบๆบางทีน้องก็จะทำหน้าตลกใส่ให้หนูยิ้มได้ตลอดเลยค่ะ เวลาซ้อมเต้นเองเราสองคนก็มักจะมองหน้ากันในกระจกแล้วก็ส่งสายตาสื่อสารกันอยู่บ่อยๆค่ะ เช่น อ๊ะ..เธอเต้นผิดใช่มั้ย.. หรือไม่ก็อุ้ย เต้นถูกนี่นารอบนี้ อะไรแบบนี้ค่ะ เฟิร์มเป็นคนที่ทำให้performanceมีพลังอย่างมหาศาลเลยค่ะ น้องจะทำให้มันดูสนุกสุดเหวี่ยงได้เลยจริงๆ เรื่องเต้นต้องไว้ใจเฟิร์มจริงๆค่ะ

            “ด้วยความผูกพันที่เพิ่มขึ้นหนูในทุกๆวันหนูก็หวังว่าพวกเราจะได้อยู่ด้วยกัน 7 คนแบบนี้ไปอีกนานๆ

และในระยะ 1 ปีที่ผ่านมา มีแฟนคลับเข้ามามากมายหลายคนมากค่ะ บางคนก็ติดตามมาตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรก บางคนก็เพิ่งจะเข้ามาติดตาม หรือบางคนก็ไปติดตามคนอื่นแทน ซึ่งไม่ว่าทุกคนจะมาก่อนหรือมาหลัง มาหรือไปแล้วก็ตาม หนูอยากจะขอบคุณทุกคนมากจริงๆที่มอบความรักที่ไร้เงื่อนไขให้หนู มอบกำลังใจและสนับสนุนกันมาตลอด ขอบคุณที่ทำให้หนูและอลิซมีทุกวันนี้ พวกเราเดินหน้ามาได้ขนาดนี้ไม่ได้หรอกค่ะหากไม่มีพวกคุณอยู่เคียงข้าง  ถึงแม้ว่าในบางครั้งมันอาจจะเกิดข้อผิดพลาด หรือทำให้ทุกคนผิดหวัง แต่ทุกคนก็พร้อมที่จะให้อภัย ให้คำแนะนำ ให้กำลังใจ และก้าวไปพร้อมกับหนูอีกครั้งอยู่เสมอ ขอบคุณมากๆเลยนะคะ หวังว่าเราจะอยู่ด้วยกันแบบนี้ต่อไปอีกนานๆเลยนะคะ หนูดีใจเสมอที่ได้มาอยู่ตรงนี้ เพราะฉะนั้นหนูจะยืดหยัดและสู้ต่อไปค่ะ

Advertisement

ถ้าให้เลือก 4 ซิงเกิ้ลของวงตอนนี้ เราชอบเพลงไหนมากที่สุด

จริงๆแล้วชอบทุกเพลงเลยค่ะ แต่ถ้าชอบมากที่สุดน่าจะเป็นเพลงแรกค่ะ 1 ดีกว่า 0 เพราะว่ามันเล่าเรื่องราวที่เป็นหนูและที่หนูอยากจะสื่อต่อทุกคนมากที่สุด ว่าไม่ว่าจะล้มสักกี่ครั้ง หรือผิดหวังสักกี่ครั้ง แต่ทุกครั้งที่ล้มหรือผิดหวังมันคือประสบการณ์ ที่จะทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น พัฒนาขึ้นเพื่อให้เราสามารถก้าวข้ามอุปสรรคที่ก่อนหน้านี้เราไม่สามารถก้าวข้ามมันไปได้ ถึงแม้ว่าเราจะก้าวได้เป็นเพียงแค่ก้าวเล็กๆ แต่ว่าถ้าหากเราก้าวต่อไปเรื่อยๆ ท้ายที่สุดมันก็จะถึงเส้นชัย ถึงเป้าหมายที่เราฝันไว้ได้แน่ๆ

 สุดท้ายฝากผลงานกับผู้อ่านที่อ่านมาถึงตรงนี้ด้วยค่ะ

หนูฝากติดตามวง Aliszt ด้วยนะคะ สามารถนำชื่อวงไปเสิร์ชหาได้ทั้งใน Facebook IG, Twitter และ Youtube เลยนะคะ อ้อมี Tiktok ด้วยน้า~ ตอนนี้มีซิงเกิ้ลให้ฟังแล้วถึง 3 เพลงด้วยกันค่ะ 1 ดีกว่า 0 , We Love Your Smile และ Kuroneko นั่นเองค่ะ และๆๆ จะมีเพลงใหม่มาให้ฟังเร็วๆนี้แน่นอนค่ะ รอติดตามด้วยนะคะ อ้อลืมไปสำหรับใครอยากจะดูแลคอร์กี้คนนี้มาติดตามกันได้ที่ Yujy Aliszt ได้เลยค่าาาาา

Advertisement
Continue Reading
Advertisement