Connect with us

ข่าวบันเทิง

ผู้กำกับ Backrooms ลั่น Generative AI ทำลายคุณค่าการทำภาพยนตร์ และอยากให้มันหายไปตลอดกาล

Published

on

เคน พาร์ซันส์ ผู้กำกับภาพยนตร์ Backrooms ออกโรงวิจารณ์เจเนอเรทีฟเอไออย่างรุนแรง ชี้ทำลายเจตนารมณ์การสร้างหนัง เผยอยากให้เทคโนโลยีนี้หายไปตลอดกาล

สำนักข่าวบริคอินโฟ – เคน พาร์ซันส์ (Kane Parsons) ผู้กำกับภาพยนตร์สยองขวัญชื่อดังเรื่อง Backrooms ออกมาแสดงทัศนคติเชิงลบต่อเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ หรือ เจเนอเรทีฟเอไอ (Generative AI) โดยระบุว่าเทคโนโลยีดังกล่าวทำลายเจตนารมณ์และคุณค่าของการสร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์อย่างสิ้นเชิง พร้อมทั้งยอมรับว่าเขาไม่ได้รับความสนุกสนานใด ๆ จากการใช้เครื่องมือเหล่านี้ และปรารถนาที่จะเห็นเทคโนโลยีเอไอประเภทนี้หมดสิ้นไปจากโลกภาพยนตร์และงานศิลปะ

ภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นมาจาก “ครีปีพาสตา” (Creepypasta) หรือเรื่องเล่าสยองขวัญออนไลน์ที่ถูกโพสต์โดยไม่ระบุตัวตนบนเว็บไซต์โฟร์แชน (4chan) เมื่อปี 2019 ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเขาวงกตห้องโถงสีเหลืองที่ดูเหมือนจะไม่มีวันสิ้นสุด ต่อมาในปี 2022 เคน พาร์ซันส์ หรือที่รู้จักกันในนาม เคน พิกเซลส์ (Kane Pixels) ได้นำแนวคิดนี้มาดัดแปลงเป็นวิดีโอสไตล์ฟุตเทจที่พบเจอ (Found Footage) จนกลายเป็นกระแสไวรัลโด่งดังบนแพลตฟอร์มยูทูบ (YouTube) และเป็นแรงบันดาลใจส่วนหนึ่งให้กับซีรีส์โทรทัศน์ชื่อดังอย่าง เซเวอแรนส์ (Severance) ก่อนที่พาร์ซันส์จะนำมาพัฒนาต่อยอดจนกลายเป็นภาพยนตร์ขนาดยาวที่สร้างสถิติใหม่ในโรงภาพยนตร์อยู่ในขณะนี้

ผู้กำกับหนุ่มได้เปิดเผยความรู้สึกผ่านการให้สัมภาษณ์กับสื่อดิออสเตรเลียน (The Australian) อย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับประเด็นการใช้ปัญญาประดิษฐ์ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ โดยเขาได้ระบุว่า เขามีความคิดเห็นเช่นเดียวกับคนทั่วไปที่ปรับตัวเข้ากับโลกแห่งความเป็นจริง หากเขาสามารถดีดนิ้วเพื่อทำให้เจเนอเรทีฟเอไอหายไปตลอดกาลได้ เขาก็คงจะเลือกทำเช่นนั้น เพราะในแง่ของความคิดสร้างสรรค์แล้ว เขาไม่ได้รับความเพลิดเพลินจากการใช้เครื่องมือเหล่านี้เลย และมองว่ามันเป็นการทำลายจุดประสงค์ของการทำงานศิลปะอย่างสิ้นเชิง แม้พาร์ซันส์จะยอมรับว่าเทคโนโลยีนี้อาจมีประโยชน์ในการช่วยลดขั้นตอนการทำงานด้านเทคนิคพิเศษหรือวิชวลเอฟเฟกต์ (VFX) ที่ต้องใช้แรงงานสูง แต่ในปัจจุบันยังคงเป็นเรื่องยากที่จะวิจารณ์ประเด็นนี้ได้อย่างเป็นกลาง เนื่องจากมีผลกระทบที่เป็นอันตรายเกิดขึ้นจริงในสังคมแล้วมากมาย

นอกจากนี้ พาร์ซันส์ยังได้แสดงทัศนะเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปรากฏตัวของเอไอในฐานะปรากฏการณ์ทางสังคม โดยเขามองว่าเจเนอเรทีฟเอไอในปัจจุบันไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นนวัตกรรมใหม่ แต่เปรียบเสมือนอาการบ่งชี้ของความเสื่อมถอยทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมในวงกว้าง

Advertisement

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เขาให้ความสนใจไม่ใช่การนำเอไอมาใช้สร้างงานศิลปะ แต่เป็นการนำสัญลักษณ์หรือภาพจำของเอไอที่ปรากฏตามป้ายโฆษณาต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันมาใช้เป็นประเด็นในการตั้งคำถามและสำรวจผ่านผลงานศิลปะชิ้นต่อไปของเขาในอนาคต เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าเทคโนโลยีนี้เป็นตัวแทนของสิ่งใดในสังคมยุคปัจจุบัน

Continue Reading
Advertisement