ข่าว
อว. ผนึกกำลัง เนคเทค สวทช. คิกออฟแพลตฟอร์ม ABDUL Uni ดึง 20 มหาวิทยาลัยนำร่องใช้ AI ขับเคลื่อนการศึกษาไทย
สำนักข่าวบริคอินโฟ – กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จับมือ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) และ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ประกาศเดินหน้าพลิกโฉมระบบการศึกษาไทยในระดับอุดมศึกษาด้วย เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ผ่านการเปิดตัวแพลตฟอร์มสัญชาติไทย แพลตฟอร์ม ABDUL Uni ดึง 20 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศเป็นสถาบันนำร่องในการบูรณาการเครื่องมืออัจฉริยะเข้าสู่ระบบการเรียนการสอน หวังยกระดับศักยภาพบุคลากรทางการศึกษาและนักศึกษาให้สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเปลี่ยนบทบาทห้องเรียนสู่การเรียนรู้เฉพาะบุคคลอย่างยั่งยืน
โครงการขับเคลื่อนการเรียนการสอนด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในระดับอุดมศึกษา ปี 2569 ถือเป็นก้าวสำคัญที่ต่อยอดจากการสร้างความตระหนักรู้ในปีก่อนหน้า สู่การประยุกต์ใช้งานจริงในระบบการศึกษาอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีเป้าหมายในการปรับเปลี่ยนรูปแบบห้องเรียนแบบดั้งเดิมไปสู่การเรียนรู้เฉพาะบุคคล (Personalized Learning) ซึ่งเทคโนโลยี Generative AI หรือ ปัญญาประดิษฐ์เชิงรู้สร้าง จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยลดภาระงานของคณาจารย์ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้สัมผัสประสบการณ์การศึกษาที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ผ่านระบบผู้ช่วยอัจฉริยะที่ถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละรายวิชาในมหาวิทยาลัยไทย
ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. ระบุว่า ทางกระทรวงให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างรอบด้าน ทั้งในมิติของการผลิตกำลังคน การวิจัย และการใช้งานอย่างมีจริยธรรมตามแนวปฏิบัติกับการจัดการเรียนการสอนด้านปัญญาประดิษฐ์ฯ พ.ศ. 2568 พร้อมเน้นย้ำถึงมุมมองที่ได้รับจากการแลกเปลี่ยนกับนักวิชาการจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) ว่าการสอนเพียงวิธีใช้เทคโนโลยีนั้นไม่เพียงพออีกต่อไป แต่ต้องผลักดันให้ เทคโนโลยี AI เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยสอนและสร้างงานวิจัยใหม่ ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อคณาจารย์สามารถออกแบบการเรียนรู้และการสั่งงานให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีใหม่นี้
“ในปีนี้ กระทรวง อว. คาดหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ ตั้งแต่การจัดการเรียนสอน การพัฒนาหลักสูตร ไปจนถึงการบริหารข้อมูล ซึ่งได้รับความร่วมมือจากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ โดยเฉพาะ 20 มหาวิทยาลัยนำร่อง ที่จะเข้ามาเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนและสร้างต้นแบบระดับประเทศ ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำ และผลิตกำลังคนสมรรถนะสูงรองรับเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างมั่นคง”

ด้าน ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. อธิบายเสริมถึงการพัฒนา แพลตฟอร์มกลางด้านการศึกษา ABDUL Uni Platform โดยกลุ่มวิจัยปัญญาประดิษฐ์ เนคเทค สวทช. ว่าเครื่องมือนี้จะช่วยให้ผู้สอนสามารถสร้าง AI Tutor ที่จำเพาะเจาะจงกับแต่ละเนื้อหาวิชา สามารถดูแลและติดตามความก้าวหน้าของนักศึกษาแบบรายบุคคล ตลอดจนบริหารจัดการห้องเรียนอย่างครบวงจร ซึ่งหัวใจหลักของโครงการนี้คือการออกแบบระบบนิเวศใหม่ที่ส่งเสริมการเรียนรู้แบบมีปฏิสัมพันธ์ (Active Learning)
“แพลตฟอร์ม ABDUL Uni เป็นแพลตฟอร์มสัญชาติไทยที่พัฒนาโดยทีมวิจัยเนคเทค สวทช. ซึ่งจะช่วยให้อาจารย์ผู้สอนสามารถออกแบบ Al Tutor ที่จำเพาะเจาะจงตอบโจทย์ตามรายวิชา สามารถดูแลและติดตามความก้าวหน้าของผู้เรียนเป็นรายบุคคล รวมถึงจัดการห้องเรียนแบบครบวงจร ตั้งแต่มอบหมายงานตรวจประเมินผล ซึ่งนอกจากจะช่วยลดภาระงานของอาจารย์แล้ว ยังสร้างประสบการณ์เรียนรู้แบบมีปฏิสัมพันธ์ โดยให้ AI ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยคิด ไม่ใช่เครื่องมือที่คิดแทนผู้เรียน”
ผู้อำนวยการ สวทช. ยังเปิดเผยถึงผลลัพธ์เชิงบวกจากโครงการนำร่องที่ผ่านมาว่า คณาจารย์จากหลากหลายสาขาวิชา ทั้งสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ บริหารธุรกิจ วิทยาศาสตร์สุขภาพ และครุศาสตร์ สามารถนำ แพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์ ไปประยุกต์ใช้สอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ การขยายผลสู่ 20 มหาวิทยาลัยนำร่องในปี 2569 นี้ จะได้รับการสนับสนุนโควตาการใช้งานจากสำนักงานปลัดกระทรวง อว. พร้อมจัดตั้งทีมเทคนิคประจำสถาบันเพื่อดูแลระบบอย่างใกล้ชิด ซึ่งจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญให้มหาวิทยาลัยไทยขยายผลไปสู่การใช้งานจริงในระบบการเรียนการสอนอย่างมีธรรมาภิบาล
สำหรับการเปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการ ณ ห้องแถลงข่าว อาคารพระจอมเกล้า มีการชี้แจงแผนการดำเนินงานและเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการโดย ดร.ศวิต กาสุริยะ รองผู้อำนวยการ เนคเทค ในฐานะหัวหน้าโครงการ รวมถึงการแนะนำระบบและสาธิตการทำงานของ แพลตฟอร์ม ABDUL Uni โดย นายชัชวาล สังคีตตระการ และทีมนักวิจัยกลุ่มวิจัยปัญญาประดิษฐ์ เนคเทค สวทช. ทั้งนี้ความร่วมมือดังกล่าวมีเป้าหมายสูงสุดในการใช้ 20 สถาบันอุดมศึกษาเป็นโมเดลต้นแบบเพื่อกระจายองค์ความรู้และขยายผลระบบการศึกษาที่มีความยืดหยุ่น ปลอดภัย และมีธรรมาภิบาล สู่การสร้างกำลังคนสมรรถนะสูงที่จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของประเทศไทยให้เติบโตต่อไป
