Connect with us

ข่าวบันเทิง

คริส แพรตต์ เผยเคยเสนอไอเดียใช้ AI รับบท AI ในภาพยนตร์ไซไฟเรื่องใหม่ Mercy

Published

on

คริส แพรตต์ (Chris Pratt) เผยไอเดียช่วงเริ่มต้นถ่ายทำภาพยนตร์ Mercy เคยเสนอให้ใช้ AI จริงๆ มารับบทผู้พิพากษา ก่อนตัดสินใจเลือก รีเบกกา เฟอร์กูสัน มารับบทแทน

สำนักข่าวบริคอินโฟ – คริส แพรตต์ (Chris Pratt) นักแสดงชื่อดังจาก The Electric State และ Guardians of the Galaxy เปิดเผยข้อมูลเบื้องหลังการทำงานในภาพยนตร์ไซไฟระทึกขวัญเรื่องใหม่ เมอร์ซี่ (Mercy) โดยระบุว่าในช่วงเริ่มต้นของการคัดเลือกนักแสดง เขาเคยเสนอแนวคิดสุดล้ำอย่างการใช้ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาสวมบทบาทเป็นตัวละครผู้พิพากษา AI ในเรื่องจริง ๆ แทนการใช้นักแสดงที่เป็นมนุษย์ แต่สุดท้ายไอเดียดังกล่าวถูกตีตกไปเนื่องจากมองว่าไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการดำเนินงาน

ในภาพยนตร์เรื่อง Mercy ของค่าย Amazon MGM Studios เล่าเรื่องราวในอนาคตอันใกล้ โดย คริส แพรตต์ (Chris Pratt) รับบทเป็นนักสืบคดีฆาตกรรมที่ถูกกล่าวหาว่าสังหารภรรยาของตนเอง เขาต้องเผชิญหน้ากับการตัดสินจาก ผู้พิพากษา AI (AI judge) ผ่านหน้าจอขนาดใหญ่ และมีเวลาเพียง 90 นาทีในการพิสูจน์ความบริสุทธิ์เพื่อเอาชีวิตรอดจากการประหารชีวิต แพรตต์เล่าว่าในช่วงการพูดคุยช่วงแรก เขาได้ตั้งคำถามกับทีมงานว่า “เราควรให้ AI แสดงบทนี้ไหม แบบที่เป็นการสร้าง AI ขึ้นมาจริงๆ เพื่อรับบทผู้พิพากษา AI เลย” แต่ทุกคนในทีมต่างเห็นพ้องว่าไม่ควรทำเช่นนั้น ซึ่งเขาก็ยอมรับในภายหลังด้วยเสียงหัวเราะว่ามันเป็นไอเดียที่ไม่เข้าท่าเลย

นอกจากไอเดียเรื่องการใช้ นักแสดง AI (AI actor) แล้ว แพรตต์ยังยอมรับว่าเขาเคยเสนอไอเดียที่ฟังดูตลกขบขันอย่างการให้ตัวละครของเขาสามารถเลือกใบหน้าของผู้พิพากษาได้เอง เช่น การเลือกให้ โอปร่า วินฟรีย์ (Oprah Winfrey) มาปรากฏบนหน้าจอผู้พิพากษา โดยเขาให้เหตุผลว่ามันดูสมเหตุสมผลในแง่ของเทคโนโลยีที่สามารถเลือกหน้าตาโปรแกรมได้ตามใจชอบ แต่เขาก็รู้สึกยินดีที่ความคิดเหล่านี้ไม่ได้ถูกนำมาใช้จริง เพราะมันอาจเพิ่มความซับซ้อนให้กับขั้นตอนการผลิตเกินความจำเป็น และอาจทำให้ภาพยนตร์สูญเสียโอกาสที่จะได้นักแสดงมากฝีมือมาร่วมงาน

ท้ายที่สุดบทบาท ผู้พิพากษาแมดด็อกซ์ (Judge Maddox) ตกเป็นของ รีเบกกา เฟอร์กูสัน (Rebecca Ferguson) ซึ่งแพรตต์กล่าวชื่นชมว่าเธอเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบมาก “เธอมีความโดดเด่นและมีใบหน้าที่ได้สัดส่วนสมมาตรจนดูเหมือนกับเป็น AI จริง ๆ”

Advertisement

แพรตต์ยังเล่าถึงกระบวนการทำงานร่วมกับเฟอร์กูสันว่ามีการปรึกษาหารือกันอย่างหนัก เพื่อสร้างมิติให้กับตัวละครที่เป็นหุ่นยนต์ให้มีความซับซ้อน โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการพัฒนาความรู้สึกหรือ ความตระหนักรู้ (Sentience) ของระบบที่เริ่มซ่อนเร้นตัวตนและแสดงออกถึงความเห็นอกเห็นใจต่อมนุษย์มากขึ้นในระหว่างการพิจารณาคดี

กระบวนการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง เมอร์ซี่ (Mercy) เน้นการซ้อมอย่างหนักเหมือนกับการเตรียมตัวแสดงละครเวที เพื่อให้เห็นภาพรวมของจังหวะและการแสดงที่ชัดเจนก่อนเริ่มถ่ายทำจริง ซึ่ง คริส แพรตต์ (Chris Pratt) ระบุว่าวิธีนี้ช่วยให้ขั้นตอนการตัดต่อเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เพราะทีมงานมีวิสัยทัศน์ที่ตรงกันตั้งแต่ต้น แทนที่จะต้องไปลองผิดลองถูกในขั้นตอนหลังการผลิต (Post-production) ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้มีความชัดเจนในทิศทางที่ต้องการสื่อสารออกมาสู่ผู้ชมอย่างตรงไปตรงมา